ดิน, ดิน ปุ๋ย น้ำ อากาศและแสงแดด

ปรับปรุงดินอย่างไร….ให้พืชโตเร็ว

ในหลวงรัชกาลที่ ๙ เคยมีพระราชดำรัสว่า ปลูกพืชให้ดู “ดิน” เลี้ยงปลาให้ดู “น้ำ” คือต้องศึกษารากเหง้าหรือเจาะลึกไปที่แก่น เพื่อจะได้แก้ปัญหาได้ตรงประเด็น การแก้ปัญหาแบบผิวเผินก็หรือปลายเหตุจะเป็นการสิ้นเปลืองเวลาและเงินทองไปโดยเปล่าประโยชน์

จากการไปบรรยายตามที่ต่างๆ ในปัจจุบันก็ยังคงพบว่าพี่น้องเกษตรกรส่วนใหญ่ก็ยังขาดความรู้เรื่องการเตรียมดิน ไม่เคยมีการตรวจวัดค่าความเป็นกรดและด่างของดิน ทำให้เมื่อปลูกพืชแล้ว พืชไม่โต ไม่ตอบสนอง ต้องใส่เสริมเพิ่มปุ๋ยแบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จนทำให้ต้นทุนสูงขึ้นโดยใช่เหตุ

คุณสมบัติของดินที่จะทำให้พืชโตเร็ว ดูดกินปุ๋ยจากดินในธรรมชาติได้มากคือดินจะต้องมีความ โปร่ง ฟู ร่วน ซุย ระบายถ่ายเทน้ำได้ดี มีองค์ประกอบของดินทรีย์วัตถุเช่น ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก เศษไม้ ใบหญ้าที่เปื่อยผุสมบุรณ์แล้วพอประมาณ หรือถ้าจะมองตามแนววิทยาศาสตร์ พูดตามนักวิชาการอินทรียวัตถุที่สมบูรณ์แล้วจะต้องมีอย่างน้อย 5% เพียงเท่านี้ก็ทำให้พืชสามารถใช้ประโยชน์จากดินได้อย่างเต็มที่

 

 

 

นอกจากการให้ความสำคัยกับอินทรียวัตถุแล้ว การให้ความสำคัญกับความเป็นกรดและด่างของดินก็มีความสำคัญด้วยเช่นเดียวกัน พฤติกรรมการใช้ปุ๋ยเคมีมาเป็นระยะเวลานานก็จะทำให้ดินสะสมซัลเฟต ไนตริก แอซิดเพิ่มขึ้น ทำให้คุณสมบัติของดินทางเคมีกลายเป็นกรดหรือเปรี้ยวเพิ่มขึ้น ค่าความเป็นกรดและด่างของดินควรจะต้องอยู่ระหว่าง 5.8-6.3 นับว่าเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุดต่อการละลายแร่ธาตุสาอาหารในดินออกมาเป็นประโยชน์ต่อรากพืช

การหมั่นเติมอินทรียวัตถุบ่อยๆ การเติมหรือราดรดฉีดพ่นจุลินทรีย์ขี้ควาย(สัตว์เคี้ยวเอื้อง) ช่วยย่อยสลายให้อินทรียวัตถุ กลายเป็นปุ๋ยหรืออาหารพืชได้เร็วขึ้น จะช่วยเพิ่มสิ่งมีชีวิตและระบบนิเวศน์ในดินให้สมดุลได้รวดเร็ว ไส้เดือน จุลินทรีย์ต่างๆจะเข้ามาอยู่อาศัย ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนพึ่งพิงอิงอาศัยระหว่างกันและกัน

การใช้หินแร่ภูเขาไฟซึ่งเป็นอาหารพืชที่มีโภชนาการเกือบครบถ้วนในอนาคตลดหรือทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมีก็จะทำให้ประสิทธิภาพการบำรุงดินด้วยอินทรีย์วัตถุมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ช่วยลดการเฝือใบ งามใบ พืชไม่อวบอ้วนอ่อนแอ

ดินทรายจัด เสริมด้วยกลุ่มของฮิวมิค แอซิด (โพแทสเซียมฮิวเมท) ก็จะช่วยทำให้ดินมีโครงสร้างดินเหมือนดินตามป่าเขาลำเนาไพรได้เร็วขึ้น เพราะกลุ่มของฮิวมัสสำเร็จรูปจะมีพร้อมใช้งานได้รวดเร็วและเพียงพอมากกว่าปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกที่เพิ่งจะหมักไม่ได้กี่เดือน การประยุกต์ใช้สิ่งต่างๆเหล่านี้ช่วยให้การเกษตรที่ปลูกเชิงเดี่ยว ปลูกเชิงการค้า สามารถผ่านพ้นปัญหาไปได้โดยง่ายไม่มากก็น้อยนะครับ

 

 

มนตรี  บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com