ดิน, น้ำ

ทำเกษตรกรรม ดินต้องดำ-น้ำต้องดี

 

สำหรับผู้ที่ได้เคยไปเยี่ยมชมแปลงเกษตรบ่อย ๆ ตามศูนย์การเรียนรู้หลายแห่งทั่วประเทศ ถ้าได้สังเกตุสอดส่ายสายตาลงไปที่โคนต้น ดูดิน ดูสภาพแวดล้อมรอบทรงพุ่ม….ท่านจะเห็นเอกลักษณ์ของสวนที่เป็นปราชญ์เกษตรกรตัวจริง เสียจริงอย่างหนึ่งนั่นก็คือ “ดินที่โคนต้นรอบทรงพุ่ม” เขาจะเป็นลักษณะที่เรียกว่า “ดินดำน้ำชุ่ม” “ดินดำน้ำชุ่ม” นั้นเกิดจากการดูแลเอาใจใส่ในพื้นฐานการเพาะปลูกอย่างสม่ำเสมอ เช่น มีการเติมปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกอยู่มิขาด เพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยให้กับจุลินทรีย์เพื่อสร้างกิจกรรมการย่อยสลายแลกเปลี่ยนสารอาหารระหว่างรากฝอยของพืชกับจุลินทรีย์ ทำให้ดินบริเวณนี้จะมีความนุ่มชุ่มชื้นจากการพรวนดินและน้ำย่อยของจุลินทรีย์ดิน (actinomycetes) เหล่านี้ เมื่อการเติมอินทรียวัตถุ (compost) ที่สม่ำเสมอ ที่ดีที่สุดควรเป็นอินทรียวัตถุที่หมักสลายตัวจนสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ดีแล้ว…จะต้องมีกลิ่นดินและอุณหภูมิภายในกองปุ๋ยหมักจะต้องไม่ร้อนเมื่อนำฝ่ามือซุกเข้าไป ปราชญ์ชาวบ้านหรือเกษตรกรที่มีประสบการณ์สูงเข้าจะหมั่นใส่เสริมเติมปุ๋ยหมัก ปุ๋ยน้ำ ปุ๋ยคอก อยู่สม่ำเสมอเมือเห็นสภาพแวดล้อมทั้งทางดินและทางใบดูแย่ลง เมื่อสามารถบริหารจัดการได้ทันการณ์ก็ทำให้พืชมีความเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง อินทรียวัตถุ ดิน และสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ถ้าอยู่ในระดับที่พอเหมาะพอดี ก็จะทำให้ส่งผลดีต่อพืชอย่างมาก อีกทั้งช่วยทำให้ค่าความเป็นกรดและด่างของดิน (PH) ไม่กลายสภาพไปในทาง กรดจัด หรือ ด่างจัดจนเกินไป ช่วยทำให้คุณภาพดินมีเสถียรภาพ ละลายและปลดปล่อยแร่ธาตุและสารอาหารในดินออกมาเป็นประโยชน์ต่อพืชได้อย่างครบถ้วน

 

 

 

ถ้าร้อยละ 70 เปอร์เซ็นต์ของการดูแลบำรุงรักษาดินทำได้แบบนี้ ระดับน้ำหรือความชื้นในมวลของดินหรือวัสดุปลูกที่โคนต้นก็จะพอเหมาะพอดีตามมาด้วยเช่นกัน ไม่เปียกแฉะหรือแห้งจนเกินไป สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือการตรวจวัดและรักษาระดับค่าความเป็นกรดและด่างของดินให้อยู่ในช่วง 5.8 – 6.3 อย่างสม่ำเสมอก็จะทำให้ดินมีคุณสมบัติดังกล่าวได้ยาวนานขึ้น น้ำที่จะนำมารดเสริมเติมให้พืช หรือน้ำที่จะนำมาผสมปุ๋ยยาฉีดพ่นก็มีความสำคัญ ถ้าในบ่อหรือสระน้ำของเรามีน้ำที่เป็นกรดหรือด่างก็ควรปรับปรุงแก้ไขให้เรียบร้อยเสียก่อนที่จะนำมาใช้ในเรือกสวนไร่นา ค่าน้ำทื่เหมาะสมเมื่ออยู่ในบ่อหรือสระควรจะมีค่ากลาง ๆ คือ มีค่าพีเอชเท่ากับ 7 แต่ถ้าจะนำมาใช้ฉีดพ่นผสมปุ๋ยยาควรปรับให้ลงมาเป็นกรดอ่อน ๆ เสียก่อนคือค่าพีเอชควรอยู่ที่ 6.0 และหลังจากใส่เสริมเติมปุ๋ย ยา ฮอร์โมนลงไปเรียบร้อยแล้ว  ค่าของน้ำควรจะอยู่ที่ 5.5 จึงจะดีที่สุดครับ

 

 

 

มนตรี  บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ  www.thaigreenagro.com

 

Leave a Reply

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *