โรคแมลงศัตรูพืช, ไม้ผล ไม้ยืนต้น

ชมพู่กับวิธีการดูแลรักษาโรคแมลง

fiogf49gjkf0d

ชมพู่ จัดเป็นพืชที่อยู่ในตระกูลเดียวกับหว้า ฝรั่ง ยูคาลิปตัส
และเป็นพืชที่ชอบน้ำมาก มีพันธุ์ดั้งเดิมอยู่
3 ชนิด คือชมพู่มะเหมี่ยว, ชมพู่สาแหรกและชมพู่น้ำดอกไม้
(จากพันธุ์ดั้งเดิมของชมพู่น้ำดอกไม้นี้เองกระมังจึงทำให้ชาวปักษ์ใต้เรียกชมพู่ว่าน้ำดอกไม้ในภาษาถิ่นมาจนถึงปัจจุบัน)
หลังจากนั้นก็มีชมพู่พันธุ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นมาอีกมากมายหลายชนิด
ทั้งชมพู่เพชรสายรุ้ง
, ชมพู่เพชรสามพราน, ชมพู่เพชรน้ำผึ้ง,ชมพู่พันธุ์ทูลเกล้าและชมพู่ทับทิมจันทร์
ส่วนใหญ่จะปลูกกันมากในแถบนครปฐม ราชบุรี และสมุทรสาคร
ส่วนในภาคอื่นๆก็ปลูกกันแบบประปรายเป็นผลไม้ประจำถิ่น
การตลาดส่วนใหญ่ก็จะขายให้แก่ผู้บริโภคภายในประเทศเสียเป็นส่วนใหญ่
การส่งออกค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับมะม่วงและมังคุด

นอกจากชมพู่จะเป็นพืชที่ชอบน้ำมากๆแล้วในเรื่องของดินก็ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ในดินที่เป็นกรด-หรือด่างจัด
มักจะเจริญเติบโตได้ดีในดินที่เป็นกรดอ่อนๆประมาณ
5.8
  6.3 หรือแม้กระทั่งค่าพีเอชที่ขึ้นไปถึง
7 คือเป็นกลางก็ยังถือว่าไม่มีปัญหาหรือกระทบต่อการเจริญเติบโตและการให้ผลผลิตมากนัก
ปัญหาส่วนใหญ่ของชมพู่ก็คือเรื่องของหนอนและเพลี้ยแป้งที่เข้ามาทำลายใบและผล
ส่วนในเรื่องของความชื้นแฉะทางดินก็มีให้เห็นอยู่บ้างแต่จัดว่าไม่มากเท่าใดนัก
ปัญหาเรื่องเพลี้ยอ่อนเพลี้ยแป้งมักจะมากเกาะกลุ่มอยู่ที่บริเวณผิวใบอาจจะพบได้ทั้งด้านล่างและด้านบนสังเกตุเห็นเป็นลักษณะคล้ายแป้งฝุ่นสีขาวๆ(เพลี้ยแป้ง)
และกลุ่มแมลงตัวเล็กๆกลมๆรีๆคล้ายไข่ของแมลงมาวางเอาไว้ต้องหมั่นสังเกตุให้ดีๆ
มิฉะนั้นกลุ่มเพลี้ยเหล่านี้จะดูดกินน้ำเลี้ยงจนกิ่งใบเหี่ยวแห้งเลี้ยงไม่โต
โดยเฉพาะต้นเล็กๆเริ่มปลูก


                        

fiogf49gjkf0d

การดูแลป้องกันต้องหมั่นสังเกตุสำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ
เมื่อพบการระบาดของเพลี้ยในระยะแรกๆให้รีบทำการรักษาป้องกันแบบปลายเหตุด้วยการใช้สารชีวภาพกำจัดเพลี้ยที่ชื่อว่าจุลินทรีย์ทริปโตฝาจ
(บิวเวอร์เรียและเมธาไรเซียม) ในอัตรา
50
กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ก่อนใส่ควรใช้สารจับใบ
(ม้อยท์เจอร์แพล้นท์) หรือน้ำยาล้างจานเพื่อทำลายจุดแข็งของเพลี้ยที่มักฉีดพ่นไปแล้วไม่สามารถเกาะติดหรือสัมผัสกับตัวเพลี้ยได้เนื่องจากมีผงฝุ่นผงแป้งและคราบน้ำมันลื่นๆทำหน้าที่ปกป้องตัวของเพลี้ยทำให้การฉีดพ่นสารเคมีหรือยาฆ่าแมลงก็ไม่สามารถกำจัดหรือรักษาได้โดยเฉพาะลักษณะการฉีดพ่นแบบเดินเร็วเดินไวฉีดเป็นเพียงละอองฝอยๆเพราะจะโดนหรือสัมผัสเฉพาะตัวแก่ที่อยู่ด้านบนส่วนตัวลูกๆที่อยู่ด้านล่างจะไม่ตาย
ดังนั้นต้องฉีดให้เปียกชุ่มโชกเหมือนอาบน้ำหรือฝนตก
แต่การใช้จุลินทรีย์ทริปโตฝาจจะช่วยให้การกำจัดมีประสิทธิภาพมากกว่าเพราะเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถเติบโตและขยายจำนวนได้
อีกทั้งยังปลอดภัยไร้สารพิษไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ปลอดภัยต่อผู้บริโภค

มนตรี บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ 
www.thaigreenagro.com