สัตว์ปีก, ปศุสัตว์

นายกสมาคมไข่ไก่ชูโครงการไข่โรงเรียน

วันนี้(17มิ.ย.51)นายมงคล พิพัฒสัตยานุวงศ์  นายกสมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ เปิดเผยภายหลังการเข้ารับตำแหน่งนายกสมาคมฯคนใหม่ว่า สมาคมฯมีแผนที่จะผลักดันนโยบายไข่โรงเรียนให้เป็นรูปธรรม โดยผ่านทางคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ หรือ Egg Board เพื่อเสริมสร้างโปรตีนให้แก่เด็กนักเรียนทั่วประเทศ ขณะเดียวกันถือเป็นกลยุทธ์หลักที่จะช่วยเพิ่มอัตราการบริโภคไข่ไก่ของประเทศไทยซึ่งจะก่อให้เกิดเสถียรภาพราคาของไข่ไก่ในระยะยาว 

fiogf49gjkf0d

ไข่ ถือเป็นโปรตีนราคาถูกที่ไทยสามารถผลิตเพื่อการบริโภคภายในประเทศได้อย่างเพียงพอ แต่บางพื้นที่โดยเฉพาะในเขตทุรกันดารกลับพบเด็กนักเรียนขาดสารอาหาร หรือได้รับโปรตีนไม่พอต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ทำให้รู้สึกสะท้อนใจว่าพวกเราเป็นคนเลี้ยงไก่ไข่ เป็นผู้ผลิตไข่ไก่ให้ผู้บริโภคทั่วประเทศ แต่ทำไมเด็กของเรากลับต้องพบภาวะทุพโภชนาการเช่นนี้ จึงทำให้สมาชิกสมาคมเห็นตรงกันว่าต้องเร่งขอให้ Egg Board พิจารณานโยบายไข่โรงเรียนให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วนายกสมาคมฯ กล่าว

         

นโยบายไข่โรงเรียน ถือเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการบริโภคไข่ไก่ในประเทศไทย เนื่องจากปริมาณการผลิตไข่ไก่ของไทยในปี พ.ศ. 2550 มีมากถึง 10,688 ล้านฟอง ซึ่งเกินความต้องการบริโภคในประเทศซึ่งมีอยู่เพียง 10,459 ล้านฟอง  ขณะที่อัตราการบริโภคไข่ไก่ของคนไทยมีอยู่เพียง 160 ฟอง/คน/ปี น้อยกว่าประเทศพัฒนาแล้ว เช่น จีน ที่บริโภค 330 ฟอง/คน/ปี  ญี่ปุ่นบริโภค  322 ฟอง/คน/ปี  และสหรัฐอเมริกา ที่มีการบริโภค 296 ฟอง/คน/ปี  เป็นต้น  จึงนับว่าประเทศไทยยังมีช่องว่างสำหรับการเพิ่มการบริโภคอีกมาก ทั้งนี้ สมาคมฯมุ่งหวังให้เกิดการบริโภคไข่ไก่เพิ่มขึ้นเป็น 200 ฟอง/คน/ปี ภายในปี 2555

 

ในฐานะที่สมาคมเป็นศูนย์รวมของเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมไข่ไก่ทั้งระบบ  ยังได้มีการประสานงานร่วมกับกรมปศุสัตว์ เพื่อวางแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาราคาไข่ไก่ตกต่ำ หรือสร้างเสถียรภาพราคา ให้ทุกฝ่ายทั้งเกษตรกร ผู้ผลิต ผู้ค้าและผู้บริโภคอยู่ร่วมกันได้ทุกฝ่าย

สำหรับสถานการณ์ราคาไข่ขณะนี้อยู่ในระดับที่ค่อนข้างอ่อนตัว โดยต้นทุนการผลิตไข่ไก่โดยเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปี 2551 อยู่ที่ 2.43 บาท/ฟอง ในขณะที่ราคาขายไข่คละเฉลี่ยอยู่ที่ 2.26 บาท/ฟอง ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ต้องแบกภาระขาดทุนถึงฟองละประมาณ 0.17 บาท 

 

 

 

สิ่งที่คิดว่าภาครัฐจะสามารถช่วยเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ในสภาวการณ์ราคาค่อนข้างอ่อนตัวเช่นนี้ได้คือ ภาครัฐควรพิจารณาลดภาษีนำเข้าวิตถุดิบอาหารสัตว์ โดยปัจจุบันยังคงเสียภาษีอยู่ที่ 4% ทำให้ต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นต้นทุนเลี้ยงไก่ไข่สูงขึ้นด้วย ดังนั้น ถ้าภาครัฐจะช่วยลดภาษีดังกล่าว ผู้ที่จะได้ประโยชน์คือทุกฝ่าย ตั้งแต่เกษตรกร และผู้บริโภค

 

สุดท้ายสำหรับการส่งออกไข่ไก่ สมาคมฯ พยายามทำการส่งออกเพื่อช่วยระบายปริมาณไข่ไก่ส่วนเกินออกจากตลาดในประเทศ ซึ่งจะเป็นการช่วยไม่ให้ราคาไข่ไก่ในประเทศต้องตกต่ำลงไปอีก ดังนั้น หากภาครัฐจะมีนโยบายสนับสนุนด้านต่างๆเพื่อจูงใจให้เกิดการส่งออกได้มากขึ้น จะช่วยให้ทุกฝ่ายอยู่รอด และได้ประโยชน์จากความช่วยเหลือจากภาครัฐนายกสมาคมฯ กล่าว

 

ที่มา  :  หนังสือพิมพ์สยามรัฐ  ฉบับวันที่  17  มิ ถุนายน  2551

http://www.siamrath.co.th/UIFont/NewsDetail.aspx?cid=57&nid=16346