ดิน, ดิน ปุ๋ย น้ำ อากาศและแสงแดด

ปัญหาดินดานแน่นแข็งของคนปลูกไม้กระถางและเกษตรกรทั่วไป

ดินดาน คือลักษณะของดินชั้นล่างลึกลงไป 30 – 50 เซนติเมตร ทำให้น้ำไม่สามารถซึมลึกลงไปสู่ดินชั้นล่าง ๆ ได้ ทำให้น้ำผิวดินถูกถ่ายเทออกไปนอกแปลงเมื่อเกิดฝนตก ดินไม่สามารถกักเก็บอุ้มน้ำหรือความชื้นไว้ในดินชั้นลึก ๆ ได้ ทำให้ดินบริเวณนี้ต่อไปก็จะคล้าย ๆ ทะเลทรายเนื่องด้วยกระแสน้ำก็พัดพาเอาอินทรียวัตถุหน้าดินติดไปด้วยเช่นกัน

ดินแน่น ดินแข็ง ก็จะเป็นปัญหาต่อเนื่องมา เพราะดินที่ขาดแคลนอินทรียวัตถุซึ่งเป็นทั้งแหล่งอาหาร ที่อยู่อาศัยของจุลินทรีย์ ไส้เดือน หรือสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่สร้างกิจกรรมในดินลดน้อยลง ทำให้ดินขาดชีวิตชีวา หรือเรียกได้ว่า “ดินไม่มีชีวิต” หรือ “ดินตาย” นั่นเอง

ปัญหาของผู้ปลูกไม้กระถางที่จะประสบพบเจอกับดินดาน แน่นแข็ง ก็เนื่องด้วยพฤติกรรมของคนเมืองหรือผู้ปลูกไม้กระถางทั่วไปนั้นมักจะนิยมชมชอบที่จะซื้อดินปลูกที่ขายตามข้างทางหรือปั้มน้ำมัน ซึ่งปัจจุบันผู้ผลิตไม่รู้ว่าจะไปหาหน้าดินที่อุดมสมบูรณ์ที่ไหนมาขายแล้ว ต้องไปขุดดินชั้นล่าง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นดินเหนียวแล้วนำมาทำส่วนผสมปรุงดินซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นขี้เถ้าแกลบเสียเป็นส่วนใหญ่ เมื่อเปลี่ยนดินไปได้สักระยะหนึ่ง ดินก็จะกลับมาแน่นแข็งแหมือนเดิมอีก

พฤติกรรมการรดน้ำไม้กระถางคือเมื่อรดน้ำแล้ว น้ำก็จะชะล้างเอาอินทรียวัตถุที่มีอยู่ในดินเพียงน้อยนิดอยู่แล้วให้ลดน้อยถอยลงไปอีกเรื่อย ๆ ดินที่ไม่มีอินทรียวัตถุเป็นองค์ประกอบก็จะแน่นแข็ง เป็นดาน ทำให้รากของพืชขดกลม ขัดสมาธิ ไม่สามารถแผ่ขยาย อาหารได้ไม่ไกล จึงทำให้พืชไม่โต เหลือง แคระแกร็น เนื่องด้วยไม่มีอาหารขึ้นไปเลี้ยงลำต้น กิ่ง ก้าน และใบ

 

 

 

ส่วนในกรณีของเกษตรกรทั่วไปที่ปัจจุบันก็จะใช้เครื่องทุ่นแรงในการไถพรวนดินอยู่ทุกรอบฤดูการเพาะปลูก ผานของรถไถหรือรถแทรกเตอร์ที่ไถพรวนสัมผัสดินก็จะลึกเพียงไม่กี่สิบเซ็นติเมตร แต่น้ำหนักของรถไถที่หนักเกือบสิบตัน ได้กดทับให้ดินชั้นล่างที่ลึกลงไปเกิดชั้นดานอยู่ด้านใต้ที่เกิน 50 เซนติเมตรลงไป ดินดานชั้นล่างนี้เองที่ทำให้ดินด้อยความสามารถในการกักเก็บน้ำรักษาความชื้น และทำให้กระแสน้ำพัดพาเอาอินทรียวัตถุผ่านทิ้งไปโดยง่าย จึงทำให้ดินดาน แน่นแข็งดังที่เล่ามาในย่อหน้าแรก ๆ

การดูแลแก้ปัญหาปัจจุบันเราสามารถใช้สารละลายดินดานALS29 (Ammonium laureth ether sulfate) ในอัตรา 20-30 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร ราดรดฉีดพ่นให้ทั่วพื้นที่เพาะปลูกได้ประมาณ 1 งานหรือ 100 ตารางวา อาจจะแก้ปัญหาสักเดือนละครั้งหรือสองครั้งขึ้นอยู่กับความหนักเบา เมื่อดินเริ่มกลับมามีสภาพดีขึ้นแล้วก็อาจจะปรับเปลี่ยนเป็นการใช้รอบการผลิตละครั้งก็จะทำให้ดินไม่กลับไปแน่นแข็งสร้างปัญหาการเจริญเติบโตแก่พืชอีก

ในส่วนของไม้กระถางนั้นก็ใช้ในอัตราเดียวกันคือ 20-30 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตรราดรดแทนการรดน้ำก็ยังได้ เพราะมีปริมาณต้นไม้หรือพื้นที่ไม่เยอะเหมือนเกษตรที่เพาะปลูกแบบมืออาชีพ ทำแบบนี้บ่อย ๆ ก็จะช่วยลดปัญหาไม่ต้องเปลี่ยนดินบ่อย ๆ ยิ่งมีการใช้ร่วมกับฮิวมิค แอซิด (ชื่อการ โพแทสเซียม ฮิวเมท) อัตรา 3-5 กรัมร่วมกับสารละลายดินดานALS29 ในคราวเดียวก็จะเป็นการช่วยให้การรักษาดินดานแน่นแข็งมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

 

 

มนตรี  บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *