สูตรปุ๋ยสำหรับพืช

ปลูกพืชใช้น้ำน้อย สร้างรายได้ในช่วงฤดูแล้ง

fiogf49gjkf0d

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ปลูกผัก ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ปลูกผัก

ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยอยุ่ในช่วงที่อากาศร้อนที่สุดของปีและเป็นช่วงที่ประเทศไทยแล้งและขาดแคลนน้ำในรอบหลายสิบปี
สำหรับภาคเกษตรแล้วถือว่าได้รับผลกระทบมากที่สุดเพราะน้ำเป็นปัจจัยหลักอันดับ1
ในการทำการเกษตร ฉะนั้นแล้วควรจะมองหาพืชที่ใช้น้ำน้อยมาเพาะโดย เฉทเช่นนโยบายของทางภาครัฐที่ส่งเสริมให้ปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยๆในการเพาะปลูก

โดยการปลูกพืชที่มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น พืชที่ใช้น้ำน้อย
เช่นพืชตระกูลผัก เช่น ผักบุ้ง คะน้า ถั่วฝักยาว บวบ ฟัก กระเพรา ตะไคร้ เป็นต้น
หรือจะเป็นกลุ่มไม้ดอก ที่มีอายุการเก็บเกี่ยวผลผลิตสั้น ใช้น้ำน้อย
มาปลูกทดแทนสร้างรายได้มาจุนเจือครอบครัวระหว่างช่วงรอน้ำทำนา

            ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ปลูกดาวเรือง

   พืชเศรษฐกิจที่น่าจำสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้เกษตรกรที่ว่างเว้นจากการทำนา
ที่ทางผู้เขียนอย่ากแนะนำก็คือ ดาวเรือง ซึ่งดาวเรืองเป็นดอกไม้ในไม่กี่ชนิดที่ขายกันเป็นดอก
ไม่ได้ขายเป็นกิโลกรัมเหมือนดอกมะลิหรือดอกไม้ชนิดอื่นๆ ดาวเรืองใช้เวลาปลูกประมาณ
60-70 วันก็สามารถตัดดอกขายได้แล้ว หลังจากที่ตัดรอบแรกแล้วก็สามารถตัดดอกขายได้อีกประมาณ
2 เดือนเป็นอย่างต่ำ ราคารับซื้อที่ซื้อขายกันอยู่ก็ดี ดอกจัมโบ้(ดอกใหญ่พิเศษ)
รับซื้อกันอยู่ที่ดอกละ 1-2 บาท ส่วนดอกเล็กราคาก็ลดหลั่นลงมา  เกษตรกรในภาคอีสานจะนิยมปลูกดาวเรืองเป็นอาชีพเสริมหลังจากการเก็บเกี่ยวข้าวนาปีช่วงเดือนพฤศจิกายน
เพราะภาคอีสานจะทำนากันปีละครั้งจะไม่มีน้ำทำนาปรังเหมือนเขตภาคกลาง
หลังจากเกี่ยวข้าวแล้วก็จะทำการปลูกพืชระยะสั้นเสริมแบบนี้แทบทุกปี
เกษตรกรในเขตภาคกลางน่าจะเอาวิธีของชาวนาในภาคอีสานไปลองปรับใช้ดูบ้าง

            สำหรับดาวเรืองเป็นไม้ดอกที่ดูแลไม่อยาก
ดูแลด้วยการใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ เช่น 15-15-15 เป็นประจำทุกเดือน
ส่วนเรื่องของโรคแมลงก็จะมีเชื้อราที่คอยสร้างปัญหาส่วนมากจะเป็นที่ดอกทำให้ดอกดาวเรืองมีตำหนิ
ราคาอาจตกลงได้ แมลงศัตรูก็จะมี หนอนเจาะดอก หนอนกินใบ เพลี้ยไฟ เป็นต้น

          เกษตรกรที่ทำนา หรือ ทำพืชไร่ ควรปรับตัวให้ทันกับสถานณ์ปัจจุบัน
ไม่ใช่มีอาชีพทำนาหรือทำไร่เชิงเดียวอย่างเดียว
แต่ควรจะมีความรู้ในเรื่องการเพาะปลูกพืชอย่างอื่นด้วย เผื่อว่าในภายภาคหน้าเกิดเหตุการณ์ขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูก
จะได้ปรับตัวได้ทัน ท่วงที

            สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
คุณจตุโชค จันทรภูมี โทร.085-9205846 หรือสอบถามไปที่ฝ่ายวิชาการของทางชมรมเกษตรปลอดสารพิษ
โทร.02-9861680-2

 

เขียนและรายงานโดย

นายจตุโชค จันทรภูมี(นักวิชาการเกษตร)