ไม้ดอก, ไม้ดอก-ไม้ประดับ

ปัญหาของไม้กระถาง

fiogf49gjkf0d

การปลูกพืชในปัจจุบันของประเทศไทยนั้น
นับว่ามีความก้าวหน้าค่อนข้างมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก น้องๆ ประเทศไต้หวัน
ไม่ว่ามหาวิทยาลัยใดๆ ในโลกต่างก็ให้ความสนใจเข้ามาศึกษาดูงาน  ทั้งอินเดีย 
ยุโรป อเมริกา และโดยกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนใกล้เคียงไม่ต้องพูดถึง แทบจะใช้ไทยเป็นต้นแบบในการบริหารจัดการเลยด้วยซ้ำ
(ยกเว้นการเมืองนะครับ) ที่พูดแบบนี้ก็เพราะว่า
รูปแบบการปลูกพืชของบ้านเรานั้นจะเห็นได้ว่ามีหลากหลายรูปแบบ ทั้งใต้ดิน  (
under soil) บนดิน
(
up soil) บนอากาศ (air roots) ในน้ำ(Hydroponics)  ไร้ดิน (soilless)  ในภาชนะปลูก (container
soil) โดยเฉพาะอย่างหลังสุดนี้คือวิธีการปลูกที่จะนำมาพูดถึงในวันนี้
คือก่ารปลูกพืชไม้ในภาชนะปลูกหรือไม้กระถาง ในบ้านเรานั้นก็มีหลากหลาย
ทั้งไม้กระถางที่สวยงามหรือจะใช้ภาชนะเหลือใช้อย่างถ้วย ถัง กะละมัง หม้อ ที่ชำรุด
แตกหัก เสีย หาย ก็นำมาใช้เป็นภาชนะปลูกได้ทั้งนั้น

fiogf49gjkf0d

ถือว่าเป็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างคุ้มค่าทั้งในรูปแบบ
รียูส
(Reused) และรีไซเคิล  (recycle แถมยังดูมีความเก๋ เท่ห์ แปลกตา เคลื่อนย้ายไปตามจุดต่างๆ
ได้ตามความต้องการ จึงมีผู้นิยมปลูกไม้กระถางประดับประดาบ้านเรือนให้สวยงามอยู่มากมาย
แต่ปัญหาของการปลูกไม้กระถางคือการที่ต้องหมั่นเติมแร่ธาตุสารอาหารให้พืชอยู่ตลอดเวลา
เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มักจะใช้เวลาอยู่กับเหย้าเฝ้าเรือนเป็นส่วนใหญ่
แถมต้องมีรสนิยมชมชอบต้นไม้เป็นพิเศษอีกด้วยเพราะต้องมีเวลาหมั่นดูแลบำรุงรักษา
สังเกตอาการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ว่าพืชจะขาดน้ำ ขาดปุ๋ย เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
และสามารถแก้ไขได้ทันท่วงที

ปัญหาของไม้กระถางส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องการเปลี่ยนดิน
การเติมปุ๋ย น้ำ เพราะรากพืชไม่สามารถหาอาหารได้จากพื้นดินธรรมชาติได้
ต้องคอยรับจากการป้อน การเติมจากเจ้าของผู้ปลูกอยู่ตลอดเวลา (อาจจะสัปดาห์ละครั้ง
เดือนละครั้ง ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดินในกระถาง)  การที่ไม้กระถางจะต้องเปลี่ยนดินอยู่บ่อยๆ นั้น
เพราะเมื่อรดน้ำลงไปในกระถาง น้ำก็จะพัดพาเอาอินทรียวัตถุ
(organic
matter) ที่อยู่ภายในไหลออกไปข้างนอกอยู่ตลอดเวลา อินทรียวัตถุเมื่อรวมตัวอยู่กับดิน
ก็จะช่วยทำให้โครงสร้างดิน โปร่ง ร่วน ซุย เป็นอาหารของจุลินทรีย์นานาชนิด
เมื่อถูกชะล้างไปก็ทำให้โครงสร้างดินแน่นแข็ง จุลืนทรีย์ดีมีประโยชน์ก็ลดน้อยถอยลง
ทำให้พืชอ่อนแอได้ง่าย เพราะฉะนั้นเกษตรกรจะต้องหมั่นเติมอินทรีย์วัตถุลงไปอย่างสม่ำเสมอ
หรือไม่ก็ต้องใช้กาบมะพร้าววางทาบขัดรูก้นกระถางเพื่อให้เกิดการชะล้างอินทรีย์วัตถุออกไปได้ยาก  การใช้หินแร่ภูเขา พูมิชซัลเฟอร์
(Pumish
Sulpher) คลุกผสมกับดิน ร่วมกับ โพแทสเซียมฮิวเมท (Humic
acid) ในอัตรา 2 : 0.5 : 10 (พูมิชซัลเฟอร์ :
โพแทสเซียมฮิวเมท : ดิน)
จะช่วยทำให้ดินเหมาะสมต่อการปลูกไม้กระถางเป็นอย่างมาก
เพราะจะทำให้การแน่นแข็งเกิดขึ้นได้ยากขึ้น
จากคุณสมบัติของหินแร่ภูเขาไฟที่มีความโปร่งพรุน
และกลุ่มอินทรียวัตถุที่อยู่ในรูปฮิวมัส ฮิวมิค
ซึ่งพร้อมต่อการเจริญเติบโตของพืชและช่วยให้โครงสร้างดินไม่ขาดอินทรียวัตถุ
ในระยะยาวไม่ต้องเปลี่ยนดินบ่อย พืชแข็งแรงจากซิลิก้า
ได้รับแร่ธาตุสารอาหารที่ครบถ้วน พืชเขียวนาน เขียวทน

คุณมนตรี 
บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com