พลังงานและสิ่งแวดล้อม, ข่าวเกษตร

จัดสรรน้ำสู่ที่ทำกินเกษตรกรบทพิสูจน์ทำให้เพิ่มผลผลิตจริง โดย.. ดลมนัส กาเจ

fiogf49gjkf0d

หลังจากที่
“กลุ่ม
น้ำตาลมิตรผล”
ประสบผลสำเร็จในการส่งเสริม
เกษตรกรให้ปลูกอ้อยระบบน้ำหยดในหลายพื้นที่ที่มีสภาพแห้งแล้ง
จนได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นถึง
1 เท่าตัวต่อไร่
ทำให้กลุ่มมิตรผลเดินหน้าส่งเสริม
เกษตรกรปลูกอ้อยโดยใช้ระบบน้ำหยด
อย่างล่าสุดใช้งบประมาณกว่า
13 ล้านบาท
ดำเนินโครงการพัฒนาแหล่ง
น้ำในพื้นที่ บ้านโคกศรี
ต.คำบง อ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์
  โดยการจัดตั้งสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าขนาด 160
กิโลวัตต์ มอบให้ชุมชนเพื่อสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำสาธารณะไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตรกรทั่วไป

นายอิสระ
ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ กลุ่ม
น้ำตาลมิตรผล กล่าวว่า
โครงการสถานีสูบ
น้ำด้วยไฟฟ้าบ้านโพธิ์ศรี
มอบให้ท้องถิ่นดูแล เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการ
เกษตรทั่วไป
ไม่เฉพาะแต่ปลูกอ้อยอย่างเดียว จึงมั่นใจว่า ชาวโพธิ์ศรีสามารถใช้ประโยชน์การนำ
น้ำไปสู่แหล่งน้ำใน การเพาะปลูก รวมทั้งการอุปโภคบริโภคอย่างทั่วถึงตลอดปี
หลังจากที่ได้ดำเนินการไปแล้วในหลายพื้นที่ อาทิ ที่บ้านลาด อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ
และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับการประสานความร่วมมือกับภาครัฐ ชุมชน
และ
เกษตรกรในพื้นที่
ซึ่งปรากฏว่าประสบผลสำเร็จไปด้วยดีโดยเฉพาะการปลูกอ้อย

 

 

แม้ในปีนี้
ประเทศไทยจะได้ผลผลิตอ้อยสูงถึง
96 ล้านตันและกลายเป็นผู้นำการส่งออกน้ำตาลอันดับ 1
ของโลกแซงหน้าประเทศบราซิล
ที่เป็นแชมป์โลกต่อเนื่องหลายสมัยอย่างคาดไม่ถึง แต่กระนั้นการทำ
เกษตรกรรมในประเทศไทยส่วนใหญ่
ยังต้องเผชิญกับปัญหานานาชนิด โดยเฉพาะปัญหาเรื่อง
น้ำ ซึ่งบางช่วงเวลาก็เหือดแห้งและบางช่วงเวลาก็มาแบบท่วมท้น
ทางกลุ่ม
น้ำตาลมิตรผลมองว่า
น้ำเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การพัฒนาการเกษตรของประเทศ
สามารถก้าวพัฒนาต่อไปได้มากขึ้น
ให้ได้เพียงพอกับความต้องการในการบริโภคที่เพิ่มมากขึ้นด้วย” นายอิสระกล่าว

ด้านนายไพฑูรย์
ประภาถะโร ผู้อำนวยการด้านอ้อย โรงงาน
น้ำตาลมิตรกาฬสินธุ์
กล่าวว่า โครงการสถานีสูบ
น้ำด้วย ไฟฟ้า
บ้านโคกศรีนั้น กลุ่มมิตรผลใช้งบ
13.2 ล้านบาท ร่วมกับสมาคมชาวไร่อ้อยกาฬสินธุ์
และเทศบาลตำบลคำบงดำเนินโครงการนี้ เพื่อสูบ
น้ำจากอ่างเก็บน้ำบึงน้อยซึ่งเป็นหนองน้ำสาธารณะบนพื้นที่ประมาณ
300 ไร่ เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำใช้ในการทำการเกษตร โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้ง
คาดว่าจะทำให้เกิดประโยชย์ต่อ
เกษตรกรไม่น้อยกว่า
250 ครอบครัว ครอบคลุมพื้นที่ทำการเกษตรกว่า 3,000
ไร่ และมั่นใจว่าจะให้ผลผลิตอ้อยที่เคยได้ก่อนหน้าไร่ละราว 10
ตันมาเป็นไร่ละ 20 ตันในเร็วๆ นี้


ด้านนายพนมพร  เขตอนันต์
นายกสมาคมชาวไร่อ้อยกาฬสินธุ์ กล่าวว่า แม้โรงงาน
น้ำตาลมิตรกาฬสินธุ์จะดำเนินโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่บ้านโคกศรี
เป็นเพียงจุดเล็กที่ช่วยเหลือ
เกษตรกร โดยเฉพาะผู้ปลูกอ้อยเมื่อเทียบกับสมาชิกของสมาคมที่ปลูกอ้อยถึง
1.2 หมื่นรายในพื้นที่ กว่า 2.7 แสนไร่
แต่อย่างน้อยที่สุดเป็นจุดเรียนรู้ให้
เกษตรกรมองถึงความสำคัญของระบบน้ำที่จะให้ประโยชน์กับภาคการเกษตร และจะได้เป็นศูนย์เรียนรู้ของเกษตรกรว่าจะได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นจริง
อย่างก่อนหน้านี้ผลผลิตอ้อยของ
เกษตรกรจะได้ไร่ละราว
10 ตัน บางพื้นที่น้ำดีหน่อยอาจได้ถึงไร่ละ15
ตัน แต่หลังการใช้ระบบน้ำหยดพิสูจน์ให้เห็นมาหลายพื้นที่แล้วได้ถึงไร่ละ
20 ตัน จะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น
การปลูกอ้อยถ้าเราเฉลี่ยแล้วจะลงทุนตกราวไร่ละ 8,000-8,500
บาท ฉะนั้นผลผลิตอ้อยต้องได้ไร่ 10 ตันขึ้นไป
เมื่อเราใช้ระบบ
น้ำหยด
จะให้ผลผลิตไร่ละ
20 ตัน เกษตรกรอยู่ได้อย่างสบาย
ตรงนี้ผมหวังเป็นว่า ภาครัฐต้องนำเป็นอย่างในการแก้ปัญหาระบบ
น้ำเพื่อการเกษตรในอนาคต”
นายพนมพรกล่าว


ก็นับเป็นโครงการตัวอย่างอีกโครงการหนึ่งที่ให้เห็นถึงความสำคัญของน้ำเพื่อใช้ในภาคเกษตรที่ภาครัฐควรให้สำคัญเป็นอย่างยิ่ง
เพราะทำให้ผลผลิตทางการเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

fiogf49gjkf0d

ที่มา : หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก ฉบับวันที่ 5 สิงหาคม 2554