• ทานอาหารเป็นยา เลือกทานเห็ดเป็นอาหาร ปลอดภัย ได้ทั้งสารอาหารและยารักษาโรค

    เห็ดเป็นอาหารประเภทผักที่ปราศจากไขมัน มีปริมาณน้ำตาลและเกลือค่อนข้างต่ำ ทั้งยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นกรดอะมิโนกลูตามิค ที่ช่วยในการกระตุ้นระบบประสาทการรับรู้รสอาหารของลิ้นให้ไวกว่าปกติ อีกทั้งเห็ดยังมีรสชาติและคุณสมบัติคล้ายเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะวิตามินบีรวม (ไรโบฟลาวิน) และไนอาซินที่ช่วยควบคุมการทำงานของระบบการย่อยอาหาร ส่วนเกลือแร่และธาตุอาหารอย่าง ซิลิเนียม ก็จะช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง และหลอดเลือดหัวใจอุดตัน โพแทสเซียม ช่วยทำหน้าที่ควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ รักษาสมดุลของน้ำในร่างกาย ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาทลดความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง อัมพฤกษ์ อัมพาต ส่วนทองแดงก็ช่วยส่งเสริมการทำงานของธาตุเหล็กอีกทีหนึ่ง     และนอกจากคุณค่าทางสารอาหารแล้ว เห็ดยังมีสรรพคุณทางยาใช้รักษาโรคต่างๆได้มากมาย เช่น ช่วยควบคุมการทำงานของอวัยวะสำคัญต่างๆ เช่น สมอง หัวใจ ปอด ตับ และระบบไหลเวียนของโลหิต ชาวจีนถือว่าเห็ดเป็นยาเย็นมีสรรพคุณครอบจักรวาล และเป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากเห็ดสามารถช่วยลดไข้ เพิ่มพลังขับอาการร้อนใน แก้ช้ำใน บำรุงร่างกาย ลดระดับน้ำตาลและคลอเลสเตอรอลในหลอดเลือด ลดความดัน ขับปัสสาวะ คลายหงุดหงิด บำรุงเซลล์ประสาท รักษาอาการอัลไซเมอร์ และที่สำคัญสามารถยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ เช่นเดียวกัน กับการเปลี่ยนอุปนิสัยให้คนทานอาหารเป็นยามากกว่าจะทานยาเป็นอาหาร อย่างหันมาทานเห็ดเป็นอาหาร เห็ดสดหรือแห้งก็ได้ นำมาปรุงอาหารแล้วกินทั้งเนื้อเห็ดและน้ำ หรือต้มน้ำดื่มล้างสารพิษตกค้างในตับ จะช่วยบำรุงตับ และลดอนุมูลอิสระที่จะก่อให้เกิดเซลล์มะเร็ง เห็ดที่จะนำมาใช้เป็นอาหารต้องเป็นเห็ดที่กินได้ เช่น เห็ดหูหนูดำ เห็ดหูหนูขาว เห็ดหอม เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า เห็ดโคน เห็ดเข็มทอง ฯลฯ และควรล้างน้ำให้สะอาดก่อนนำปรุงเป็นอาหาร โปรตีนในเห็ดเมื่อนำมาต้มรวมกันจะให้สารอาหารที่ร่างกายสามารถดูดซับไปใช้งานมากกว่าจากเห็ดชนิดเดียว ซึ่งจะง่ายกว่าสารอาหารที่ได้จากโปรตีนในเนื้อสัตว์ โปรตีนจากเห็ดจะไปสร้างกรดอะมิโนที่บำรุงสมอง ปรับสมดุลการสร้างเซลล์ใหม่ในร่างกาย ต้านการเกิดมะเร็ง ช่วยขจัดสารพิษในร่างกาย สำหรับคนที่เป็นมะเร็งอยู่แล้วทานได้แต่อย่าคิดหวังอะไรมากจนเกินตัว ควรให้แพทย์รักษานั้นแหละดีที่สุด ควรทานผักผลไม้ชนิดอื่นที่สามารถต้านทานอนุมูลอิสระควบคู่ไปด้วย อย่างเช่น กระเจี๊ยบเขียว ลูกหม่อน ผักใบเขียว ฯลฯ เมนูเห็ดควรปรุงเป็นประเภท น้ำซุป ต้มยำ แกงเผ็ด แกงเลียง แกงเปอะฯลฯ แต่ไม่ควรนำมาผัดด้วยน้ำมันหอยหรือน้ำมันพืช หากเลี่ยงไม่ได้ให้ผัดในกะทิแทนน้ำมัน เพราะกะทิเป็นไขมันที่ละลายน้ำได้ และมีโคเลสเตอรอลดีที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ +

  • ภูมิปัญญาท้องถิ่นผสมผสานหลัก BIO CONTROLใช้ธรรมชาติควบคุมแมลงศัตรูมะพร้าว

  • อาหารเสริมเห็ดดีพร้อม เพิ่มผลผลิต เพิ่มน้ำหนัก เพิ่มรสชาติ “ดีสมชื่อ” ผลิตจากธรรมชาติ100%

  • โรงเรือนเห็ดมินิขนาด 1ตร.ม. เหมาะกับคนพื้นที่น้อย เพาะทานเอง สร้างรายได้ ลดรายจ่ายครัวเรือน

  • ข่าวเกษตรJan 16@ 8:28 amthaigreenagro

    ภูมิปัญญาท้องถิ่นผสมผสานหลัก BIO CONTROLใช้ธรรมชาติควบคุมแมลงศัตรูมะพร้าว

    ด้วงมะพร้าว(ด้วงสาคู) แมลงดำหนาม ล้วนเป็นแมลงศัตรูมะพร้าวที่ร้ายฉกาจ ซึ่งจะเข้าทำลาย/อาศัยกัดกินยอด ใบอ่อนของมะพร้าวจนได้รับความเสียหาย ส่งผลให้ผลผลิตไม่มีคุณภาพ มีปริมาณลดลง เนื่องจากเป็นโรคหัวหงอก ส่วนการเข้าทำลายนั้นจะเริ่มตั้งแต่ตัวเต็มวัยเข้าวางไข่ บริเวณใต้ใบที่ยังไม่คลี่ จากนั้นประมาณ 5วัน ก็ฟักเป็นตัวหนอนสีขาว มีลักษณะคล้ายหนามยื่นออกมาจากลำตัว จากนั้นขบวนการทำลายก็จะเริ่มขึ้น จนกระทั้งเข้าดักแด้ จึงหยุดทำลายระยะนึง หนอนและตัวเต็มวัยจะกัดกินยอดอ่อนที่ยังไม่คลี่ โดยจะซ่อนตัวในใบอ่อนที่พับอยู่ แล้วค่อยๆเคลื่อนย้ายไปเรื่อยๆจนหมดทั้งใบ ขาวโพลนทั้งต้น “หัวหงอก” ดังนั้นระยะตัวหนอนจึงสำคัญที่สุด และจะรุนแรงกว่าระยะตัวเต็มวัย โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีอากาศแห้งแล้ง ขาดน้ำ   การกำจัดแมลงดำหนามมะพร้าว 1)ถ้ามะพร้าวต้นเตี้ย ให้ตัดยอดที่ถูกแมลงกัดกินแล้วเก็บไข่ หนอนและตัวเต็มวัยเผาทำลาย 2)เลี้ยงแตนเบียนแมลงดำหนาม ไว้ในสวนมะพร้าว จะช่วยทำลายหนอนแมลงดำหนามมะพร้าวได้ 3)ฉีดพ่นด้วยสารสกัดมาร์โก้ซีด(สะเดาน้ำ) 300ซีซี. ต่อน้ำ 200ลิตร เพื่อยับยั้งการเข้าทำลาย ก่อนฉีดพ่นด้วยคัทอ๊อฟ 250กรัม บวกฟอร์แทรน 250กรัม และไทเกอร์เฮิร์ป 250กรัม ต่อน้ำ 200ลิตร สลับกับไบโอแทค 500กรัมต่อ 200ลิตร เว้นระยะห่างกัน 2-3วันครั้ง ฉีดพ่นซ้ำๆ 2-3 รอบ จนกระทั้งอาการระบาดลดลงสู่ภาวะปกติ แล้วค่อยปรับเปลี่ยนระยะการฉีดพ่นจาก 2-3วันครั้งเป็น 7วันครั้ง หรือตามความเหมาะสมเพื่อควบคุมการระบาด ก่อนฉีดพ่นยา ฮอร์โมนหรือปุ๋ยทุกครั้งควรปรับสภาพน้ำด้วยซิลิซิค แอซิค และม้อยเจอร์แพล้นท์(สารจับใบ) เพื่อเสริมประสิทธิภาพฤทธิ์ยา ฮอร์โมนต่างๆ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ 02-9861680-2 หรือผู้เขียน 081-3983128 สำหรับท่านที่สนใจผลิตภัณฑ์ชมรมฯสอบถามได้ที่ Hotline สายด่วน 084-5554205 -9 หรือ @thaigreenagro                     เขียนและรายงานโดย : คุณเอกรินทร์ ช่วยชู (นักวิชาการชมรมฯ) ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com +

  • อาหารเสริมเห็ดดีพร้อม เพิ่มผลผลิต เพิ่มน้ำหนัก เพิ่มรสชาติ “ดีสมชื่อ” ผลิตจากธรรมชาติ100%

  • โรงเรือนเห็ดมินิขนาด 1ตร.ม. เหมาะกับคนพื้นที่น้อย เพาะทานเอง สร้างรายได้ ลดรายจ่ายครัวเรือน

  • ภูมิปัญญาผสมผสาน Bio Control ควบคุมแมลงวันทองเจาะผลพริกได้ผลชะงัก ไม่ต้องง้อ.ยาเคมี

  • อาหารเสริมเห็ดดีพร้อม เพิ่มผลผลิต เพิ่มน้ำหนัก เพิ่มรสชาติ “ดีสมชื่อ” ผลิตจากธรรมชาติ100%

    Jan 15@ 8:15 am

    จะเห็นได้ว่าปัจจุบันนี้หลายต่อหลายฟาร์มมีความพยายามทดลองเพิ่มผลผลิตเห็ด ด้วยกรรมวิธีต่างๆมากมาย แต่ที่นิยมกันมากที่สุดและซึ่งเป็นวิธีผิดๆก็คือ การใช้ปุ๋ยยูเรีเร่งการเกิดดอกของเห็ด จริงอยู่ว่าการใช้ปุ๋ยยูเรีย ช่วยทำให้เส้นใยเดินไวทันตาเห็น แต่ผลเสียที่ตามมาก็คือ ก้อนเห็ดจะโทรมเร็ว เน่าอย่างรวดเร็ว เป็นแหล่งสะสมรวมโรครวมแมลงได้ง่าย และที่สำคัญที่สุด ดอกเห็ดจะช้ำและเน่าเสียเร็ว เห็ดมีรสขม เหม็นบูดเปรี้ยว ส่งผลให้ราคาตกอีกด้วย +

  • ภูมิปัญญาผสมผสาน Bio Control ควบคุมแมลงวันทองเจาะผลพริกได้ผลชะงัก ไม่ต้องง้อ.ยาเคมี

    แมลงวันทองหรือแมลงวันผลไม้ถือได้ว่าเป็นศัตรูสำคัญตัวหนึ่ง ที่เฝ้าทำลายผลพริกให้เกิดความเสียหาย โดยจะเข้าต่อยทำลายผล ซึ่งเห็นจากรอยด้านในผลพริก ช่วงตัวอ่อนจะกัดกินผลพริก แต่เมื่อผ่าผลดูจะเห็นรกพริกจะเปลี่ยนเป็นสีดำ เพราะเกิดจากหนอนกัดกินนั่นเอง หลังจากนั้นผลพริกก็จะเน่าเหละ กลวงไม่มีเนื้อ บางครั้งจะพบตัวอ่อนของหนอนคืบคลานจากผลพริกออกมาเข้าดักแด้ในดิน มักจะระบาดหนักช่วงหน้าร้อน เนื่องจากมีพืชอาหารเยอะ เหมาะสมต่อการขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนประชากร การป้องกันกำจัดสามารถทำได้หลายรูปแบบขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม ปัญหาหรืออาจผสมผสานกัน เพื่อให้เหมาะกับปัญหาและสภาพพื้นที่ เพื่อให้ได้มาซึ่งพริกที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด และไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ผู้บริโภค ที่สำคัญไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม หรือระบบนิเวศน์เป็นการดี การหันมาส่งเสริมแนะนำให้เกษตรกรรู้จักเซฟตัวเองจากสารพิษหรือเคมีเกษตร โดยเฉพาะการใช้ธรรมชาติ     ควบคุมธรรมชาติ อย่างตัวห้ำตัวเบียน รวมถึงการฉีดพ่นสมุนไพรขับไล่แมลง ใช้แสงไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ล่อโดยใช้กลิ่นฮอร์โมนผสมผสานกับการฉีดพ่นจุลินทรีย์กำจัดแมลง หนอนอย่างบิวเวอร์เรีย(คัทอ๊อฟ) +

  • ปลูกกาแฟเสริมในสวนยางพารา สร้างอาชีพสร้างรายได้

  • แม้ปิดป้าย “ปลอดสารพิษ” ปลอดภัยไว้ก่อน “ล้างก่อนทาน”

  • ข่าวเกษตรApr 24@ 8:16 amthaigreenagro

    เทคนิคการเตรียมเมล็ดข้าวก่อนหว่านป้องกันนกหนูมากิน

    ในช่วงปลายเดือนเมษายนของทุกๆปี เป็นช่วงฤดูกาลหว่านข้าวนาปีของชาวนาในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะชาวนาในภาคอีสานที่ทำนาปีกันเกือบทั้งภาค ช่วงนี้เป็นช่วงเตรียมการหาเมล็ดพันธุ์ข้าวกันแล้ว บางรายมีการคัดเลือกข้าวจากแปลงนาตัวเองไว้ตั้งแต่รอบการทำนาปีที่แล้ว บางรายก็ทันสมัยหน่อยหาซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวตามร้านขายปุ๋ยยา-เมล็ดพันธุ์ ใกล้บ้าน การทำนาในภาคอีสานปัจจุบัน จะนิยมหว่านข้าวตอนที่พื้นที่ยังแห้งไม่มีน้ำ แล้วไถกลับทิ้งไว้ รอให้เทวดาประทานฝนตกลงมาให้ ช่วงเดือนพฤษภาคม จึงจะค่อยๆเห็นเมล็ดข้าวงอกเขียวขจีขึ้นมา ในช่วงระหว่างรอฝนจะพบปัญหาเรื่องภัยธรรมชาติมีนกมาจิกกินเมล็ดข้าว มีหนูมาคุ้นเขี่ยเมล็ดข้าวไปกิน ทำให้ข้าวที่หว่านเสียหายไป เกิดพื้นที่ว่างเวลาข้าวงอกขึ้นมา ทำให้เสียพื้นที่ไปโดยป่าวประโยชน์ ผลผลิตข้าวต่อไร่หายไปถ้าไม่มีการแก้ไขโดยการนำกล้ามาปักดำ ซ่อมในส่วนแหว่งๆไป เป็นการเพิ่มต้นทุนการทำนา(ในกรณีจ้างแรงงาน) เสียเวลาและแรง(กรณีทำเอง)            ทางชมรมเกษตรปลอดสารพิษขำแนะนำเทคนิควิธีง่ายๆในการลดการกินเมล็ดพันธุ์ข้าวที่หว่านไว้ในนาของนกและหนู โดยไม่ต้องทำบาปโดยการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ไม่ต้องใช้วิธีทารุณรุนแรงเช่นการใช้ไฟฟ้าช๊อต วิธีการที่แนะนำคือการใช้สมุนไพรที่มีอยู่ตามท้องไรปลายนา เช่นสะเดา ซึ่งทางภาคอีสานมีต้นสะเดาเยอะอยู่แล้ว เพราะคนอีสานชอบทานยอดสะเดากับน้ำพริกอยู่แล้ว นำเอาเมล็ดสะเดาที่ร่วงหล่นใต้ต้นสะเดานำมาตำให้พอละเอียดแล้วนำไปแช่น้ำเปล่า หมักไว้ 15 วัน จากนั้นนำน้ำที่หมักแล้วไปผสมกับน้ำที่ใช้แช่พันธุ์ข้าวที่เตรียมจะหว่าน สะเดาขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องรสขม ทำให้พันธุ์ข้าวที่เราเปลี่ยนจากแช่น้ำเปล่า เป็นแช่ในน้ำหมักสะเดา เมล็ดพันธุ์ข้าวที่หว่านไปจะมีรสชาติขมของสะเดาติดเคลือบเมล็ดไปด้วย ทำให้เวลานกหรือหนูมากินแล้วเกิดความไม่อร่อย กินแล้วขน ก็ลดการกินลงได้ไม่มากก็น้อย แต่ที่ได้เก็บข้อมูลมา วิธีนี้ได้ผลค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจเลยทีเดียวครับ ถ้าในพื้นที่ไหนหาเมล็ดสะเดายาก ในพื้นที่นั้นๆไม่มี ก็สามารถใช้ ผงสมุนไพรรวมที่ชื่อ “ไทเกอร์เฮิร์บ”ของทางชมรมเกษตรปลอดสารพิษทดแทนกันได้เช่นกันนะครับ……สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นายจตุโชค จันทรภูมี โทร.0859205846 / LINE ID : +

  • เทคนิคการเพิ่มเปอร์เซ็นต์การงอกและต้านทานเชื้อราของข้าวที่หว่านในนา

    บทความตอนที่แล้วนำเสนอเทคนิคการป้องกันนกหนูมากินเมล็ดพันธุ์ข้าวที่หว่านในนาในช่วงนี้ มาต่อในบทความตอนนี้นำเทคนิควิธีการเพิ่มเปอร์เซ็นต์การงอกของข้าวที่หว่านและทำให้ข้าวที่หว่านงอกขึ้นมาพร้อมกับมีความต้านทานต่อโรคเชื้อราที่เป็นปัญหาสำคัญของข้าวได้เป็นอย่างดี ซึ่งเทคนิควิธีที่กล่าวมานี้ สามารถทำควบคู่กับการป้องกันนกหนูไปได้พร้อมกับ โดยตัวที่จะช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์การงอกของเมล็ดข้าวก็คือไคโตซาน ที่เป็นอาหารเสริมสำหรับพืชช่วยในการเจริญเติบโตที่ดี เร่งการเจริญเติบโตของข้าวได้ วิธีการก็แค่น้ำไปผสมน้ำที่แช่ข้าวก่อนหว่านเช่นเดี่ยวกับเทคนิคการป้องกันนกหนู โดยใช้อัตรา ไคโตซาน 100-200 ซีซี ผสมน้ำ 200 ลิตรที่ใช้แช่เมล็ดพันธุ์ข้าวก่อนหว่าน เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่เราหว่านไปมีอัตราการงอกเพิ่มขึ้นมา มีข้อมูลภาคสนามได้ข้อมูลมาว่า แปลงนาที่แช่ไคโตซานแล้วนำไปหว่านพบว่าการเจริญเติบโตของข้าวจะดีกว่าแปลงที่แช่น้ำเปล่าเพียงอย่างเดียว     +

  • โรคเชื้อรามะละกอ พร้อมการดูแลแบบปลอดสารพิษ

    มะละกอเป็นผลไม้ที่มีคุณประโยชน์ค่อนข้างมาก มีสรรพคุณเป็นทั้งยารักษาโรค โดยสรรพคุณมะละกอใช้เป็นยาระบาย ยาขับปัสสาวะ ช่วยรักษาโรคลักปิดลักเปิด เป็นต้น และยังมีวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินซี วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 ธาตุแคลเซียม ธาตุโซเดียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก +

  • ขุดสระน้ำประจำไร่นา แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำ

    ปัจจุบันผู้คนหันมาทำการเกษตรกันมากขึ้นจากทุกภาคส่วน ทั้งคนที่ทำงานสายราชการรัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชนทั้งพนักงานบริษัทพนักงานโรงงาน ก็หันมาทำการเกษตรเป็นอาชีพเสริมกัน บ้างก็ปลูกมะนาวคนละ 5 ต้น 10 ต้น บ้างก็ทำโรงเพาะเห็ดเล็กๆขนาด 500-1000 ก้อนไว้เก็บดอกขายทุกเช้า บางคนพอมีพื้นที่เยอะหน่อยก็ปลูกเป็นเชิงพาณิชย์มากขึ้น แต่ถ้าไม่มองการดูแลให้ดีอาจทำให้เกิดปัญหาขึ้นได้ ซึ่งปัญหาที่น่าจะหันมาให้ความสำคัญมากที่สุด น่าจะเป็นเรื่องของน้ำ เพราะน้ำเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดของการทำการเกษตร คนเราอดข้าวได้เป็นเดือน แต่ถ้าขาดน้ำไม่เกิด 10 +

  • อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย แมลงจ่อคิวระบาด

    หากกล่าวถึงแมลงศัตรูพืชที่ร้ายกาจจนเกษตรกรผู้ปลูกพืชผักคะน้า กวางตุ้ง ต้องปวดหัวที่ต้องคอยหาวิธีมาป้องกันกำจัด ด้วงหมัดผักหรือหมัดกระโดดจะเป็นแมลงศัตรูพืชอันดับต้นๆ ที่ได้รับการกล่าวถึง เนื่องจากมีการระบาดรุนแรงต่อเนื่อง สร้างความเสียหายให้ผลผลิตออกเป็นบริเวณกว้างเพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญป้องกันกันกำจัดค่อนข้างได้ยากโดยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกผักแบบปลอดสารพิษ ทั้งนี้ทั้งนั้นใช่ว่าจะไม่มีวิธีป้องกันเอาเสียเลย แต่เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่ “ใจร้อน” เมื่อป้องกันกำจัดแล้วไม่ได้ผลก็มักจะมาใช้สารเคมีกำจัดเหมือนเดิม การใช้เคมีกำจัดนอกจากจะกำจัดแมลงศัตรูพืชแล้วยังทำลาย “ตัวห้ำตัวเบียน”ในธรรมชาติไปด้วยตลอดจนส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมอีกด้วย ด้วงหมัดผักหรือหมัดกระโดดที่พบในประเทศไทยมี 2 ชนิด คือชนิดปีกเหลืองแถบน้ำตาล (Phyllotreta flexuosa) +