ไม้ผล, ไม้ผล ไม้ยืนต้น

ปัญหาหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนกับแนวทางแก้ไข

หนอนที่เจาะทำลายเมล็ดทุเรียนจัดว่าเป็นหนอนผีเสื้อกลางคืนชนิดหนึ่ง Madaria magniplaga Walker, เจาะเข้าไปในผลเพื่อไปหากินที่เมล็ดในที่แข็งแล้ว หลังจากนั้นจะขับถ่ายมูลออกมาเปรอะเปื้อนเนื้อทุเรียนจนไม่สามารถขายได้ต้องแกะเนื้อไปทำทุเรียนกวน ส่งผลทำให้เกษตรกรมีรายได้น้อยลงและสิ้นเปลืองแรงงาน

เดิมพบหนอนนี้ทางมาเลเซียและภาคใต้ ต่อมามีชาวสวนภาคตะวันออกไปขนเมล็ดทุเรียนจากภาคใต้มาเพาะทำต้นกล้าไว้ขยายพันธุ์ หนอนนี้ก็ติดมากับเมล็ดแล้วเพิ่มจำนวนมากขึ้นจนถึงขั้นระบาดที่ระยองเป็นครั้งแรกในปี 2530 ต่อมาก็ระบาดมากขึ้นออกไปหลายอำเภอ ทั้งในจังหวัดระยะองและจันทบุรี มีความเสียหายมากว่า 26-27 % ของพื้นที่ ถ้าไม่จัดการปัญหานี้อย่างเหมาะสมก็อาจจะทำให้เกิดการบานปลายและมีพื้นที่เสียหายเพิ่มขึ้น ซึ่งหมายถึงความเสียหายของประเทศไทยด้วยเช่นกัน (ข้อมูลจากหนังสือทุเรียนเล่ม2 แต่งโดย อ.ดีพร้อม  ไชยวงศ์เกียรติ)

ถึงแม้ล่วงเลยมาถึงปัจจุบัน ปัญหาเรื่องหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนก็ยังคงมีอยู่ วงจรของหนอนชนิดนี้คือผีเสื้อกลางคืนเข้ามาวางไข่ และฟักตัวเป็นดักแด้และพักอยู่เฉยๆ ในดินข้ามฤดูได้ พอถึงระยะต้นฤดูฝนซึ่งพอดีกับที่ทุเรียนกำลังให้ผลผลิต ดักแด้ก็จะฟักออกเป็นผีเสื้อกลางคืนระยะตัวเต็มวัยจะออกบินไปหาคู่ผสมพันธุ์แล้วไปวางไข่ที่เปลือกทุเรียนอ่อนบริเวณใกล้ๆ ขั้ว โดยวางเป็นฟองเดี่ยว มักวางไข่เพียงผลละ 1 ฟองที่พบเกิน 1 ฟองก็มีแต่ไม่พบบ่อย แต่เคยมีที่พบมากถึง 7-8 ตัว

ไข่เมื่อฟักเป็นตัวหนอนแล้วหนอนจะกัดเปลือกทุเรียนเป็นรูขนาดเล็กผ่านเปลือกและเนื้อทุเรียนเข้าไปที่เมล็ดแล้วอาศัยเนื้อในเมล็ดเป็นอาหารอยู่ประมาณ 30 วัน ระยะนี้เองที่ทำความเสียหายแก่ทุเรียนโดยขับถ่ายออกมาเปื้อนเนื้อทุเรียนจนขายเป็นผลสดไม่ได้

 

 

 

เมื่อหนอนเจริญเต็มที่แล้ว หนอนจะเจาะรูกลมๆ ออกมาจากผล ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของรูประมาณ 5-8 มิลลิเมตร  แล้วทิ้งตัวลงดินเพื่อไปเข้าดักแด้ในดิน ถ้าผลร่วงโดยหนอนยังไม่เจริญเต็มที่หนอนก็จะกินเมล็ดไปอีกระยะหนึ่งจึงจะเจาะรูผลออกมาเข้าดักแด้ในดินถ้าเกษตรกรไปดูผลทุเรียนระยะนี้ก็จะเห็นรูที่ผลแต่ไม่พบหนอนอยู่ภายในจึงเรียกหนอนชนิดนี้ว่า “หนอนรู” คือเป็นรูหนอนออกจากผล แต่รูที่หนอนเจาะเข้าผลตอนแรกนั้นหนอนตัวเล็กจึงทำให้รูเล็ก และผลกำลังเจริญอยู่ก็ทำให้เนื้อเปลือกเจริญมาอุดรูจนแทบสังเกตทางเข้าของหนอนได้ยาก

ดักแด้อาจจะฟักกลายเป็นหนอนภายใน 1 เดือนในกรณีที่การเริ่มเข้ากินเมล็ดทุเรียนเริ่มตั้งแต่หน้าฝน ทำให้ช่วงของการมีหนอนเจาะเมล็ดทุเรี่ยนมีมากกว่า 1 รอบ โดยนับจากกลางเดือนมีนาคม สำหรับภาคตะวันออก สำหรับดักแด้ที่ไม่ได้ฟักออกมาเป็นตัวภายใน 1 เดือน ก็จะพักอยู่ในดินได้นานถึง 9 เดือน หรือเมื่อกลับเข้าสู่ฤดูการผลิตทุเรียนรอบใหม่วนเวียนไปเช่นนี้

ถ้าศึกษาให้ดีจะเห็นจุดอ่อนของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนที่เด่นชัดได้ 5 ระยะ คือระยะที่หนึ่ง การเข้าดักแด้ในดินเข้าจะใช้เวลาช่วงนี้ประมาณ 1-9 เดือน  ระยะที่สอง การไม่มีพืชอาศัยอื่นๆ หนอนชนิดนี้กินทุเรียนเพียงอย่างเดียว ระยะที่สาม ตัวแม่ของหนอนหรือผีเสื้อนั้นถูกดึงดูดด้วยแสงไฟในเวลากลางคืนได้โดยง่าย ระยะที่สี่ มีโอกาสของการใช้กลิ่นเพศผีเสื้อที่ใกล้เคียงช่วยดึงดูดตัวแก่มาหาแล้วทำลาย และระยะสุดท้ายคือ ระยะที่เป็นผีเสื้อจะมีอายุสั้นเพียงประมาณ 7 วัน

การป้องกันก็อาจจะใช้สมุนไพรอย่าง ขมิ้นชัน ไพล ฟ้าทะลายโจร ตะไคร้หอมและกานพลู เพื่อลดการเข้ามาวางไข่ ส่วนระยะที่เป็นดักแด้ในดิน เราควรใช้จุลินทรีย์บิวเวอร์เรียร่วมกับ เมธาไรเซียม (ชื่อการค้า คัทออฟ กับ ฟอร์แทรน) อัตราอย่างละ 25 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตรราดรดฉีดพ่นให้ทั่วบริเวณ ส่วนระยะตัวหนอนใช้จุลินทรีย์บาซิลลัส ธูริงจิเอนซิส (ชื่อการค้า ไบโอแทค) ฉีดพ่น 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสูตรหมักขยายอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน www.thaigreenagro.com ฉีดพ่นทุก 5-7 วัน ก็จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนได้

 

    

 

มนตรี  บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ  www.thaigreenagro.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *