• เห็ด เพาะไม่อยาก อยากเริ่ม จะเริ่มอย่างไร?

    คนที่ไม่มีประสบการณ์ในการเพาะเห็ดเลย ควรเริ่มต้นจากการซื้อก้อนเชื้อสำเร็จรูปไปที่เขาหยอดเชื้อแล้ว ไปลองเพาะ ลองเปิดดอกดูก่อน ฝึกเรียนรู้ ฝึกดูแลรักษา ให้น้ำ เก็บดอก เมื่อเริ่มมีประสบการณ์ หรือมีความชำนาญขึ้น บวกกับมีตลาดรองรับที่แน่นอน แล้วจึงลองขยายโรงเรือนซื้อก้อนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนมั่นใจแล้วค่อยเริ่มผลิตก้อนเอง ซึ่งการผลิตก้อนเองอาจจะต้องลงทุนเพิ่ม ตั้งแต่หม้อนึ่งฆ่าเชื้อ อุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งอาจรวมถึงขี้เลื่อยและวัสดุผสมเพาะตัวอื่นๆ อันที่จริงตลาดของเห็ดสามารถทำได้ตั้งแต่ การผลิตหัวเชื้อเห็ด ก้อนเชื้อเห็ด แต่ถ้าไม่มีความชำนาญ ก็ควรผลิตดอกขายก่อนดีกว่า ซึ่งสามารถขายได้ทั้งในรูปของดอกสด ดอกแห้งผลิตภัณฑ์แปรรูป หรือแช่สด ดองเกลือส่งขายต่างประเทศก็ได้ ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทต่างชาติหลายบริษัทที่ลงทุนรับซื้อเห็ดสดแล้วดองเกลือ หรือดองซีอิ๊วส่งกลับไปประเทศ   อาชีพเห็ดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากปัจจุบันสัตว์เป็นโรคระบาดได้ง่ายขึ้น อีกอย่างโภชนาการของเห็ดสามารถทดแทนเนื้อสัตว์ได้อย่างสบาย ที่สำคัญโรคของเห็ดไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพผู้บริโภค แต่อาจมีผลกระทบกับผู้ผลิตบ้างตรงที่ผลิตได้น้อยไม่เพียงพอกับตลาด บวกกับนโยบายภาครัฐ ที่ยังให้ความสำคัญเรื่องการผลิตอาหารสุขภาพ เห็ดก็ตัวหนึ่งที่มีรสชาติอร่อย มีโปรตีนสูง แทนเนื้อสัตว์ได้ มีทั้งวิตามิน อะมิโน ที่จำเป็นต่อร่างกาย อีกทั้งเป็นสมุนไพรทางยาช่วยรักษาโรคได้   ตัวผู้เขียนเองอยากให้ผู้ผลิตทุกคนทุกฟาร์มมองถึงคุณภาพของดอกเห็ด จรรยาบรรณหรือคุณธรรมของผู้ผลิตด้วย ใช่ว่าสักๆแต่ผลิตให้ได้วันละ 100-200 กก.เน้นแต่ปริมาณไม่เน้นคุณภาพหรือกลไกราคา ยิ่งหน้าอากาศเย็นเห็ดออกดอกเยอะล้นตลาด ราคาถูกลงเหมือนสินค้าตัวอื่น แต่ถ้าควบคุมคุณภาพ บวกกับผลิตเห็ดหลากหลายชนิดผสมผสานกันไปในฟาร์มเดียวกัน ยกตัวอย่างช่วงที่เพาะเห็ดนางฟ้า นางรม อาจจะเพาะเห็ดหอม เห็ดหลินจือ ควบคู่ไปด้วย ซึ่งอีกหลายชนิดที่สามารถเพาะรวมกันได้ ช่วงเห็ดนางฟ้า นางรมราคาถูก แต่ก็มีเห็ดหอมที่ราคาสูงกว่าคอยช่วยพยุงให้ทำอาชีพเพาะเห็ดเดินต่อไปได้ แต่ถ้าเกษตรกรเพาะแต่เห็ดตัวใดตัวหนึ่งตัวเดียว ช่วงใดเห็ดชนิดนั้นราคาถูกก็หมายถึงว่ารอบนั้นท่านขาดทุน เมื่ออยู่ไม่ได้ก็ต้องเปลี่ยนอาชีพใหม่ไปเรื่อยๆ…. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ชมรมเกษตรปลอดสารพิษโทร. 02-9861680 -2  ท่านใดที่สนใจผลิตภัณฑ์ชมรมฯสอบถามได้ที่Hotline สายด่วน 084-5554205 -9 หรือ Line Center : tga001, tga002, tga003, tga004 ***สินค้าคุณภาพ…ต้องตราใบไม้ลายธงชาติ เท่านั้น ***       ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com เสนอแนะติชมได้ที่ email : thaigreenagro@gmail.com   +

  • ZEO PLATINUM ชีโอฟาร์ม ไม่ได้มีดีแค่จับกลิ่นเหม็นในคอกปศุสัตว์

  • ลมหนาวมาเยือน หรืออากาศแปรปรวน ต้นไม้ชะงักไม่กินปุ๋ย

  • ฤดูฝนมาและวิธีหลีกหนีปัญหาเรื่องหนอน

  • ข่าวเกษตรJul 18@ 8:59 amthaigreenagro

    ZEO PLATINUM ชีโอฟาร์ม ไม่ได้มีดีแค่จับกลิ่นเหม็นในคอกปศุสัตว์

    ชีโอฟาร์ม ไม่ได้มีดีแค่จับกลิ่นเหม็นในคอกปศุสัตว์ เรื่องราวที่ทางทีมงานชมรมเกษตรปลอดสารพิษจะบอกเล่าในตอนนี้เป็นข้อมูลที่ได้รับแจ้งเข้ามาจากท่านสมาชิกทางจังหวัดศรีษะเกษ และจังหวัดอื่นๆ เกี่ยวกับประโยชน์ด้านอื่นๆของ ซีโอ-ฟาร์ม ที่ไม่ได้เก่งแค่เรื่องจับกลิ่นหรือดับกลิ่นเหม็นในคอกเลี้ยงสัตว์ คอกไก่ เล้าหมู คอกวัวควาย แต่ยังช่วยเร่งการเจริญเติบโตของสัตว์ ทำให้สัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงไว้โตเร็วกว่าเดิมอีกด้วย และยังช่วยให้สัตว์เลี้ยงที่เลี้ยวไว้มีสภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ไม่ป่วยเป็นโรคเหมือนแต่ก่อน ข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นนี้เป็นข้อมูลจริงที่ได้จากคุณดวงนภา เดื่อดิน ทำงานประจำเป็นพนักงานบริษัทคูโบต้าประเทศไทยจำกัด สาขาศรีษะเกษ และมีอาชีพเลี้ยงหมูเพื่อขายเป็นอาชีพเสริมที่หลังบ้าน ปัญหาที่คุณดวงนภาพบเจอในตอนแรกก็คือเลี้ยงหมูไว้ที่หลังบ้านแล้วบ้านอยู่ในแหล่งชุมชนแล้ว ปัญหาหลักๆเลยที่มากับการเลี้ยงหมูก็คือปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็น ซึ่งกลิ่นของหมูของคุณดวงลดาที่เลี้ยงไว้ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนเพื่อนบ้าน เลยหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตและได้มาเจอผลิตภัณฑ์หินแร่ภูเขาไฟกำจัดกลิ่นในคอกปศุสัตว์ ซีโอ-ฟาร์ม แล้วได้นำไปทดลองใช้กำจัดกลิ่นเหม็นในคอกหมูที่เลี้ยงไว้ได้ผลเป็นอย่างดีหลังจากหว่านผงซีโอ-ฟาร์มไปในคอกหมูไม่ถึง 15 นาทีกลิ่นเหม็นของมูลหมูค่อยๆหายเบาลงจนหายเหม็นภายในเวลาครึ่งชั่วโมง และก็ได้ใช้ซีโอ-ฟาร์มเรื่อยมาเป็นระยะเวลามาเกือบ 1 ปีแล้ว โดยลองใช้ตามที่นักวิชาการของชมรมเกษตรปลอดสารพิษแนะนำด้วย คือการใช้ซีโอฟาร์มผสมอาหารให้หมูกินโดยใช้ซีโอฟาร์ม 3 กิโลกรัม ผสมอาหารสัตว์ 100 กิโลกรัม เพื่อลดแก็สแอมโมเนีย ลดกลิ่นเหม็นตั้งแต่ในท้องของหมูเลย ทำให้กลิ่นเหม็นของมูลหมูขับถ่ายออกมาไม่เหม็นเหมือนแต่ก่อนที่ยังไม่ได้ใช้ซีโอฟาร์มผสมอาหารให้หมูกิน แต่ที่คุณดวงลดาสั่งเกตุเห็นหลังจากที่ผสมซีโอ-ฟาร์มให้หมูกินไม่ใช่แค่กลิ่นเหม็นที่ลดลง แต่ยังสังเกตุเห็นว่าหมูที่เลี้ยงไว้มีการเจริญเติบโตเร็วกว่าแต่ก่อนทั้งที่ให้อาหารเหมือนแต่ก่อนทุกครั้ง คือให้กินวันละเท่าไหร่ก็ให้เท่าเดิม แต่หมูรุ่งหลังๆที่ได้ผสมซีโอฟาร์มให้กินด้วยมีขนาดและน้ำหนักมากกว่าเดิม สาเหตุหลักๆที่ทำให้หมูมีการเจริญเติบโตที่ดีและเร็วอาจเนื่องมาจากสาเหตุที่หมูไม่ค่อยป่วย ไม่ค่อยท้องเสีย ทำให้กินอาหารได้ดีและมีการเจริญที่ดีไป ด้วย ท่านสมาชิกของชมรมเกษตรปลอดสารพิษท่านใดที่เลี้ยงหมูแล้วมีปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นก็ลองนำซีโอฟาร์มไปใช้ดูนะครับ คือจะลองนำวิธีของคุณดวงนภาไปลองใช้ดูก็ได้ครับ   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ชมรมเกษตรปลอดสารพิษที่เบอร์ 084-5554205-9 +

  • ลมหนาวมาเยือน หรืออากาศแปรปรวน ต้นไม้ชะงักไม่กินปุ๋ย

  • ฤดูฝนมาและวิธีหลีกหนีปัญหาเรื่องหนอน

  • อากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝน อบอ้าว ใบจุดตากบ พริกเริ่มระบาด เร่งป้องกัน

  • ลมหนาวมาเยือน หรืออากาศแปรปรวน ต้นไม้ชะงักไม่กินปุ๋ย

    Jul 15@ 8:19 am

    ปีนี้ลมหนาวมาเริ่มมาเยือนตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม อาจจะเป็นเพราะอากาศแปรปรวน ชาวนาชาวไร่ต่างเตรียมรับมือภัยจากลมหนาวกันจ้าละหวั่น บ้างก็รู้…บ้างก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรเพราะไม่เคยเจอ แต่ที่รู้หว่านปุ๋ยแล้วไม่ยอมเขียว ไม่ยอมโตซะที ผู้เขียนประเมินเอาว่าปีนี้(2562)ลมหนาวน่าจะนานกว่าปีก่อน แต่ที่น่าเห็นใจสุดๆก็น่าจะเป็นชาวนา ปลูกข้าวหวังได้ข้าวแต่มาเจออากาศที่เลวร้าย แปรปรวนไม่เว้นแต่ละวัน กลางวันก็ร้อนตับแตก ตกกลางคืนหนาวสุดขั้วหัวใจ โดยเฉพาะตีสามใกล้ย่ำรุ่งยิ่งหนาวหนัก ข้าวที่ปลูกก็ไม่กินปุ๋ย หยุด!ชะงักใบเหลือง +

  • ฤดูฝนมาและวิธีหลีกหนีปัญหาเรื่องหนอน

    ความชุ่มชื้นฉ่ำเย็นจากน้ำฝนส่งผลทำให้อุณหภูมิโดยทั่วไปในประเทศของเราดูผ่อนคลายสบายๆไร้ความตึงเครียด ส่งผลทำให้พืชไร่ไม้ผลดูสดใสเขียวขจี เมื่อได้รับน้ำรับปุ๋ยจากธรรมชาติโดยเฉพาะไนโตรเจนจากน้ำฝนนั้นค่อนข้างมาก ในกลุ่มที่มีอาชีพดูแลรับจ้างตกแต่งจัดสวนก็จะสะดวกสบายขึ้นมาในระยะนี้ เพราะต้นไม้ใบหญ้าที่อยู่ในความดูแลจะสดชื่นเขียวใสได้โดยไม่ต้องสิ้นเปลืองปุ๋ยยาให้มากมายต้นไม้ก็สามารถที่จะเจริญเติบโตงอกงามได้เองแบบธรรมชาติ แต่ปัญหาที่สำคัญพลันมาพร้อมกับฝนด้วยนั้นก็คือ เรื่องหนอนและแมลง เพราะน้ำฝนคือปุ๋ยไนโตรเจนชั้นดีที่ธรรมชาติสรรค์สร้างมาให้ใช้ฟรีๆ นั้นจะส่งผลทำให้กิ่ง ก้าน ใบของต้นไม้สูงยาว ขาวชะลูด ชู๊ดชูช่อ ไม่หยุดหย่อน ยอดที่ขาวอวบอ้วนนั้นเป็นที่โปรดปรานแก่เหล่าหนอนและแมลงเป็นอย่างยิ่ง เพราะอ่อนหวานง่ายต่อการรับประทาน  จึงทำให้ในช่วงนี้ถ้าพี่น้องเกษตรกรสังเกตุกันให้ดีๆ จะพบว่ามีปัญหาในเรื่องของการเข้าทำลายกัดกินใบในแปลงพืชไร่ไม้ผลของพี่น้องเกษตรกรเป็นอย่างมาก  ถ้าไม่มีการดูแลป้องกันอย่างถูกวิธีก็จะก่อให้เกิดการสูญเสียในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นยอดอ่อนที่ถูกทำลาย ทำให้พื้นที่สังเคราะห์ลดน้อยลง ใบแก่ที่สะสมอาหารไว้มากถูกทำลายก็ทำให้อาหารที่ลงทุนลงแรงใส่ลงไปนั้น สูญสลายหายไปด้วยเช่นกัน และส่งผลกระทบต่อยอดมาถึงผลิตผลทำให้การติดดอกออกผลน้อยลงไปตามไปด้วย การใช้สมุนไพรจำพวกขมิ้นชัน ไพร ฟ้าทะลายโจร ตะไคร้หอมและกานพลูก (ชื่อการค้า ไทเกอร์เฮิร์บ) +

  • อากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝน อบอ้าว ใบจุดตากบ พริกเริ่มระบาด เร่งป้องกัน

  • จริงหรือไม่?…หน้าฝนจัดการศัตรูพืชง่ายกว่าหน้าแล้ง

  • อากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝน อบอ้าว ใบจุดตากบ พริกเริ่มระบาด เร่งป้องกัน

    ในอดีตนักวิชาการหลายท่านแนะนำเกษตรกรให้ตัดแต่งกิ่งพริกส่วนที่เป็นโรคออกไปทำลายแล้วให้สังเกตอาการดูก่อน 1-2 วัน ก่อนฉีดพ่นยาป้องกันโรคพืช โดยอ้างว่าถ้าอากาศร้อนฝนไม่ตก การระบาดของโรคก็จะหยุดไป แต่ถ้าเห็นว่าครึ้มฟ้าครึ้มฝนเหมือนจะตกแล้วค่อยฉีดพ่นป้องกันโรค เนื่องจากกระตุ้นโรคให้กระจายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเกิดจากการแนะนำที่ไม่ชัดเจน ไม่กระจ่างทำให้เกษตรกรปฏิบัติไม่ถูกวิธี ส่งผลให้โรคกระจายระบาดทั่วแปลง ใบจุดตากบพริก จะมีลักษณะจุดแผลค่อนข้างกลม บริเวณใจกลางมีสีเทา ขอบๆ แผลมีสีน้ำตาลกระจายทั่วทั้งใบ ซึ่งเกิดจากเชื้อเซอโคสะปอร่า(Cercospora)   ป้องกันการระบาดโดยให้ฉีดพ่นล้างใบล้างสปอร์ด้วยฟังก์กัสเคลียร์ อัตรา 2กรัมต่อน้ำ 20ลิตรเว้นระยะห่าง 2-3วัน ก่อนฉีดพ่นไบโอเซ็นเซอร์ 50กรัมต่อน้ำ 20ลิตร สลับไปมาติดต่อซ้ำๆ 2-3ครั้ง จากนั้นค่อยฉีดพ่นควบคุมทุกๆ 7-10วัน โดยเว้นระยะห่างของยา 2-3วันเหมือนเดิม เพื่อป้องกันการกลับมาระบาดทำลายผลผลิตใหม่อีกครั้ง แสงแดดจ้าและแรงอีกอย่างที่มีผลทำให้ผิวพริกไหม้ ต้นไหนใบมากหน่อยก็อาจช่วยได้บ้าง(เล็กน้อย) นักวิชาการหลายท่านแนะนำให้เกษตรกรปลูกในโรงเรือนที่มีหลังคา จะได้ช่วยพลางแสงลดความเสียหายของผล การแนะนำเช่นนั้นอาจเป็นการเพิ่มต้นทุน หรือสร้างภาระให้เกษตรกรได้ แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีทางออกเสียทีเดียว หากต้องการลดความเสียหาย ลดการปะทะแสงแดดโดยการฉีดพ่นไบโอฟิล์มทุกๆ 7วันครั้ง เท่านี้ก็สามารถลดความเสียของผลผลิตลงได้ เกษตรกรท่านใดสนใจต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ (02-9861680-2) หรือผู้เขียน(081-3983128)       ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com  เสนอแนะติชมได้ที่ email: thaigreenagro@gmail.com   +

  • จริงหรือไม่?…หน้าฝนจัดการศัตรูพืชง่ายกว่าหน้าแล้ง

  • สูตรยับยั้งใบอ่อน….ต่อสู้กับฝนหลงฤดู

  • ข่าวเกษตรApr 24@ 8:16 amthaigreenagro

    เทคนิคการเตรียมเมล็ดข้าวก่อนหว่านป้องกันนกหนูมากิน

    ในช่วงปลายเดือนเมษายนของทุกๆปี เป็นช่วงฤดูกาลหว่านข้าวนาปีของชาวนาในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะชาวนาในภาคอีสานที่ทำนาปีกันเกือบทั้งภาค ช่วงนี้เป็นช่วงเตรียมการหาเมล็ดพันธุ์ข้าวกันแล้ว บางรายมีการคัดเลือกข้าวจากแปลงนาตัวเองไว้ตั้งแต่รอบการทำนาปีที่แล้ว บางรายก็ทันสมัยหน่อยหาซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวตามร้านขายปุ๋ยยา-เมล็ดพันธุ์ ใกล้บ้าน การทำนาในภาคอีสานปัจจุบัน จะนิยมหว่านข้าวตอนที่พื้นที่ยังแห้งไม่มีน้ำ แล้วไถกลับทิ้งไว้ รอให้เทวดาประทานฝนตกลงมาให้ ช่วงเดือนพฤษภาคม จึงจะค่อยๆเห็นเมล็ดข้าวงอกเขียวขจีขึ้นมา ในช่วงระหว่างรอฝนจะพบปัญหาเรื่องภัยธรรมชาติมีนกมาจิกกินเมล็ดข้าว มีหนูมาคุ้นเขี่ยเมล็ดข้าวไปกิน ทำให้ข้าวที่หว่านเสียหายไป เกิดพื้นที่ว่างเวลาข้าวงอกขึ้นมา ทำให้เสียพื้นที่ไปโดยป่าวประโยชน์ ผลผลิตข้าวต่อไร่หายไปถ้าไม่มีการแก้ไขโดยการนำกล้ามาปักดำ ซ่อมในส่วนแหว่งๆไป เป็นการเพิ่มต้นทุนการทำนา(ในกรณีจ้างแรงงาน) เสียเวลาและแรง(กรณีทำเอง)            ทางชมรมเกษตรปลอดสารพิษขำแนะนำเทคนิควิธีง่ายๆในการลดการกินเมล็ดพันธุ์ข้าวที่หว่านไว้ในนาของนกและหนู โดยไม่ต้องทำบาปโดยการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ไม่ต้องใช้วิธีทารุณรุนแรงเช่นการใช้ไฟฟ้าช๊อต วิธีการที่แนะนำคือการใช้สมุนไพรที่มีอยู่ตามท้องไรปลายนา เช่นสะเดา ซึ่งทางภาคอีสานมีต้นสะเดาเยอะอยู่แล้ว เพราะคนอีสานชอบทานยอดสะเดากับน้ำพริกอยู่แล้ว นำเอาเมล็ดสะเดาที่ร่วงหล่นใต้ต้นสะเดานำมาตำให้พอละเอียดแล้วนำไปแช่น้ำเปล่า หมักไว้ 15 วัน จากนั้นนำน้ำที่หมักแล้วไปผสมกับน้ำที่ใช้แช่พันธุ์ข้าวที่เตรียมจะหว่าน สะเดาขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องรสขม ทำให้พันธุ์ข้าวที่เราเปลี่ยนจากแช่น้ำเปล่า เป็นแช่ในน้ำหมักสะเดา เมล็ดพันธุ์ข้าวที่หว่านไปจะมีรสชาติขมของสะเดาติดเคลือบเมล็ดไปด้วย ทำให้เวลานกหรือหนูมากินแล้วเกิดความไม่อร่อย กินแล้วขน ก็ลดการกินลงได้ไม่มากก็น้อย แต่ที่ได้เก็บข้อมูลมา วิธีนี้ได้ผลค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจเลยทีเดียวครับ ถ้าในพื้นที่ไหนหาเมล็ดสะเดายาก ในพื้นที่นั้นๆไม่มี ก็สามารถใช้ ผงสมุนไพรรวมที่ชื่อ “ไทเกอร์เฮิร์บ”ของทางชมรมเกษตรปลอดสารพิษทดแทนกันได้เช่นกันนะครับ……สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นายจตุโชค จันทรภูมี โทร.0859205846 / LINE ID : +

  • เทคนิคการเพิ่มเปอร์เซ็นต์การงอกและต้านทานเชื้อราของข้าวที่หว่านในนา

    บทความตอนที่แล้วนำเสนอเทคนิคการป้องกันนกหนูมากินเมล็ดพันธุ์ข้าวที่หว่านในนาในช่วงนี้ มาต่อในบทความตอนนี้นำเทคนิควิธีการเพิ่มเปอร์เซ็นต์การงอกของข้าวที่หว่านและทำให้ข้าวที่หว่านงอกขึ้นมาพร้อมกับมีความต้านทานต่อโรคเชื้อราที่เป็นปัญหาสำคัญของข้าวได้เป็นอย่างดี ซึ่งเทคนิควิธีที่กล่าวมานี้ สามารถทำควบคู่กับการป้องกันนกหนูไปได้พร้อมกับ โดยตัวที่จะช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์การงอกของเมล็ดข้าวก็คือไคโตซาน ที่เป็นอาหารเสริมสำหรับพืชช่วยในการเจริญเติบโตที่ดี เร่งการเจริญเติบโตของข้าวได้ วิธีการก็แค่น้ำไปผสมน้ำที่แช่ข้าวก่อนหว่านเช่นเดี่ยวกับเทคนิคการป้องกันนกหนู โดยใช้อัตรา ไคโตซาน 100-200 ซีซี ผสมน้ำ 200 ลิตรที่ใช้แช่เมล็ดพันธุ์ข้าวก่อนหว่าน เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่เราหว่านไปมีอัตราการงอกเพิ่มขึ้นมา มีข้อมูลภาคสนามได้ข้อมูลมาว่า แปลงนาที่แช่ไคโตซานแล้วนำไปหว่านพบว่าการเจริญเติบโตของข้าวจะดีกว่าแปลงที่แช่น้ำเปล่าเพียงอย่างเดียว     +

  • โรคเชื้อรามะละกอ พร้อมการดูแลแบบปลอดสารพิษ

    มะละกอเป็นผลไม้ที่มีคุณประโยชน์ค่อนข้างมาก มีสรรพคุณเป็นทั้งยารักษาโรค โดยสรรพคุณมะละกอใช้เป็นยาระบาย ยาขับปัสสาวะ ช่วยรักษาโรคลักปิดลักเปิด เป็นต้น และยังมีวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินซี วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 ธาตุแคลเซียม ธาตุโซเดียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก +

  • ขุดสระน้ำประจำไร่นา แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำ

    ปัจจุบันผู้คนหันมาทำการเกษตรกันมากขึ้นจากทุกภาคส่วน ทั้งคนที่ทำงานสายราชการรัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชนทั้งพนักงานบริษัทพนักงานโรงงาน ก็หันมาทำการเกษตรเป็นอาชีพเสริมกัน บ้างก็ปลูกมะนาวคนละ 5 ต้น 10 ต้น บ้างก็ทำโรงเพาะเห็ดเล็กๆขนาด 500-1000 ก้อนไว้เก็บดอกขายทุกเช้า บางคนพอมีพื้นที่เยอะหน่อยก็ปลูกเป็นเชิงพาณิชย์มากขึ้น แต่ถ้าไม่มองการดูแลให้ดีอาจทำให้เกิดปัญหาขึ้นได้ ซึ่งปัญหาที่น่าจะหันมาให้ความสำคัญมากที่สุด น่าจะเป็นเรื่องของน้ำ เพราะน้ำเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดของการทำการเกษตร คนเราอดข้าวได้เป็นเดือน แต่ถ้าขาดน้ำไม่เกิด 10 +

  • อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย แมลงจ่อคิวระบาด

    หากกล่าวถึงแมลงศัตรูพืชที่ร้ายกาจจนเกษตรกรผู้ปลูกพืชผักคะน้า กวางตุ้ง ต้องปวดหัวที่ต้องคอยหาวิธีมาป้องกันกำจัด ด้วงหมัดผักหรือหมัดกระโดดจะเป็นแมลงศัตรูพืชอันดับต้นๆ ที่ได้รับการกล่าวถึง เนื่องจากมีการระบาดรุนแรงต่อเนื่อง สร้างความเสียหายให้ผลผลิตออกเป็นบริเวณกว้างเพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญป้องกันกันกำจัดค่อนข้างได้ยากโดยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกผักแบบปลอดสารพิษ ทั้งนี้ทั้งนั้นใช่ว่าจะไม่มีวิธีป้องกันเอาเสียเลย แต่เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่ “ใจร้อน” เมื่อป้องกันกำจัดแล้วไม่ได้ผลก็มักจะมาใช้สารเคมีกำจัดเหมือนเดิม การใช้เคมีกำจัดนอกจากจะกำจัดแมลงศัตรูพืชแล้วยังทำลาย “ตัวห้ำตัวเบียน”ในธรรมชาติไปด้วยตลอดจนส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมอีกด้วย ด้วงหมัดผักหรือหมัดกระโดดที่พบในประเทศไทยมี 2 ชนิด คือชนิดปีกเหลืองแถบน้ำตาล (Phyllotreta flexuosa) +