พืชเศรษฐกิจ-พืชพลังงาน

ก่อนจะใช้สูตรแก้มะม่วงผลแตก…มาดูสาเหตุกันก่อนดีกว่าไหม?

ก่อนนี้จะมีมะม่วงสายพันธุ์หนึ่งแค่ฟ้าส่งเสียงคำรามเท่านั้น….ผลมะม่วงที่อยู่บนต้นก็แสดงอาการใจเสาะร้าวลั่นแตกเปรี๊ยะแยกแยะแบะออก ซึ่งผลนี้จะเป็นที่ถูกอกถูกใจของพวกเด็ก ๆ ที่นิยมไปปลิดเอามาแล้วไม่ต้องใช้มีดผ่า สามารถใช้มือฉีกออกได้เลยแล้วนำไปกินกับพริกเกลือหรือน้ำปลาหวาน การเก็บเกี่ยวผลมะม่วงที่แตกคาต้น หรือผลสุกคาต้นประมาณนี้ ตามความรู้สึกของเด็กก็จะมีความอร่อยเป็นพิเศษกว่าผลอื่น ๆ ….และมะม่วงที่ว่านี้ก็คือมะม่วง “ฟ้าลั่น” นั่นเอง

แต่ก็ยังมีมะม่วงสายพันธุ์อื่น ๆ อีกมากมายที่แสดงอาการคล้ายกับมะม่วงฟ้าลั่นได้เช่นเดียวกัน คือมีอาการผลแตกระยะผลอ่อน ผลแตกก่อนเก็บ และท้ายที่สุดก็หลุดร่วง สร้างความเสียหายทำให้เก็บเกี่ยวผลผลิตได้น้อย สำหรับมะม่วงที่ไม่ใช่พันธุ์ฟ้าลั่นแต่มีอาการผลแตกร่วงหล่นนั้นก็ต้องตามไปดูว่าประวัติการดูแลรักษานั้นเป็นอย่างไร ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะให้แร่ธาตุและสารที่ไม่เพียงพอและครบถ้วนดังที่ควรจะเป็น

โดยปรกติบรรยากาศที่เกิดฟ้าแล่บฟ้าร้อง ฝนตก ปริมาณไนโตรเจนที่มีอยู่ในอากาศและน้ำฝนก็จะมีปริมาณมากเมื่อพืชดูดกินใช้เข้ามามากเกินสัดส่วนของการแบ่งเซลล์ซึ่งทำหน้าที่หลัก ๆ โดยแคลเซียม โบรอนและซิลิก้า (Sio2) จึงไม่สมดุลกัน ไนโตรเจนทั้งจากอากาศและน้ำฝนและอาจจะได้รับทางดินโดยการใส่ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก ปุ๋ยที่ให้ธาตุไนโตรเจนอย่าง 46-0-0, 21-0-0 และ 15-0-0 ก็จะเป็นตัวเร่งเซลล์ของผลขยายอย่างรวดเร็วอีกด้วยเช่นกัน

 

 

มะม่วงเป็นพืชใบเลี้ยงคู่ซึ่งมีความต้องการแคลเซียมสูงกว่าพืชใบเลี้ยงเดี่ยว จึงทำให้ในช่วงที่ได้รับไนโตรเจนเกินสมดุล มีการแบ่งเซลล์อย่างรวดเร็ว แต่แคลเซียมไม่เพียงพอ จึงทำให้ผลมะม่วงมีอาการแตกและเสียหายได้ในช่วงนี้ แคลเซียมปรกติในพื้นโลกของเราก็มีปริมาณมากถึง 5.4 % โดยมวลรวม ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปของแคลเซียมคาร์บอเนต (Ca2Co3) แต่ถ้าดินเป็นกรดจัดแคลเซียมก็จะขาดแคลนไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องเพิ่มหรือเสริมให้แก่มะม่วงทางใบด้วยอีกทาง

อาการมะม่วงผลแตกที่เกิดขึ้นในสวนเกษตรกร จะต้องรีบดูแลแก้ไขในเรื่องการให้ความสำคัญเกี่ยวกับธาตุรองและธาตุเสริมให้เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็น แคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน เหล็ก ทองแดง แมงกานีส สังกะสี โบรอน โมลิบดินัม นิเกิ้ล ไทเทเนี่ยม ฯลฯ นอกจากใส่ทางดินแล้วก็ควรฉีดพ่นทางใบด้วยอีกทางหนึ่ง ถ้าเกษตรกรที่มีประสบการณ์ก็มักจะทำสูตรแคลเซียมโบรอนซุปเปอร์เตรียมไว้แต่เนิ่น เพื่อฉีดพ่นบำรุงตั้งแต่เริ่มติดผลเท่าหัวไม้ขีด โดยสูตรที่ใช้ก็จะมีปุ๋ยแคลเซียมไนเตรท (15-0-0) 1.2 กิโลกรัม ละลายในน้ำสะอาด 20 ลิตร กวนให้ละลายครั้งที่หนึ่ง  จากนั้นใส่โบรอนพืชบลงไปอีก 400 กรัม กวนให้ละลายเข้ากันครั้งที่สอง สูตรซุปเปอร์ซึ่งมีความพิเศษจากซิลิคอนเสริมการทำงานกับแคลเซียมจะช่วยในเรื่องการผสมเกสร ช่วยในการสร้างเซลล์ก็ควรเติม ซิลิสิค แอซิด (H4Sio4) อีก 500 กรัม กวนละลายให้เข้ากันครั้งที่สาม หลังจากนั้นเราจะได้หัวเชื้อแคลเซียมโบรอนซุปเปอร์มากถึง 20 ลิตร เวลานำไปใช้ให้ใช้เพียง 100 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตรฉีดพ่นทุก ๆ 3 วัน หรือ 7 วันตั้งแต่เริ่มติดผลเท่าหัวไม้ขีด หรือฉีดพ่นระยะที่ประสบพบเจอปัญหาแต่เนิ่น ๆ ก็จะช่วยระงับยั้งยั้งไม่ให้ผลแตกเสียหายเพิ่มขึ้น

 

 

มนตรี  บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ  www.thaigreenaro.com

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *