เห็ดฟาง, สารพันเห็ด

น้ำ ปัจจัยแรกในการเพาะเห็ดฟางให้ประสบความสำเร็จ

fiogf49gjkf0d

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปเห็ดฟาง  ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปเห็ดฟาง  ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปเห็ดฟาง

เห็ดฟางเป็นเห็ดเศรษฐกิจและเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ บวกกับสภาพแวดล้อมในบ้านเรามีความเหมาะสมต่อการเจริญโตของเห็ดฟาง ไม่ใช่ไทยประเทศเดียวที่ต้องการบริโภคเห็ดชนิดนี้ หลายประเทศก็มีความต้องการเช่นกัน ระยะเวลาที่ผ่านมาหลายปีหน่วยงานรัฐรณรงค์ให้หันมารับประทานเห็ดแทนการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตวิวัฒนาการเพาะหลากหลายรูปแบบจนเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ เห็ดฟางเป็นเห็ดที่เพาะง่ายไม่ยุ่งยากแต่ถ้าทำไม่ถูกขั้นตอนก็มักจะล้มเหลว เห็ดฟางจะมีวงจรชีวิตอยู่หลังจากเพาะจนถึงให้ผลผลิตช่วงหน้าร้อน/ฝนใช้เวลาประมาณ 8 วัน แต่ถ้าเป็นหน้าหนาววงจรชีวิตจะใช้เวลาประมาณ 10-12 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่ไปกระตุ้น เช่น ถ้าปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้นอาจจะเหลือแค่ 7 วันก็เป็นได้

เห็ดฟางเป็นเห็ดที่ให้ผลผลิตเร็วกว่าเห็ดทุกชนิด แต่ต้องคำนึงถึงปัจจัยแวดล้อมในการเพาะด้วยว่า สภาพอากาศเหมาะสมไหม เห็ดฟางจะชอบอากาศร้อน อุณหภูมิประมาณ 35-37 องศาเซลเซียส ดังนั้นจะเจริญเติบโตได้ดีช่วงหน้าฝนกับหน้าร้อน เพราะว่าอากาศร้อนจะช่วยเร่งการเจริญเติบโตของดอกเห็ดได้ดี ส่วนช่วงหน้าหนาวไม่ดีเพราะอากาศที่เย็นเกินไปไม่เอื้ออำนวยต่อการเติบโตของดอกเห็ดชนิดนี้ ภาคใต้เหมาะที่จะเพาะเห็ดฟางมากที่สุดเพราะฝนตกชุกและอากาศร้อนชื้น โดยรวมแล้วประเทศไทยสามารถเพาะชนิดนี้ได้ทุกภาคตลอดทั้งปี หน้าหนาวผลผลิตอาจจะลดลงบ้าง เนื่องจากอุณหภูมิต่ำส่งผลให้เห็ดฟางมีราคาสูง พอย่างเข้าหน้าร้อนเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ ฟางข้าวและแรงงานมีมาก คนเพาะมากจึงเป็นธรรมดาที่เห็ดจะมีราคาต่ำลง ต่างกับหน้าฝนคนส่วนมากจะทำนา ทำให้เพาะเห็ดน้อยลงราคาเห็ดจึงดีขึ้น

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปเห็ดฟาง  ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปเห็ดฟาง

ความชื้นมีส่วนสำคัญอย่างมากที่จะกำหนดการเจริญของเส้นใยเห็ด ที่สำคัญถ้าความชื้นน้อยเกินไปเส้นใยก็จะเดินช้า รวมตัวเป็นดอกเห็ดไม่ได้ แต่ถ้าความชื้นมากเกินไป การระบายอากาศภายในกองเพาะก็ไม่ดี เส้นใยขาดออกซิเจนทำให้เส้นใยฝ่อ(เน่าตาย) น้ำที่จะแช่ให้ฟางชุ่มควรต้องเป็นน้ำสะอาด ไม่มีเกลือเจือปน หรือเค็ม หรือเป็นน้ำเน่าเสียที่หมักอยู่ในบ่อนานๆ หรือน้ำที่มีกลิ่นเหม็นก็ไม่ควรนำเอามาใช้ในการเพาะ น้ำที่ใช้ในการเดินของเส้นใยจะมาจากในฟางที่อุ้มน้ำเอาไว้ และความชื้นจากพื้นแปลงเพาะก็เพียงพอแล้ว ปกติหลังจากหว่านโรยเชื้อบนกองเรียบร้อยแล้วไม่ควรโชยน้ำอีก ให้รดเพียงครั้งเดียวช่วงที่หมักฟางทำกองเท่านั้น หรืออาจจะโชยบ้างเฉพาะกรณีที่ความชื้นน้อยเกินไป หรือให้ความชื้นนี้โดยการโชยน้ำด้วยบัวรดน้ำรอบๆแปลงเพาะเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ท่านใดที่สงสัยอยากทราบเทคนิค ขั้นตอนต่างๆเพิ่มเติม ติดต่อสอบถามได้ที่ไทยกรีนอะโกรฟาร์ม 02-9861680-2

คุณเอกรินทร์ ช่วยชู (นักวิชาการชมรมฯ)

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ  www.thaigreenagro.com

เสนอแนะติชมได้ที่ email : thaigreenagro@gmail.com

Leave a Reply

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *