ไม้ดอก, กล้วยไม้, ไม้ใบ, สูตรปุ๋ยสำหรับพืช, ไม้ดอก-ไม้ประดับ

ข้อดีข้อด้อยของปุ๋ยเคมีและปุ๋ยอินทรีย์

ความนิยมเกี่ยวกับเรื่องของการใช้ปุ๋ยอินทรีย์มากขึ้นอย่างมหาศาล เมื่อเทียบกับหลายสิบปีก่อน เนื่องด้วยจะเป็นเรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สุขภาพ การรณรงค์ส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ หรือจะด้วยเหตุผลใด ๆก็ไม่ทราบได้ แต่เท่าที่รู้คนที่เอาแต่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพียงอย่างเดียวในการปลูกไม้ผล…ก็มักจะโทรมาเล่าปัญหาให้ฟังอยู่บ่อยพอควรเกี่ยวกับเรื่องของอาการเฝือใบ หนอนแมลงรบกวนและปัญหาเรื่องการติดดอกออกผล

ที่เป็นดังนี้เห็นจะเป็นเพราะพี่น้องเกษตรกรอาจจะยังมีความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของการใช้ปุ๋ยเคมีและปุ๋ยอินทรีย์ยังไม่มากเพียงพอ คงคิดว่านึกจะใส่ปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนปุ๋ยเคมีไปในทันทีทันใดคงจะให้ผลลัพธ์ไม่แตกต่างกัน

ก็ต้องขอเรียนให้ทราบเสียตรงนี้นะครับว่า คงจะไม่ง่ายขนาดนั้น เพราะการเปลี่ยนแปลงการใช้ปุ๋ยเคมีมาเป็นปุ๋ยอินทรีย์แบบทันทีทันใดนั้น ถ้าพื้นฐานของดินไม่ดีเพียงพอ อินทรีย์วัตถุถูกลดหรือถูกทำลายให้หายไปจนขาดความสมดุล คืออยู่ที่ 5 เปอร์เซ็นต์ ก็จะทำให้ดินนั้นไม่สมดุล ไม่สามารถที่จะทำให้พืชไร่ไม้ผลต่าง ๆ นั้นจะให้ผลผลิตออกมาได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เหมือนกับพืชที่ปลูกบนไร่บนดอยของชาวเขา

และที่สำคัญดินที่ผ่านการใส่ปุ๋ยเคมีมาอย่างยาวนาน ดินจะแน่นแข็ง ระบบนิเวศฯขาดสิ่งมีชีวิตอย่าง ไส้เดือน จุลินทรีย์ เชื้อรา แบคทีเรีย ที่จะมาร่วมสร้างกิจกรรม ทำให้เปอร์เซ็นต์อาหารที่มีอยู่ในปุ๋ยอินทรีย์มีไม่มากเพียงพอ

เพราะปุ๋ยอินทรีย์ที่มีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นคาร์บอน เซลลูโลส ลิกนิน เฮมิเซลลูโลส ผ่านกระบวนการหมักที่เรียกว่า แอมโมนิฟิเคชั่น (Amonification) กระบวนการท้ายสุดของปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกจะได้แต่เพียงไนโตรเจน (N) ฉเป็นส่วนใหญ่ และกลุ่มจุลธาตุอีกเพียงเล็กน้อย ซึ่งต้องอาศัยระยะเวลาในการย่อยจากสิ่งมีชีวิตในดินอีกพอสมควรจึงจะเพียงพอ

แตกต่างจากปุ๋ยเคมีที่มีเปอร์เซ็นต์แร่ธาตุสารอาหารที่เข้มข้น ชัดเจน ตามเปอร์เซ็นต์ที่กำหนดไว้ข้างกระสอบ ทั้ง ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ไม่ว่าจะเป็นสูตร 15-15-15, 46-0-0, 8-24-24, 0-0-60 ฯลฯ จึงทำให้พืชได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ แต่ข้อเสียของปุ๋ยเคมีคือ ราคาแพง ต้นทุนสูง และดินที่ใช้แต่เพียงปุ๋ยเคมีมาอย่างยาวนาน จะมีปัญหาดินแน่นแข็ง ทำให้รากพืชไม่แผ่ขยายและที่สำคัญอาจจะทำให้เกิดปัญหาดินเป็นกรดและด่างตามส่วนประกอบปุ๋ยเคมีแต่ละชนิด

การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ กาหมักตอซังฟางข้าว การใช้เศษไม้ใบหญ้าเป็นระยะเวลา 3 -5 ปีขึ้นไปจึงจะทำให้สภาพแวดล้อมของดินในสวนใกล้เคียงกับดินตามป่าเขาลำเนาไพร ที่ไม่ต้องมีมนุษย์คนใดคอยไปรดน้ำพรวนดินใส่ปุ๋ย ก็สามารถที่จะทำให้พืชเหล่านั้นสามารถที่จะผลิดดอกออกผลได้เต็มประสิทธิภาพได้

จะอย่างไรก็ตามการใช้ปุ๋ยเคมี 50% ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก 50% ก็จะช่วยทำให้ผลผลิตในระยะแรกของพี่น้องเกษตรกรไม่เสียหาย และดินก็ไม่เสีย ถือเป็นบันไดขั้นแรกสำหรับผู้ที่อยากจะลด ละ เลี่ยง เลิก การใช้ปุ๋ยเคมีได้ดีอยู่มากพอสมควร

 

 

มนตรี บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com