คุณค่าน่ารู้เกี่ยวกับจุลินทรีย์, ไม้ผล ไม้ยืนต้น

การใช้สารโพลิเมอร์ต้านภัยแล้ง

วันนี้เราจะมาพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องของภัยแล้งที่ตอนนี้ในพื้นที่โซนภาคกลางซึ่งเป็นเขตพื้นที่ของไทยกรีนอะโกรและชมรมเกษตรปลอดสารพิษก็ทราบว่าตอน

นี้ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในการทำเกษตรกรรมเป็นอย่างมากมีพี่น้องชาวไร่ชาวนาจำนวนมาก ตอนนี้แปลงนาข้าวก็กำลังตั้งท้องแต่ปรากฎว่าขาดน้ำก็ทำให้

ได้รับความเสียหายและก็ส่งผลมาถึงรายได้จึงอยากจะนำวิธีการที่จะมาช่วยเหลือผ่อนหนักเป็นเบาเกี่ยวกับเรื่องภัยแล้งต่างๆ การที่จะเอาเรื่องของภัยแล้งมาเป็น

ตัวตั้งนั้นก็ทราบว่าอยากจะเรียนให้เพื่อนๆทุกท่านได้รู้ว่าการทำการเกษตร หัวใจสำคัญ ปัจจัยหลักเลยคือน้ำ เพราะว่าถ้าไม่มีน้ำ ต่อให้ฝีมือดี ความรู้ดี วิชาการดี

ก็ไม่สามารถที่จะประสบความสำเร็จในการทำอาชีพเกษตรกรรมได้ ตอนนี้ในพื้นที่ภาคกลางแม้ว่าจะอยู่ในเขตชลประทาน อาศัยน้ำจากเขื่อนภูมิพล จ.ตาก เขื่อน

สิริกิต จ.อุตรดิตถ์ และเขื่อนเจ้าพระยา ในสิงห์บุรี อ่างทอง จ.ที่อยู่หน้าเขื่อนลงมา ใต้เขื่อนลงมา จะมีหลักการที่ได้เคยเอามานำเสนอนั่นคือเรื่องของการเตรียมส

ระน้ำประจำฟาร์ม เป็นสระน้ำแบบขนาดเล็กๆ เพื่อเอาไว้พี่น้องเกษตรกรที่เวลาช่วงหน้าแล้งจะได้มีน้ำไว้อุปโภค บริโภค แต่เนื่องด้วยว่าสถานการณ์ปัจจุบันนั้นมี

การใช้น้ำใต้ดินในปริมาณมหาศาลมีงบประมาณในการให้ไปขุดเจาะบ่อบาดาลทั่วทั้งประเทศ ใช้งบเป็นหมื่นล้านบาท ปรากฎว่าขุดลงไปแล้วเจอประสบปัญหานา

นาชนิด ไม่ว่าจะเป็นสูบน้ำลงไปไม่เจอน้ำแต่งบประมาณได้ถูกใช้แล้ว ขาดประสิทธิภาพ ทำให้การทำสระน้ำของเกษตรกรนั้นได้รับผลกระทบ บ่อที่เคยกักเก็บน้ำ

ดีเนื่องด้วยปริมาณน้ำใต้ดินหรือน้ำบาดาลนั้นมีแรงดัน มีความชื้น อย่างสมดุลกัน พอน้ำใต้ดินหรือน้ำบาดาลถูกสูบขึ้นมาใช้อย่างมากมายมหาศาลทำให้สระน้ำที่

เคยกักเก็บน้ำได้ดีแม้ว่าจะอยู่พื้นที่ที่เหมาะสมมีน้ำตลอดปีเดี๋ยวนี้ไม่มี จึงเป็นที่มาว่าเราเคยเผยแพร่เรื่องของการใช้สารอุดบ่อที่ใช้สารอุดบ่อ 2 กิโลกรัม กับ สเม็ค

ไทต์ 100 กิโลกรัมเตรียมพื้นบ่อ เพื่อนๆสามารถไปดูวิดีโอย้อนหลังได้ที่ THAIGREENAGRO CHANNAL ทางช่องยูทูปได้ ลักษณะการทำงานของเขานั้นไม่

ได้เน้นในเชิงอุตสาหกรรม ต้นทุนต่อไร่เพียงแค่ 1,500 บาท ถ้าต้องการหวังผลแบบเชิงวิทยาศาสตร์ หรือเป็นอุตสาหกรรมเปะๆ ว่าใช้แล้วต้องเหมือนแผ่นพลาสติก

PE มีต้นทุนเป็นแสนๆ หรือเป็นล้านๆ คงจะไม่เหมือนกัน อันนี้หลักการคือเราไปทำให้ดินพื้นบ่อนั้นมีสภาพที่เหนียวหนึบมากขึ้น และก็จะแตกต่างจากแผ่นพลาสติก

PE เวลาเราไปปูที่พื้นระบบนิเวศใต้ดินและบนดินจะถูกตัดขาด แต่ตัวสารอุดบ่อกับสเม็คไทต์ จะทำให้ดินนั้นมีสภาพที่เหนียวกักเก็บน้ำได้ดี สารอุ้มน้ำโพลิเมอร์ เป็น

กลุ่มของคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านเทคโนโลยีในการบีบอัด ให้สามารถเก็บโมเลกุลเป็นเกร็ดแห้งๆเหมือนเกลือแต่จะมีลักษณะน้ำหนักที่เบากว่าแต่ปริมาตร 1 ส่วนเมื่อเอา

มาแช่น้ำจะสามารถดูดน้ำเข้ามาไว้ตัวของเขาเองมากถึง 200-400 เท่า สารอุ้มน้ำ โพลีเมอร์ของ THAIGREENAGRO เรานำเข้าจาก สหรัฐอเมริกาเป็นตัวที่เอา

มาใช้ในการเพาะกล้าไม้ เอามาผสมสีใส่ในขวดแก้ว ขวดโหล สีส้ม สีฟ้า เมื่อเอาไปปลูกไม้น้ำ พลูด่าง ไม้ประดับต่างๆ ในสมัยก่อนเวลาเราปลูกกฤษณา ปลูกสัก

ทอง ปลูกปาล์มยาง เขาก็ใช้โพลีเมอร์รองก้นหลุม บางทีปลูกป่าเป็น 100 ไร่ 1,000 ไร่ จะเอาไปอุ้มแช่น้ำในถังก็ไม่สะดวกจะใช้สารอุ้มน้ำโพลีเมอร์ตัก 1 ช้อนชา

ต่อ 1 หลุม แต่จะปลูกไม้ป่าเหล่านี้ช่วงต้นฝน คือรองก้นหลุมแบบแห้งเอาไว้และใส่ต้นกล้ารอให้ฝนตก พอฝนตกสารอุ้มน้ำโพลีเมอร์เหล่านี้ก็จะดูดซับน้ำเอามา

อุ้มอยู่ในตัวได้ 200 เท่า หมายความว่าถ้าใครไปเผลอกัน เด็กๆไปกิน 1 ช้อนแกง พุงอาจจะแตกตายได้เพราะมันจะบวม 200-400 เท่า น้ำ 200 ลิตรถ้าใส่สารอุ้ม

น้ำโพลีเมอร์ 1 กิโลกรัม หรือ 1 ลิตร จะบวมได้เต็มถัง 200 ลิตร เพราะฉะนั้น สารอุ้มน้ำ โพลีเมอร์เหล่านี้มีประโยชน์มาก ในการเอามาปลูกแตงกวา มะระ บวบ ฟัก

ทอง รวมถึงพืชไร่ ไม้ผล ไม้ยืนต้น ทำให้เราไม่ต้องรดน้ำบ่อย อาจจะรดน้ำอาทิตย์ละครั้ง ครึ่งเดือนครั้ง หรือเดือนละครั้ง ในการรดน้ำ คือต้องสอดคล้องสัมพันธ์กับ

ต้นไม้ ต้นไม้ใหญ่ ต้นไม้ขนาดกลาง ต้นไม้ขนาดเล็ก ก็ดูดและคลายน้ำ ไม่เหมือนกัน จะช่วยประหยัดเวลาในการรดน้ำได้เป็นอย่างดี สารอุ้มน้ำโพลีเมอร์สมัยก่อนเรา

เคยนำไปหว่านตอนเตรียมเทือก ส่วนข้าวที่แล้งระยะ 2-3 เดือน อาจจะหว่านไปถึงโคนต้นนั้นลำบากหน่อยครับ หากเกษตรกรท่านใดสนใจสามารถสอบถามข้อมูล

เพิ่มเติมได้ที่บริษัทไทยกรีนอะโกรหรือชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

 

 

มนตรี  บุญจรัส

ชมรมเกษตรปอลดสารพิษ www.thaigreenagro.com