ไม้ดอก, ไม้ดอก-ไม้ประดับ

ปลูก “ หน้าวัว ” ร่วม “ ยาง ” ทางเลือกสร้างรายได้เสริมเกษตรกร

NULL

        “หน้าวัว” นานานพันธุ์ที่ชูช่อดอกหลากสีขนาบแนวไม้ยางพาราที่ยืนต้นสูงบังแสงแดดให้รำไร เป็นภาพที่เห็นได้ภายในศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตภูเก็ต เมื่อมองแล้วรู้สึกร่มรื่น สดชื่นและดูสวยงามกว่าสวนยางทั่วไป ที่ปล่อยพื้นที่ระหว่างแถวต้นยางให้ว่างและโล่งโปร่ง ศูนย์ฯ ดังกล่าว ไม่ได้ปลูกหน้าวัวไว้เพียงเพื่อให้นักท่องเที่ยวชมความสวยงามอย่างเดียว แต่ได้จัดทำเป็นแปลงสาธิตการปลูกไม้ดอกร่วมกับต้นยางเพื่อเป็นต้นแบบให้เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราใช้เป็นทางเลือกเพื่อสร้างรายได้เสริมอีกด้วย

         

fiogf49gjkf0d

 นาง วันเพ็ญ พฤกษวิวัฒน์ นักวิชาการเกษตร 7ว ศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตภูเก็ต กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า หน้าวัวเป็นไม้ดอกเศรษฐกิจสำคัญชนิดหนึ่งของไทย ที่ได้รับการพัฒนาและส่งเสริมให้เป็นไม้ตัดดอกเพื่อการส่งออก และนิยมใช้อย่างแพร่หลายในประเทศโดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม เนื่องจากหน้าวัวมีพันธุ์และสีสันสวยงาม ใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวางและมีอายุการใช้งานได้นาน

          ดังนั้น เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างรายได้เสริมให้แก่เจ้าของสวนยางพารา โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีจำนวนวันกรีดน้อย ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการกรีดยาง ศูนย์ฯ จึงได้จัดทำแปลงสาธิตปลูกไม้ดอกสกุลหน้าวัวร่วมกับต้นยาง รวมกว่า 5 ไร่ เพื่อเป็นต้นแบบให้เกษตรกรนำไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพ


          หน้าวัวที่ปลูกในสวนยางต้องเป็นพันธุ์ที่ต้านทานโรค และทนทานต่อแสงแดด ได้แก่ พันธุ์ภูเก็ต (ดอกสีชมพู) พันธุ์ลำปาง (ดอกสีขาว) พันธุ์ผกามาศ (ดอกสีส้ม) และ หน้าวัวพันธุ์เลดี้เจน (สีชมพูดอกเล็ก) สำหรับต้นพันธุ์ที่ใช้ควรมีใบ 3-4 ใบ และมีราก 2-3 ราก ส่วนการปลูกต้องปลูกร่วมกับต้นยางที่เปิดกรีดแล้ว หรือยางที่มีอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป เพราะหน้าวัวชอบสภาพร่มรำไร มีแสงแดดประมาณ 20-30% และต้องการความชื้นสูง


           วิธีปลูกหน้าวัวในแปลงยาง ควรใช้กาบมะพร้าวสับเป็นวัสดุปลูกหลักและใช้เศษอิฐหักผสมบ้างเพื่อกันต้นล้ม การปลูกต้องปลูกแถวคู่ระยะปลูก 50 x50x100 ซม. โดยใช้จำนวนต้นพันธุ์ประมาณ 3,000-3,200 ต้น/พื้นที่ปลูกยาง 1 ไร่ และควรปลูกห่างจากแถวยางพาราประมาณ 2 เมตร


           การดูแลรักษาในช่วงปีแรก ควรใส่ปุ๋ยเกล็ดสูตร 21-21-21 อัตรา 15 กรัม ผสมน้ำ 20 ลิตร สลับกับปุ๋ยน้ำสูตร 11-8-6 อัตรา 30 ซีซี. ผสมน้ำ 20 ลิตร โดยฉีดพ่นสัปดาห์ละครั้ง ในปีถัดไปยังคงต้องใช้ปุ๋ยเกล็ดสูตรเดิมในอัตราเท่าเดิม ฉีดพ่นสัปดาห์ละครั้ง สลับด้วยปุ๋ยเกล็ดสูตร 10-52-17 อัตรา 30 กรัม ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นเดือนละครั้งเพื่อเร่งดอก


           ช่วงฤดูฝนต้องระวังโรคที่เกิดจากเชื้อราระบาดทางใบและดอก เช่น โรคแอนแทรคโนส ควรใช้ออโธไซต์ฉีดพ่นเพื่อป้องกันโดยใช้ในอัตรา 50 กรัม ผสมน้ำ 20 ลิตร ถ้าระบาดรุนแรงให้สลับด้วยอาลีเอท อัตรา 30 กรัมผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่น 2 สัปดาห์/ครั้ง และค่อยห่างออกไป ส่วนในช่วงฤดูแล้งไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมี แต่ควรรดน้ำให้ชุ่มทั้งต้นและวัสดุปลูก วันละ 2 ครั้ง คือเช้าและเย็น


           หน้าวัวจะเริ่มออกดอกหลังจากปลูกประมาณ 5-7 เดือน ในปีแรกจะให้ผลผลิตดอกน้อย ปีถัดไปจะให้ผลผลิตดอกมากขึ้น ประมาณ 22,000 ดอก/พื้นที่ปลูกยาง 1 ไร่ หรือเฉลี่ย 6-7 ดอก/ต้น/ปี การตัดดอกควรตัดในช่วงเช้า โดยเลือกดอกที่มีดอกจริงบนปลีบาน ? -3/4 ของปลี ให้สังเกตสีของปลีดอกที่เปลี่ยนไป ซึ่งจะทำให้ดอกที่ตัดมานั้นมีอายุการใช้งานได้นานไม่ต่ำกว่า 1 สัปดาห์


           ปัจจุบันราคาดอกหน้าวัวจะซื้อขายอยู่ที่ดอกละ 5 บาท โดยธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต มีความต้องการสูงทำให้ตลาดในเขตนี้ยังไปได้ดี ขณะที่ศูนย์ ได้ถ่ายทอดเทคนิคการปลูกหน้าวัวในแปลงปลูกยางพาราให้กับเกษตรกรในจังหวัดภูเก็ต และพังงา ไปปลูกเพื่อการค้าและเสริมรายได้แล้ว 3 ราย พื้นที่ปลูกรวมกว่า 10 ไร่ อย่างไรก็ตาม การที่เกษตรกรจะเลือกปลูกหน้าวัวร่วมกับต้นยางเพื่อสร้างรายได้เสริม ควรพิจารณาถึงความต้องการของตลาดเป็นหลักก่อนว่ามีความเป็นไปได้และมีตลาดรองรับหรือไม่ แล้วค่อยตัดสินใจปลูก


            นอกจากหน้าวัวแล้ว พืชชนิดอื่นก็สามารถปลูกร่วมกับยางได้เช่นกัน อาทิ ไม้ดอกวงศ์ขิงบางชนิด เช่น ขิงอินโดนีเซีย กระเจียว และไม้ตัดใบ เช่น เฟิร์นมะขาม ซามาดู หมากเหลือง และไผ่ฟิลิปปินส์ หากสนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมหรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการวิชารด้านพืชและปัจจัยการผลิตภูเก็ต กรมวิชาการเกษตร โทรศัพท์ 0-7631-1997


ที่มา : คอลัมน์ “ โลกเกษตร ” เดลินิวส์. ฉบับที่ 10,654 วันจันทร์ที่ 1 พฤษภาคม 2549 หน้า 10