ข่าวเกษตร

จริงหรือไม่?…หน้าฝนจัดการศัตรูพืชง่ายกว่าหน้าแล้ง

หน้าแล้งอากาศร้อนน้ำร้อน คลองหนองแห้งขอด ความเค็มในน้ำเพิ่มขึ้น ด่างมากขึ้น อัลคาไลเพิ่ม หากไม่ปรับ pH น้ำให้อยู่ที่ 5.0-5.5 แล้ว เวลาผสมยาหรือสารเคมีต่างๆ ก่อให้เกิดอัลคาไลอัยโดรลัยสิส ส่งผลให้สารออกฤทธิ์ช้าหรือหมดฤทธิ์ได้ง่าย ก่อนจะได้ผล คล้ายๆอาการดื้อยาในหนอน แมลง เชื้อราโรคพืช ซึ่งจริงๆ แล้วหน้าฝนป้องกันหรือปราบศัตรูพืชง่ายกว่าหน้าแล้งด้วยซ้ำ

 

การที่ฝนตกชะล้างอินทรียวัตถุต่างๆ แล้วแตกละลายกลายเป็นกรดในธรรมชาติ ส่งผลให้น้ำเป็นกรดอ่อน การหมักปุ๋ยจากอินทรียวัตถุ เศษไม้ ใบหญ้า จนได้ฮิวมิคสีดำๆกลิ่นตุๆ หรือแม้แต่น้ำชะล้างกองขยะก็ยังเป็นกรดอ่อน หากลองสังเกตหรือทดสอบจะพบว่าน้ำในธรรมชาติ ห้วยหนอง คลอง บึงต่างๆก็ยังเป็นกรดอ่อน ยกเว้นแต่น้ำที่ไหลผ่านภูเขาหินปูนส่วนใหญ่ที่เป็นด่างดังนั้นก่อนฉีดพ่นยา ฮอร์โมนต่างๆก็ควรปรับ pHของน้ำด้วยซิลิซิคแอซิค ในอัตรา 5 กรัม ต่อน้ำ20 ลิตร ซึ่งจะช่วยปรับความเป็นด่างให้เป็นกรดอ่อนๆ เสริมฤทธิ์ยา ฮอร์โมนให้กลับมาออกฤทธิ์ได้เหมือนเดิมโดยที่ไม่ถูกหักจากความเป็นด่างของน้ำ

 

เช่นเดียวกับนาดินเปรี้ยว ยกร่องหนีน้ำยังไงก็ยังเปรี้ยว ถ้าไม่มีการปรับสภาพดิน ในการปรับสภาพดินที่เปรี้ยวหรือเป็นกรดจัดๆนั้น ควรใช้วัสดุที่มีค่าpH ตรงกันข้ามหรือเป็นด่าง สารปรับปรุงดินที่ภาครัฐ-เอกชน นิยมส่งเสริมแนะนำให้เกษตรกรใช้ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นวัตถุปูนอย่างปูนมาร์ล โดโลไมท์ ปูนขาวซึ่งต้นทุนต่ำ มุมกลับกันหากนำมาใช้บ่อยครั้ง ในปริมาณที่มากเข้าๆ เรื่อยๆ ก็จะเป็นโทษต่อดิน เนื่องจากปูนเมื่อเจอน้ำจะทำละลายเข้ากันได้ดี แต่ปูนก็คือปูนเมื่อแห้งก็จะแข็งจับตัวเป็นก้อน ฝนตก รดน้ำสักเท่าไรก็จะไม่ละลาย แพ็คหน้าดิน แน่นแข็ง น้ำซึมผ่านไม่ได้ สุดท้ายต้นไม้ก็ขาดออกซิเจนตาย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ 02-9861680-2

 

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ  www.thaigreenagro.com

เสนอแนะติชมได้ที่ email : thaigreenagro@gmail.com

 

Leave a Reply

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *