ข่าวเกษตร

การใช้ไพเรี่ยมในการกำจัดแมลง

สารสกัดจากเมล็ดพริกไทยดำเสริมฤทธิ์ด้วยกระเทียมและกานพลู ซึ่งเป็นสมุนไพรที่ออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงสำหรับเพลี้ยต่าง ๆ โดยตรง จึงช่วยป้องกันและกำจัดเพลี้ยต่าง ๆ เช่น เพลี้ยไฟ ไรแดง เพลี้ยแป้ง เพลี้ยอ่อน เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ช่วยไล่แมลงหวี่ข่าว แมลงวันเจาะผลไม้ และแมลงวันทอง ให้แก่พืชผลผลไม้ และข้าว ได้อย่างดีเยี่ยม

ปัจจุบัน กระแสเรื่องสิ่งแวดล้อมและการบริโภคเพื่อสุขภาพมีการตื่นตัวกันเพิ่มมากขึ้น ผู้คนทั่วโลกต่างเสาะแสวงหาสิ่งดำรงชีพที่ปราศจากการปนเปื้อนของสารเคมีและสารพิษต่างๆ ทั้งๆ ที่มนุษย์รู้จักการใช้สมุนไพรป้องกันกำจัดศัตรูพืชมานานแล้ว

แต่สิ่งเหล่านี้กลับถูกมองข้าม ขาดการเผยแพร่ ประกอบกับสารเคมีทางการเกษตรในปัจจุบันหาได้ง่าย ใช้ได้ง่าย และเห็นผลรวดเร็วกว่า แต่เมื่อมีการใช้ในระยะเวลานานๆ ก็จะเริ่มส่งผลเสียออกมาให้เห็น มีทั้งผลกระทบต่อมนุษย์ สัตว์ พืช รวมทั้งสิ่งแวดล้อมด้วย

เป็นสาเหตุให้บรรดาเกษตรกรเริ่มหันมาให้ความสนใจกับการปลูกพืชผักผลไม้ปลอดสารพิษ และหาวิธีการต่างๆ เพื่อที่จะนำมาใช้ทดแทนสารเคมี พืชสมุนไพรจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจที่สุด ซึ่งปัจจุบันภาคธุรกิจได้หันมาผลิตสารสกัดจากสมุนไพรเพื่อใช้สำหรับกำจัดศัตรูพืชออกมาจำหน่ายกันอย่างแพร่หลาย

แต่หากเกิดปัญหาการระบาดของแมลงศัตรูพืชขึ้น การใช้สมุนไพรก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้ปัญหาโรคและแมลงลดลงได้ แถมยังไม่เกิดสารพิษตกค้าง ที่สำคัญยังมีต้นทุนในการดำเนินงานน้อยกว่าสารเคมีอยู่มาก การใช้สมุนไพรไล่แมลงและศัตรูพืชจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย”

สมุนไพรป้องกันกำจัดศัตรูพืช ยังมีข้อดีหลายอย่างคือ มีราคาถูก ปลอดภัยต่อเกษตรกรผู้ใช้ ไม่มีสารพิษตกค้างในผลผลิต จึงปลอดภัยต่อผู้บริโภค รวมทั้งไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ในแปลงพืชผัก ไม่ตกค้างในดินและสภาพแวดล้อม

 

ชนิดของสมุนไพรป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช

สมุนไพรที่มีประสิทธิภาพป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช ได้แก่ หางไหลขาว (โล่ติ๊น) หางไหลแดง (กะเพียด) ยาสูบ (ยาฉุน) เถาบอระเพ็ด สาบเสือ พริกไทย ข่าแก่ ขมิ้นชัน ตะไคร้หอม ตะไคร้แกง ดีปลี พริก โหระพา สะระแน่ กระเทียม กระชาย กะเพรา ใบผกากรอง ใบดาวเรือง ใบมะเขือเทศ ใบคำแสด ใบน้อยหน่า ใบยอ ใบลูกสบู่ต้น ใบลูกเทียนหยด ใบมะระขี้นก เปลือกว่านหางจระเข้ ว่านน้ำ เมล็ดโพธิ์ เมล็ดแตงไทย เปลือกมะม่วงหิมพานต์ ดอกลำโพง ดอกเฟื่องฟ้าสด กลีบดอกชบา ลูกทุเรียนเทศ รากเจตมูลเพลิงแดสมุนไพรไล่แมลง เป็นพืชที่มีส่วนต่างๆ เช่น ใบ ราก เปลือก ดอก ผล ที่มีสารออกฤทธิ์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ในการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช

 

ผลทางตรง จะมีผลกระทบต่อระบบประสาท และระบบหายใจ ทำให้แมลงตายทันที

ผลทางอ้อม จะมีผลต่อระบบอื่นๆ โดยการไปยับยั้งการกินอาหาร การลอกคราบ การเจริญเติบโตของแมลง

การใช้สมุนไพรไล่แมลงหรือกำจัดศัตรูพืชควรใช้ให้เหมาะสม คือ เลือกใช้ส่วนต่างๆ ของพืชสมุนไพรในช่วงเวลาที่เหมาะสม ดังนี้

  • ดอก ควรเก็บในระยะดอกตูมเพิ่งจะบาน
  • ผล ควรเก็บในระยะที่ผลยังไม่สุก เพราะสารต่างๆ ยังไม่ถูกส่งไปเลี้ยงเมล็ด
  • เมล็ด ควรเก็บในระยะที่ผลสุกงอมเต็มที่ ซึ่งจะมีระยะที่เมล็ดแก่เต็มที่ และจะมีสารต่างๆ สะสมอยู่ในปริมาณมาก
  • หัวและราก ควรเก็บในระยะที่เริ่มมีดอก เพราะระยะนี้ต้นพืชจะมีการสะสมสารต่างๆ ไว้ที่ราก และควรเก็บในฤดูหนาวปลายฤดูร้อน เพราะเป็นช่วงที่กระบวนสังเคราะห์แสงหยุดทำงาน
  • เปลือก ควรเก็บก่อนที่จะมีการผลิใบใหม่ และควรเก็บในฤดูร้อนและฤดูฝน

ดังนั้น ก่อนที่จะนำสมุนไพรแต่ละชนิดมาใช้ในการป้องกันกำจัดหรือไล่แมลงศัตรูพืช ควรมีการศึกษาหาข้อมูลให้ดีเสียก่อนว่า จะนำส่วนไหนมาใช้และใช้ในช่วงเวลาใด จึงจะก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันกำจัดแมลง

ไพเรี่ยม ยังช่วยเสริมฤทธิ์ให้กับสารสกัดสมุนไพรที่ใช้ในการกำจัดหนอนใยผัก หนอนกระทู้ผัก หนอนคืบกะหล่ำ หนอนในนาข้าว เช่น แพล้นท์เซฟ MT (สารสกัดหางไหล, หนอนตายอยาก ฯลฯ), มาร์โกซีด (สารสกัดสะเดา) หรือสารสมุนไพรที่ใช้ป้องกันกำจัดเพลี้ยอื่น ๆ เช่น เพลี้ยไฟ เพลี้ยแป้ง เพลี้ยอ่อน เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยจักจั่น คือ โทแบคโค (สารสกัดจากใบยาสูบ) ให้มีพิษหรือประสิทธิดียิ่งขึ้น ทำให้ช่วยคุ้มครองป้องกันพืช ผัก ผลไม้ และข้าว ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีการใช้
ผสมไพเรียม 5-10 ซีซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นต้นพืช ทั้งบนใบและใต้ใบ ให้เปียกชุ่มโชก ช่วงตอนเย็นแดดอ่อน 5-7 วันต่อครั้ง

ข้อแนะนำเพิ่มเติม
– ควรปรับสภาพน้ำด้วย ซิลิสิค แอซิด ในอัตรา 2.5 – 5 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ให้เป็นกรดอ่อน ๆ เพื่อเพิ่มฤทธิ์และลดการทำลายตัวยา (Alkaline Hyerolysis) ของน้ำที่มาทำการฉีดพ่น แล้วจึงผสมไพเรี่ยมลงในถังฉีดพ่นยา
– ควรผสมร่วมกับสารสกัดสมุนไพรอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความเป็นพิษต่อแมลงศัตรูพืชดังกล่าว โดยฉีดพ่นไปพร้อมกันกับปุ๋ยน้ำ ฮอร์โมน หรือสารอื่นที่ต้องการฉีดพ่นเข้าทางใบ และหากต้องการให้สารคงฤทธิ์อยู่ทนควรผสมน้ำสารเคลือบไข ฉีดพ่นไปพร้อมกันด้วย
– ถ้าต้องการใช้ในการป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟ ไรแดง ให้ได้ประสิทธิภาพอย่างเด็ดขาด ให้ใช้ร่วมกับ พริกป่น และน้ำส้มควันไม้หรือน้ำส้มสายชู จะช่วยให้เห็นผลทันใจ

 

 

เขียนและรายงานโดยทีมงานชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

สอบถามเพิ่มเติมที่ 02-9861680-2 หรือผู้เขียน ชลทิศ เนียมพลางค์ (ฝ่ายขายภาคตะวันออก) 092-7744903

Hotline สายด่วน 084-5554205-9 หรือ @thaigreenagro

เสนอติชมได้ที่ Email : thaigreenagro.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *