น้ำ, ดิน ปุ๋ย น้ำ อากาศและแสงแดด

ซิลิสิค แอซิด สารปรับสภาพน้ำ ปกป้องพืช คุ้มครองยา

น้ำกับปุ๋ยยาและฮอร์โมนมีความสำคัญอย่างไร

                น้ำที่ใช้ในการเกษตรโดยทั่วไป เท่าที่ตรวจพบ น้ำมีสภาพความเป็นด่าง ทั้งนี้เพราะแหล่งต้นน้ำส่วนใหญ่ จะไหลผ่านมาจากป่า และภูเขาหินปูน การชะล้างหน้าดินและการพังทลายของดินในหน้าฝน เป็นสิ่งที่ส่งเสริมให้สภาพของน้ำในบ้านเราเกิดความเป็นด่าง ซึ่งจะมีความเป็นด่างมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับสภาพของพื้นที่ ที่น้ำไหลผ่านมาจากแหล่งต่างๆ โดยเฉพาะและน้ำบาดาล

fiogf49gjkf0d

อิทธิพลของน้ำที่เป็นด่างต่อปุ๋ยยาและฮอร์โมน

                การฉีดสารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกรส่วนใหญ่จะเป็นการฉีดพ่น แบบใช้น้ำกันมาก            ( high spray volume) ดังนั้นเมื่อเกษตรกรใช้น้ำที่เป็นด่างผสมยาฆ่าแมลง, ยากำจัดโรครา, ฮอร์โมน, ปุ๋ยทางใบ, ยาฆ่าหญ้าฯลฯ น้ำที่เป็นด่าง จะทำปฏิกิริยากับปุ๋ยยาและฮอร์โมนที่เราใช้ขณะนั้น ให้ยาเสื่อมฤทธิ์ลงยิ่งน้ำมีความเป็นด่างสูงยาจะเสื่อมฤทธิ์ลงอย่างรวดเร็ว ทำให้กรฉีดพ่นสารเคมีกำจัดศัตรูพืชไม่ได้ผลตามจุดประสงค์ จึงเป็นการสิ้นเปลืองอย่างยิ่ง

                จากการที่ปุ๋ยยาและฮอร์โมนผสมกับน้ำที่เป็นด่างทำให้เสื่อมฤทธิ์ลงในทางวิชาการเรียกว่า “Alkaline Hydrolysis” ซึ่งหมายถึง การสลายตัวของสารประกอบในสารเคมีนั้นๆ เปลี่ยนแปลงไปเป็นสารประกอบอย่างอื่น ซึ่งการสะลายตัวของสารเคมีจะเริ่มทันทีเมื่อน้ำมีค่า พีเอช (pH) สูงกว่า 6.5  ขึ้นไป ซึ่งถ้าน้ำเป็นด่างมากการสลายตัวของสารเคมีจะยิ่งเร็วขึ้น และหากน้ำนั้นมีอุณหภูมิสูงก็ยิ่งเป็นการเร่งการเสื่อมของสารเคมีเป็นทวีคูณ  ทำให้เราสิ้นเปลืองต้นทุนปุ๋ยยาเพิ่มขึ้นเพราะพืชได้รับสารอาหารได้ไม่เต็มที่ ทำให้ต้องฉีดบ่อยขึ้น  เกษตรกรคงเคยสังเกตพบว่า ข้างขวดสารกำจัดศัตรูพืชต่างๆจะมีคำอธิบายว่า อย่าใช้สารเคมีนี้กับสารที่ออกฤทธิ์เป็นด่าง

                ปุ๋ยยาฮอร์โมน และสารกำจัดศัตรูพืชต่างๆ จะสลายตัวและทำงานได้ดีที่น้ำเป็นกรดอ่อนแต่ถ้าน้ำที่ใช้เป็นน้ำบาดาล แม่น้ำลำคลอง หน้าแล้ง หรือสวนที่หว่านปูนบนร่องแปลงมาก เมื่อฝนตกหรือรดน้ำแล้วพาปูนไหลลงท้องร่อง จะมีปูนและธาตุอื่นๆปะปนมาก ทำให้เกิดความกระด้างมาก มีอัลคาไลมาก พอผสมสารลงไปก็สลายตัวหมดเรียกว่า อัลคาไลไฮโดรลัยซิส เกิดการสูญเปล่า ควรปรับน้ำให้เป็นกรดอ่อนที่ พีเอช 5.0-5.5 แล้วจึงใช้ผสมปุ๋ยยาฮอร์โมนสารต่างๆ

                ความเป็นกรดด่างของน้ำอาจเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ถ้าอยู่ในฤดูฝนคุณภาพน้ำจะดี ถ้าเป็นฤดูหนาวหรือร้อนน้ำจะไม่ดีน้ำจะเป็นด่างมากขึ้น เมื่อเข้าฤดูหนาวถึงฤดูร้อน เราจะสังเกตเห็นว่าหนอน แมลง จะดื้อยามากในช่วงนี้ ทั้งนี้เนื่องมาจากน้ำ ดังนั้นควรมีการตรวจค่าความเป็นกรดเป็นด่างของน้ำให้ดีเสียก่อนที่จะทำการผสมหรือฉีดพ่นปุ๋ยยาและฮอร์โมน เพื่อป้องกันการทำลายฤทธิ์ยาให้เสียหายได้

 

 

ตารางการเปรียบเทียบ อายุของสารกำจัดศัตรูพืช เมื่อผสมกับน้ำที่มีสภาพเป็นกรดหรือด่างว่ามีอายุในการออกฤทธิ์ ของสารอยู่ได้นานเท่าไร

 

สารเคมีกำจัดศัตรูพืช

(ชื่อสามัญ)

Pesticide

พี เอช

(pH)

อายุของยา

อาซินฟอส เมทธิล

Azinphos methyl

9.0

5.0

12.0 ช.ม.

17.3 วัน

เบ็นโนมิล

Benomyl

7.0

5.6

1.0 ช.ม.

30.0 ช.ม.

แคบแทบ

Captap

10.0

4.0

2 นาที

4.0 ช.ม.

ไดเมทโธเอท

Dimethoate

11.0

6.0

2.0

48 นาที

12.0 ช.ม.

21.0 ช.ม.

เอทธิลพาราไทออน

Ethy parathion

11.0

10.0

2.8 ช.ม.

29 ช.ม.

เมทโธมิล

Methomyl

คงสภาพน้ำที่เป็นกรดอ่อนเท่านั้น

โมโนโครโตฟอส

Monocrotophos

ไม่คงสภาพในน้ำที่เป็นด่าง

เมวินฟอส

mevinphos

11.0

1.4 ช.ม.

สารสังเคราะห์ ไพรีทอยด์

Synthetic pyrethrolds

ไม่คงสภาพในน้ำที่เป็นด่าง

ไตรคลอฟอน

Trichlorfon

8.0

7.0

6.0

63 นาที

6.5 ช.ม.

3.7 วัน

อ๊อกซามิล

Oxamyl

7.5

10 นาที

ไดควอท

Diquat**

ไม่คงสภาพในน้ำที่เป็นด่าง

พาราควอท

Paraquat**

ไม่คงสภาพในน้ำที่เป็นด่าง

อายุของยา หมายถึง ยาที่ยังคงสภาพอยู่ได้ 50 %หลังจากนั้นยาจะเสื่อมสภาพลงไปเรื่อยๆจนไม่สามารถกำจัดศัตรูพืชได้

เอกสารอ้างอิง:   1. weed Sai Soc of America, Herbicide Handbook 1983 5th Ed      

                        2. American fruit Grower, 1974

                          3. British Crop Protection Council-Pesticide Manual 1972 3rd Edition.

                .       4. American Veg. Grower, March, 1985. PP 24

 

ทราบได้อย่างไรว่าน้ำที่ผสมสารกำจัดศัตรูพืชว่าเป็นด่างหรือไม่

                สิ่งที่บอกค่าความเป็นกรด กลาง หรือด่างของน้ำ ก็คือค่าพีเอช (pH) ซึ่งค่านี้จะอยู่ในช่วง

0-14   และ 7  จะมีค่าเป็นกลาง

 

 

ตัวอย่างการอ่านค่า พีเอช

 

            0         1         2         3         4         5         6         7         8         9        10         11         12         13         14

 

กรดแก่     <————       กรดอ่อน

กลาง

 

ด่างอ่อน      ————->      ด่างแก่

 

 

 

 

  

                ค่าของ พี เอช (pH) จะขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของไฮดรอกซิล อิออน  (OH- ) และไฮโดรเจน          อิออน (H ) ถ้าน้ำมีความเข้มข้นของไฮดรอกซิลอิออน สูงขึ้น ค่า พี เอช ก็จะสูงขึ้น  จาก 7-14

                ค่า พี เอช (pH) 1 หน่วย จะเพิ่มค่าเท่ากับการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของไฮโดรเจน อิออน หรือ      ไฮดรอกซิล อิออน 10 หน่วย สมมติว่าเราต้องการลดค่า พี เอช (pH) ของน้ำจาก พี เอช (pH) 8 .0ให้เหลือ 5.0 (จากน้ำที่เป็นด่างให้เป็นกรดอ่อน) เราต้องลดSet featured imageค่า พี เอช (pH) ลง 3 หน่วย หรือเท่ากับลดความเข้มข้นของไฮดรอกซิล อิออน 1,000 หน่วย (10 ?10?10 )จึงจะทำให้ พี เอช (pH) จาก 8.0 ลงมาอยู่ที่ 5 .0

 

การตรวจสภาพน้ำ

                ในการตรวจสอบว่าน้ำที่เรามีอยู่มีสภาพเป็นกรดหรือเป็นด่างเราจะใช้  pH น้ำ หรือใช้ เมททิว เร้ด ในการตรวจสอบ ถ้าเป็น pH น้ำจะสามารถบอกได้เลยว่าน้ำที่เราใช้อยู่มีค่าความเป็นกรดเป็นด่างเท่าไร ส่วนตัวเมททิว เร้ด จะแสดงผลออกมาเป็นสี เช่น เมื่อเราหยด เมททิว เร้ด ลงไปในน้ำที่เป็นด่างน้ำจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อนถ้าเป็นด่างอ่อนๆ ถ้าเป็นสีเหลืองเข้มแสดงว่าเป็นด่างแก่   แต่ถ้าหากเราหยด เมททิว เร้ด แล้วน้ำเปลี่ยนเป็นสีชมพู่อ่อนๆแสดงว่าน้ำที่เราใช้อยู่เป็นกรดอ่อนๆ ถ้าสีชมพูเข้มแสดงว่าเป็นกรดแก่

               

 การปรับสภาพน้ำที่เป็นด่างให้เป็นกรด

                เราสามารถที่จะใช้น้ำส้มสายชู มะนาว หรือกรดต่างๆที่ไม่เป็นอันตรายรุนแรงต่อมนุษย์ มาใช้ในการปรับค่า พีเอช ของน้ำได้ แต่อาจจะพบกับปัญหาต้นทุนที่สูงอย่างเช่น ถ้าจะฉีดพ่นให้แก่พืชในพื้นที่ขนาดใหญ่ ซึ่งจะต้องใช้น้ำ 200 ลิตร หรือเป็น 1,000 ลิตรขึ้นไป ซึ่งอาจต้องใช้มะนาวหลายร้อยลูก หรือจะใช้น้ำส้มสายชูก็อาจจะใช้หลายสิบขวดซึ่งต้นทุนต่อปี๊ปก็ค่อนข้างสูง หรือจะใช้กรดอื่นๆที่เป็นอันตรายไม่รุนแรงแต่ชาวบ้านร้านตลาดทั่วไปก็อาจไม่ค่อยรู้จักหรือหาซื้อก็ยากลำบาก หรือไปซื้อกรดที่เป็นอันตรายรุนแรงมาใช้ก็จะเป็นอันตรายแก่ตนเองและคนในครอบครัวได้  ดังนั้นทางชมรมเกษตรปลอดสารพิษจึงอยากแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของทางชมรมฯอีกอย่างหนึ่งทดแทนนั่นคือ ซิลิสิค แอซิด

เพราะอัตราการใช้ก็จะประหยัดกว่าการใช้กรดชนิดอื่นๆ เพราะใช้เพียง 2.5 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร และเป็นประโยชน์ที่เราจะเพิ่มเข้าไปให้แก่พืช โดยนอกจากจะได้ประโยชน์จากการปรับสภาพน้ำแล้วเรายังได้  แร่ธาตุ ซิลิก้า หรือซิลิคอน ซึ่งจะช่วยทำให้เซลล์พืชแข็งแกร่งต้านโรค ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันพื้นฐานให้แก่พืชเพื่อลดการเกิดโรคได้เป็นอย่างดี

 

ซิลิสิค แอสิดคืออะไร

                ซิลิสิค แอซิดคือ ซิลิก้าที่ละลายน้ำได้ที่พืชสามารถนำไปใช้ได้ทันที โดยผ่านทางใบช่วยป้องกัน การเข้าทำลายของเชื้อโรค และแมลง  เช่น  ไร  รา  หนอน  ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพดีเก็บได้ทน พืชผัก ผลไม้ มีโครงสร้างดี กรอบ อร่อย เป็นที่ต้องการของตลาด ช่วยลดการใช้สารเคมี ยาฆ่าแมลง โดยเฉพาะความสามารถของ ซิลิสิคแอซิด ที่สามารถกำจัดฤทธิ์ของน้ำที่เป็นด่างได้อย่างสิ้นเชิงช่วยเกษตรกรประหยัดค่าใช้จ่าย

                ซิลิสิค แอซิดจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้สารเคมีในกลุ่ม สารกำจัดแมลงและไรพืช สารกำจัดโรครา สารกำจัดวัชพืช กลุ่มฮอร์โมนพืช และกลุ่มอาหารเสริมปุ๋ยทางใบ

 

บทบาทและคุณประโยชน์ของซิลิสิคแอซิด

          1. ส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชสวน เช่น พืชตระกูลส้ม ตระกูลแตง และกุหลาบ เป็นต้น ซึ่งจะมีการสะสม ซิลิสิค แอซิด หรือ ซิลิก้า ในเนื้อเยื่อส่วนยอดอ่อน

          2. ช่วยลดความเครียดของพืชเนื่องมาจาก แมลงศัตรูพืช สภาพแวดล้อม เป็นต้น

          3. ซิลิสิค แอสิค ถูกดูดซึมไปอยู่ส่วนของ apoplast ของเชลล์ใบ ซึ่งจะทำให้เชลล์แข็งตั้ง โดยเฉพาะใน ต้นข้าว และเป็นสิ่งกีดขวาง ต่อต้านการเข้าทำลายของเชื้อโรค

          4. ช่วยลดปริมาณการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อรา ( fungicide) ให้น้อยลง ผลผลิตที่ได้รับสูงขึ้น

 

การใช้ซิลิสิค แอซิดปรับพีเอชน้ำก่อนและหลังผสมปุ๋ย

                1. ใช้น้ำ 20 ลิตร เอาถ้วยสีขาวเล็กๆตักออกมาครึ่งแก้ว หยดสีตรวจกรดด่างลงไป 1 หยด ดูการเปลี่ยนแปลง โดยใช้น้ำยาตรวจกรดด่างของน้ำ(  pH น้ำ) หรือใช้น้ำยา เมททิว เร้ดในการตรวจสอบ 1 หยด ถ้าน้ำในถ้วยนั้นออกสีสีชมพูหรือแดง น้ำนั้นใช้ผสมปุ๋ยยาได้เลย แต่ถ้าหยด เมททิว เร้ด แล้วสีจางหายหมดแสงว่าเป็นกรดเกินด่างเกิน 5.0-5.5 ควรแก้โดยใส่กรด ซิลิสิค แอซิด

                2. เอาซิลิสิค แอซิด 1/2 ช้อนชา ใส่น้ำ 20 ลิตร กวนให้ทั่วถึงกันดีแล้ว ตักน้ำมาครึ่งแก้วสีขาว หยดเมททิว เร้ด 1 หยด ดูสีที่เปลี่ยนแปลง ถ้าเป็นสีชมพู สีแดงก็ใช้ได้ ถ้าไม่มีสีก็ใส่ ซิลิสิค แอซิด เพิ่มลงไปอีกทีละนิด หรือ1/4ช้อนชา กวนตรวจทำอย่างเดิมอีกจนน้ำได้ พีเอช 5.0-5.5 แล้วจึงผสมปุ๋ยยา

                3. ปุ๋ยบางชนิดออกฤทธิ์เป็นด่าง เติมปุ๋ยแล้วกวนให้ละลายแล้ว พีเอชอาจกลับสูงเกิน 5.5 ให้ตักน้ำมาครึ่งถ้วยสีขาว หยดเมททิวเร้ด 1 หยด ดูสีชมพู ถ้าสีหายไปให้เติมซิลิสิค แอซิดเพิ่มตามที่กล่าวข้างต้นแล้วตรวจใหม่  ทำจนได้ พีเอช ที่ต้องการ แล้วเติมสารเปียกใบ ( ม้อยเจอร์แพล้นท์ ) แล้วนำไปฉีดพ่นพืชต่อไป

 

สุวิทย์  อนันต์

นักวิชาการ

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

Leave a Reply

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *