หินแร่ภูเขาไฟ, พืชผัก พืชไร่, คุณค่าน่ารู้เกี่ยวกับจุลินทรีย์

ปลูกผักในน้ำกับปลูกผักบนดิน… อย่างไหนฟินกว่ากัน

การปลูกพืชในน้ำ ที่เขาเรียกกันว่า “ไฮโดโปนิกส์” แปลว่า วิธีการปลูกพืชด้วยระบบน้ำ ได้รับความนิยมในสังคมคนเมือง มากขึ้นทุกวัน เนื่องด้วยว่ามีเมนูที่เกี่ยว

กับผักสลัด ออกมาเยอะแยะมากมาย คนเมืองเชื่อว่าผักแบบนี้ สะอาด ดินที่เกิดจากท้องไร่ท้องนา เป็นดินที่ดีปลูกอะไรก็สวย แต่อย่าไปทำลายด้วยการไปเติม

สารพิษลงไปในดินหรือควรรู้จักการพักดิน หลังจากที่เราใช้ดินมานาน ถ้ารู้จักปรับปรุงบำรุงดิน ปลูกปอเทือง ปลูกพืชตระกูลถั่ว ที่มันมีปม มีไรโซเดียม อาศัยอยู่

ก็จะเกิดการพักดิน ไม่เร่งรับจนเกินไป ดินก็จะมีความอุดมสมบูรณ์ มีอาหารที่เพียงพอ ถ้าเราทำเกษตรแล้วพักดิน รักษาหน้าดิน ดินเราก็จะมีความอุดมสมบูรณ์

ดินที่มันดีอยู่แล้วเพียงแค่หยุดใช้สารพิษ ถ้าเจอดินดีเราไม่ต้องปรับอะไรเลย เพียงแค่นำดินมาใส่กระถางก็ปลูกอะไรก็ขึ้น เพราะมันเป็นดินดำน้ำชุ่ม แต่ทำไมดิน

จากท้องไร่ท้องนานี้มันเหนียวก็เพราะว่าเราไปเผาฟาง และเราก็ใส่ปุ๋ยเคมีมากเกินไป เราไม่ได้ใส่แบบสมดุล ใส่ปุ๋ยเคมีสัก 20-30% และก็ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกปุ๋ยหมัก

ฟางอีก70-80% ดินมันก็จะขุดออกมาแล้วก็ใส่กระถางแล้วปลูกต้นไม้ แต่ถ้ามันเหนียวหน่อยก็เอาดินมาปรับมาผสมใบก้ามปู ผสมปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก ทำให้โครงสร้าง

แนวมีส่วนขยาย มีความโปร่งฟู ร่วนซุย ระบายถ่ายเทน้ำได้ดีนั้นเอง แต่ถ้าดินมันดีท่านก็ไม่ต้องไปปลูกพืชแบบในระบบน้ำ ท่านก็จะได้ไม่ต้องไปซื้ออุปกรณ์ปลูก

ในระบบไฮโดรโปนิกส์ แบบเยอะแยะมากมาย ถ้าท่านจะปรับน้ำ ก็ต้องใช้เคมีล้วนในการปรับสภาพน้ำ เพราะวัสดุปลูกไม่ใช่ดิน แต่อาจจะเติมในรูปแบบของน้ำหยด

หรือปุ๋ยละลายช้า  แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นวิธีที่ผิด แค่อยากจะนำเสนอแนวทางให้เพื่อนๆได้เห็นว่า มันดีจริงไหม มันฟินจริงไหม หรือเราเป็นคนไทยเราจำเป็นไหม

ที่จะให้เทคโนโลยีแบบประเทศที่มันแล้งแค้นความอุดมสมบูรณ์ของดินคนเมืองไม่รู้ว่า ปุ๋ย AB เป็นปุ๋ยเคมีที่ละลายน้ำ ใส่เคมีสำเร็จรูป ใส่ไปในพืชผัก ที่มีราก

อุ้มน้ำ ช้ำน้ำ ก็ไปสะสม ในเซลล์ในใบ ถ้าท่านเชื่อว่าประเทศไทยเนียบกว่า ประเทศ อิสลาแอลยุโรป ซึ้งอาจจะเป็นจริงก็ได้สำหรับคนที่ปลูกพืชแบบไม่ใช้ดิน

คือคนที่ปลูกพืชวันละ 5-10 กิโลกรัม แต่ถ้าปลูกพืชวันละ 5-10 กิโลกรัม แล้วมีออเดอร์เพิ่มมากขึ้น เพราะมีคนนิยมชมชอบ ทำให้ปลูกขยายมากมาย จากเคยที่

ทำความสะอาด ท่อ ราง  ก็เริ่มไม่ทั่วถึง ไม่พอ ที่จะทำ ท่อ ราง เริ่ม มีตระไคร้  เริ่มมีแบคทีเรีย การปรับ PHน้ำ ส่วนใหญ่ก็จะใช้กรดเนติกออซิด กรดแนติกแอซิด

ก็เปลี่ยนสภาพเป็นไนเตรท ทำให้พืชดูดสะสมไนติกแอซิดที่เป็นไนเตรท ไนเตรทก็คือดินประสิว ดินประสิวที่ไปทาในปลาเค็มในสมัยโบราณทำให้มันแดงจัดจ้าน

 

ไนเตรทสะสมกับโปรตีนในร่างกายมาก ทำให้คนยุคสมัยนี้เป็นมะเร็ง จากการหาการการดินที่อยู่ในรูปของความเข้มข้นของสารอาหารที่มันมากเกินความต้อง

การของมนุษย์ แต่ถ้าเราปลูกในดิน ดินไทยในแผ่นดินแม่ของเรานี้ มันมี ยีส รา  โปรโตซัว แบคทีเรีย ท่านหว่านปุ๋ยสูตรเสมอ ลงไปปุ๊บ ฟิวเลอร์ส่วนเกิน เคมีส่วน

เกินก็ไปกับ จุลินทรีย์ส่วนหนึ่งก็ใช้ไนเตน ย่อยไนเตรท พวกไนโต แบคโต เปลี่ยนไนเตรทไปเป็นไนโตรเจน เป็นกระบวนการย่อย การเปลี่ยนแปลงแจกจ่ายกัน

ไป เหลือแต่สารเคมีที่บริสุทธิ์ที่พอเหมาะพอดีกับพืช ดินส่วนใหญ่ก็เป็นบ๊อบเฟอร์ เหมือนฝนตกน้ำท่วมมันจะลงสู่ไปเป็นน้ำบาดาล ดินเรามีตัวกรองมีความสะอาด

แต่ถ้าปลูกแบบไม่ใช้ดิน มันมีความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในการที่จะย่อยพวกโลหะหนัก พวกแคชเมียม ปรอท ตะกั่ว สารหนู น้อยมาก ยิ่งเป็นพวกไฮโดรโปนิกส์

ยิ่งจะทำให้สารเคมี ที่ส่วนใหญ่จะเป็นพวกไนเตรทกับผู้ประกอบการที่ มักง่าย ฟาร์มดีๆอาจจะมีอยู่ พอสมควร แต่ฟาร์มที่เอาแต่ผลผลิตอย่างเดียว วันหนึ่งผลิตระ

บบไม่ดี ผักสลัดจึงไม่ใช่ผักที่อาจจะปลอดภัย ดังที่คนเมืองหรือเศรษฐีคิดว่ามันจะเป็น สู่ผักที่โตบนดิน ปลูกบนดิน ตามวิถีไทยๆ แต่ดินประเทศไทยมันดี เตรียม

ดินดีๆ ผสมดีๆ ทำแปลงปลูกดีๆ บริเวณบ้าน รั้วบ้าน หน้าบ้าน หลังบ้าน เราก็สามารถที่จะใช้ตัวพวกนี้เหล่านี้มาประยุกต์ใช้ ทำให้วิถีชีวิตเราก็มีความสุข ปลูกแบบ

ธรรมชาติอยู่บนดิน เพราะพื้นดินมีความสมบูรณ์ และมีประโยชน์มากมายพอสมควรสมบูรณ์ หากเกษตรกรท่านใดสนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

 

 

เขียนและรายงานโดย ทีมงานชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

สอบถามเพิ่มเติมที่ 02-9861680-2 หรือ โทร 084-5554210 Hotline สายด่วน 084-5554205 -9 หรือ @thaigreenagro

เสนอติชมได้ที่ Email : thaigreenago@gmail.com