อากาศ, ดิน ปุ๋ย น้ำ อากาศและแสงแดด

นำร่องโครงการ “รักแม่ รักษาป่า” ทางเลือกเก็บน้ำจืด-แก้โลกร้อน

หลังจากที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีกระแสพระราชดำรัสพระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคลในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2550 ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา  โดยมีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการรักษาป่าไว้เพื่อช่วยในการเก็บน้ำจืดและประโยชน์ของการปลูกป่า ปรากฏว่าหลายหน่วยงานสนองกระแสพระราชดำรัสดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกรมป่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินโครงการ “รักแม่ รักษาป่า” และเปิดโครงการนำร่องแล้วเมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่เขตป่าสงวนแห่งชาติเทือกเขาแก้ว หมู่บ้านบาโรย ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา

fiogf49gjkf0d

 นายสมชัย เพียรสถาพร อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า เพื่อเป็นการสนองกระแสพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รัฐบาลชุดปัจจุบันได้กำหนดนโยบายไว้ 2 ระยะด้วยกันคือระยะเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการในปีแรก คือโครงการเพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤติโลกร้อน และระยะบริหารราชการ 4 ปี เป็นนโยบายที่เกี่ยวกับด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีกิจกรรมต่างๆ ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง อาทิ การปลูกป่า การจัดการป่าชุมชน การส่งเสริมการปลูกป่าไม้เศรษฐกิจ การปลูกหญ้าแฝก และการทำฝายต้นลำธาร เป็นต้น

 ส่วนโครงการ “รักแม่ รักษาป่า” นั้น เป็นหนึ่งในนโยบายดังกล่าวที่กรมป่าไม้ได้ดำเนินการ โดยเริ่มแห่งแรกที่เขตป่าสงวนแห่งชาติเทือกเขาแก้ว หมู่บ้านบาโรย ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา

 

บนเนื้อที่ 76 ไร่ รวมต้นไม้ที่พลังมวลชนร่วมมือร่วมใจมาช่วยกันปลูกทั้งหมด 15,200 ต้น จากนั้นจะดำเนินโครงการนี้ต่อไปที่ จ.ศรีสะเกษ และ จ.ปราจีนบุรีตามลำดับ

 

 ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีโอกาสร่วมกิจกรรมและเป็นการแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ถวายความจงรักภักดีแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ นอกจากนี้เพื่อนโยบายในการรักษาให้เป็นรูปธรรมขึ้นมา พร้อมกันนั้นถือเป็นการปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากการรวมกันปลูกต้นไม้จะก่อให้เกิดความรักและห่วงแหนทรัพยากรป่าและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งเป็นการรณรงค์เรื่องของผลกระทบที่เกิดจากวิกฤติโลกร้อนด้วย นอกจากนี้ในพื้นที่ จ.สงขลา กรมป่าไม้ได้ดำเนินโครงการหมู่บ้านสีเขียวอีกด้วยโดยเฉพาะหมู่รอบๆ ทะเลสาบสงขลาตอนบน

 ด้าน นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า โครงการรักแม่ รักษาป่านั้นนับเป็นการที่ดี กระทรวงทรัพยากรฯ ขอยืนยันจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เนื่องจากนโยบายด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถือเป็นการสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนจากทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรัพยากรชีวภาพ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจของประเทศ โดยใช้มาตรการทางเศรษฐกิจที่ผสมผสานกับหลักการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมและเกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

 ดิฉันได้รับรายงานจากอธิบดีกรมป่าไม้ว่าการจัดงานโครงการรักแม่ รักษาป่า ท้องที่ จ.สงขลาในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากหน่วยราชการ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนเป็นอย่างดี และยังมีการจัดโครงการรักแม่ รักษาป่าเช่นนี้ขึ้น ในภูมิภาคอื่นๆ อีกด้วย ดิฉันจึงเชื่อมั่นว่าหากกรมป่าไม้มีการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง ก็จะให้ทำระบบนิเวศเกิดความสมดุลได้อย่างแน่นอน” นางอนงค์วรรณกล่าว

 

 ขณะที่ นายสนธิ เตชานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า โครงการรักแม่ รักษาป่า ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเทือกเขาแก้ว นับเป็นเรื่องที่ดีต่อประชาชนในพื้นที่ เพราะประชาชนโดยรอบโครงการมีอาชีพเกษตรกรรม เช่น ทำไร่ ทำสวน ซึ่งต้องอาศัยน้ำ อาศัยความอุดมสมบูรณ์ของดินตลอดจนสภาพสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมเป็นปัจจัยหลัก ดังนั้นการที่กรมป่าไม้จัดพิธีปลูกต้นไม้ในครั้งนี้ จึงเอื้อประโยชน์โดยตรงแก่เกษตรกร และตรงกับความประสงค์ของประชาชนชาว จ.สงขลา ที่ต้องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพร้อมที่จะแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถด้วย

 

 นับเป็นอีกโครงการที่คนไทยทุกคนต่างปรารถนาที่จะให้พื้นที่ของประเทศไทยมีสภาพป่ากลับมาสู่ความสมบูรณ์อีกครั้ง ซึ่งอันจะก่อให้เกิดเป็นป่าต้นน้ำจืดในอนาคต รวมถึงเป็นการช่วยบรรเทาผลกระทบจากวิกฤติโลกร้อนได้อีกด้วย

 

 ที่มา : หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก ฉบับวันที่ 7 กรกฎาคม 2551

 http://www.komchadluek.com/2008/07/07/x_agi_b001_210132.php?news_id=210132