พืชผัก พืชไร่

ปลูกสะเดาแซมยางนา….เป็นไม้สร้างมูลค่าลดต้นทุนยาฆ่าแมลง

ปัจจุบันนี้ไม้ยืนต้นและไม้หวงห้ามต่างๆ เริ่มที่จะมีความนิยมในการปลูกตามหัวไร่ปลายนาหรือปลูกเป็นแปลงใหญ่ ส่วนหนึ่งเพื่อเป็นไม้ค้ำประกันอนาคตของเกษตรกรและบุคคลทั่วไปเนื่องด้วยมีกฎหมายที่ออกมาใหม่แบบสดร้อนๆ ว่า สามารถนำไปค้ำประกันการกู้เงินได้ หรือไม่ก็ปลูกและตัดขายได้ง่ายกว่าในอดีต ทำให้เกิดกำลังใจแก่เกษตรกรและมนุษย์เงินเดือนที่วางแผนอนาคตว่าจะกลับไปใช้ชีวิตในต่างจังหวัด

ต้นสะเดา และต้นยางนา พืชสองชนิดนี้ถือว่ามีความโดดเด่นไม่เบาทีเดียว เพราะจัดได้ว่าเป็นไม้ที่โตเร็วและมีคุณประโยชน์ในการการประกอบอาชีพเกษตรกรรม เนื่องด้วยยอดสะเดาสามารถนำมาทำเป็นอาหาร เมล็ดสะเดานำไปทำสารสกัดฉีดพ่นป้องกันแมลงศัตรูพืช ส่วนลำต้นนำไปแปรรูปเป็นไม้ใช้สอยและปลูกสร้างอาคารบ้านเรือน ฯลฯเมล็ดของสะเดานั้นหลังจากหีบน้ำมันหรือสกัดเอาสาร “อะซาไดแรคติน” ออกไปแล้ว กากของเมล็ดยังสามารถนำไปใส่รองก้นหลุมปลูกพืชขับไล่แมลงศัตรูกัดกินราก ไส้เดือนฝอย แถมยังเป็นปุ๋ยชั้นดี

 

 

 

ส่วนต้นยางนานั้นก็โดดเด่นในเรื่องของการโตเร็วกว่าไม้หวงห้ามประเภทที่หนึ่ง “สักทอง” และที่บริเวณโคนต้น รากของเขานั้นยังเป็นประโยชน์ต่อการเกิดกลุ่มเห็ด “เอ็คโตมัยคอร์รัยซ่า” ซึ่งเป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่อาศัยกับรากพืชแบบพึ่งพิงอิงอาศัย คือปลูกป่ายางนาและจะได้เห็ดเผาะ เห็ดตับเต่า เห็ดระโงก เห็ดไข่ (ที่ไม่ใช่ระโงกหินที่เป็นเห็ดพิษนะครับ) นอกจากนั้นแล้วยางนายังสามารถผลิตเป็นน้ำมันไบโอดีเซลนำไปใช้ในการทำขี้ใต้จุดคบเพลิงให้แสงสว่าง เป็นพลังงานขับเครื่องยนต์ดีเซลล์ต่างๆ เช่น เครื่องวิดน้ำ, รถยนต์แทรกเตอร์ไถพรวนดิน ฯลฯ

พืชทั้งสองชนิดนี้ในเบื้องต้น พี่น้องเกษตรกรน่าจะลองนำมาเป็นพืชทดลองเบื้องต้น ในแง่ของการทำให้หัวไร่ปลายนามีมูลค่าเพิ่มขึ้นมาในเรื่องของการทำเกษตรแนวทฤษฏีใหม่หรือเกษตรพอเพียงนะครับ และถ้ามองเห็นโอกาสในพื้นที่อื่นๆ ก็สามารถที่จะขยายเพิ่มปริมาณได้ตามความชอบหรือความถนัด

 

มนตรี  บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ  www.thaigreenagro.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *