ดิน ปุ๋ย น้ำ อากาศและแสงแดด

ทำเกษตรปลอดสารพิษควรจะเริ่ม….ตรงไหนดี?

ช่วงนี้เวลาเดินทางไปไหนมาไหน…จะมีคนถามนี้บ่อยมากขึ้น “ถ้าจะทำเกษตรปลอดสารพิษ…ควรจะเริ่มจากตรงไหนดี?”  ด้านหนึ่งก็น่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดีเหมือนกันนะครับ ว่ามีคนเริ่มให้ความสนใจในการทำเกษตรแบบปลอดสารพิษ แต่อีกใจหนึ่งคงจะกล้าๆ กลัวๆ กลัวว่าผลผลิตจะได้เท่าเดิมไหม? ได้เท่ากับตอนที่ทำแบบใช้สารเคมีที่เป็นพิษหรือไม่? ก็เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ไม่ยาก   แต่ถ้าย้อนไปก่อนหน้านี้…คำถามที่ถูกถามส่วนใหญ่เกษตรกรจะถามว่า “ปลูกอะไรดี? ปลูกอะไรแล้วจึงรวย?” คำถามนี้ผมคิดว่า….ผู้ตอบคงจะตอบยากพอควรครับ…เพราะถ้ารู้ก็อาจจะไปปลูกเองแล้วก็ได้ ฮ่าๆ จะอย่างไรก็ตามวันนี้อาจจะโฟกัสในเรื่องของการทำเกษตรปลอดสารพิษนะครับ…ว่าควรจะเริ่มจากตรงไหน หรือจุดไหนดีสำหรับเกษตรกรมือใหม่ หรือเกษตรกรที่ต้องการลด ละ เลี่ยง เลิก การใช้สารพิษ มุ่งไปสู่การทำเกษตรอินทรีย์และปลอดสารพิษ

คำตอบในทัศนคติของผู้เขียนสำหรับเกษตรกรที่ต้องการหันมาทำเกษตรปลอดสารพิษก็คือ ควรเริ่มจาก “หัวใจ” ที่พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง คือจะต้องมีใจรักในเรื่องของสุขภาพของตนเอง มีใจรักในเรื่องของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีใจรักต่อการผลิตอาหารที่ดีมีประโยชน์ป้อนมนุษยชาติ ก็มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการทำเกษตรปลอดสารพิษ มุ่งไปสู่เกษตรอินทรีย์ได้สูงครับ

เมื่อใจพร้อม กายพร้อม สิ่งที่ต้องไปดูเป็นอันดับแรกถัดจากนี้คือเรื่องการดูแลบำรุงรักษาดินให้มีความอุดมสมบูรณ์แบบธรรมชาติ คือการใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์ มาช่วยบำรุงดิน โดยไม่ต้องไปกลัวเรื่องเชื้อโรคปนเปื้อนที่คนกล่าวอ้างให้มากเกินควร และตรวจเช็คสภาพความเป็นกรดและด่างของดินให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม คือระหว่าง 5.8 – 6.3 ค่าความเป็นกรดเล็กน้อยนี้จะเหมาะต่อการที่สสารอาหารต่างๆในดินจะละลายออกมาเป็นประโยชน์ต่อพืชได้เกือบสมบูรณ์ ช่วยทำให้พืชได้รับสารอาหารจากพืชได้ครบถ้วนจากดิน ลดการซื้อปุ๋ย ยาฮอร์โมน มาบำรุงทำให้ต้นทุนสูงเกินเหตุ

 

   

 

 

เมื่อดินดีพร้อมต่อการปลดปล่อยให้พืชได้ครบถ้วน อินทรียวัตถุช่วยโปร่งฟูร่วนซุย ถ้าเราปลูกจำนวนมาก ปลูกเชิงเดี่ยวก็ควรที่จะมาดูแลเรื่องการให้ความแข็งแรง โดยใช้ซิลิก้า จากแกลบ หญ้าคาหรือหินแร่ภูเขาไฟ ซึ่งมีซิลิก้า ที่ละลายน้ำได้มากถึง 70% ซึ่งทำให้สะดวกในการใช้งานไม่ต้องใส่ทีละมากๆ  ที่เหลือจากนี้ก็ต้องเตรียมพร้อมในเรื่องการของนำพืชสมุนไพรต่างๆ มาบดเป็นผล หมัก สกัดน้ำ เพื่อช่วยอีกแรงในการป้องกันกำจัดโรคแมลง ควบคู่ไปกับการเรียนรู้การใช้จุลินทรีย์หรือสารชีวภัณฑ์ในการป้องกันกำจัดโรคแมลง

โดยสรุปก็คือ การที่จะหันมาทำเกษตรปลอดสารพิษ หรือเกษตรอินทรีย์ ต้องเริ่มที่ “ใจ” เรานั้นมีความต้องการจริงหรือไม่ หลังจากนั้นก็ไปให้ความสีคัญกับ “ดิน” “น้ำ” “อากาศ” “สารอาหารที่ครบถ้วนของพืช” “การใช้พืชสมุนไพรและจุลินทรีย์ในการไล่แมลง” และก็ยังมีเทคนิควิธีการอื่นๆ อีกมากมายที่เกษตรกรต้องพร้อมต่อการที่จะเรียนรู้และศึกษาหาประสบการณ์ต่อไป ซึ่งในปัจจุบันถือว่าไม่ใช่เรื่องยากลำบากอีกต่อไป

 

 

 

มนตรี   บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ  www.thaigreenagro.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *