ปลา

การเลี้ยงบำรุงปลาดุกด้วยบาซิลัส MT

เป็นจุลินทรีย์ที่กำเนิดในประเทศไทย จึงมีความเหมาะสมและทนต่อสภาพวะและสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย และยังเป็นจุลินทรีย์ที่สร้างสปอร์ภายในตัวเองได้ด้วย เมื่อใช้เทคโนโลยีการเก็บรักษาเชื้อในรูปของผงสปอร์แห้งจึงเก็บเชื้อไว้ได้นาน บาซิลัสซับธิลิส นี้จะเน้นประสิทธิภาพในเรื่องของการย่อยสลายเป็นสำคัญ ช่วยขจัดขี้เลนที่พื้นบ่อ ลดก๊าซไนไตรท์ แอมโมเนีย และ ก๊าซไฮโดรเยนซัลไฟด์ ช่วยให้พื้นบ่อสะอาด กุ้งลอกคราบได้ดี ไม่เป็นโรคหนวดกุด หางแหว่ง ที่พื้นบ่อไม่เรืองแสง ช่วยทำให้กุ้งโตไว

บาซิลลัส MT ช่วยย่อยสลายทั้งสารอินทรีย์ทั้งที่แขวนลอยอยู่ในน้ำและตกตะกอนอยู่ให้ย่อยสลายไปได้อย่างรวดเร็ว ลดความหนืดของน้ำ ลดปริมาณเลนในบ่อ จุลินทรีย์จะเจริญขยายจำนวนแย่งอาหารของเชื้อโรคในบ่อ คุมสีน้ำไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับแพลัน ลดปัญหาน้ำดรอป กุ้งเครียด กุ้งเกาะขอบบ่อ หมดปัญหาโรคซูโอแทมเนียม ช่วยควบคุมพีเอชของน้ำมิให้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

หมายเหตุ :

– จุลินทรีย์ บาซิลลัส MT จะทำงานและออกฤทธิ์ในความเค็ม 0 – 43 ppt อุณหภูมิ 15 – 45 องศาเซลเซียส ช่วงพีเอช 5.5 – 9.5

– ควรเก็บในที่ร่มและเย็น อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่โดนแสงแดด และความร้อนนานเกินไป

– หากนำไปผสมน้ำอุ่น ก่อนสาดจะช่วยให้เชื้อแตกตัวได้ดีและเร็วยิ่งขึ้น

– ถ้าจะใช้ บาซิลัส ซับธิลิส MT ให้ได้ประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ให้ใช้ควบคู่กับ สเม็คไทต์ หรือ ไคลน็อพติโลไลท์

ปัจจุบันนี้ พบว่า ปลาดุกมีขายอยู่ตามท้องตลาดทั่วไปและมีราคาสูง เนื่องจากความนิยมของประชาชนและค่านิยมในการเลี้ยงได้ลดน้อยลง แต่การเลี้ยงสามารถเลี้ยงได้ง่าย โตเร็ว และอดทนต่อสภาพแวดล้อมจึงทำให้มีผู้ที่สนใจในการเลี้ยงมากขึ้นในปัจจุบัน การเลี้ยงปลาดุกในปัจจุบันปลาดุกที่นิยมเลี้ยงกันมากคือ ปลาดุกลูกผสมหรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “บิ๊กอุย”ซึ่งเป็นลูกผสมระหว่างปลาดุกอุยกับปลาดุกรัสเซีย(ดุกยักษ์ หรือดุกเทศ) ซึ่งปลาดุกลูกผสมนี้จะเลี้ยงง่ายโตเร็วและต้านทานโรคได้ดี

วิธีการเลี้ยงและการให้อาหาร

บ่อเลี้ยงปลาดุกควรพิจารณาเป็นพิเศษ แตกต่างจากการเลี้ยงปลาชนิดอื่น ทั้งนี้ทั้งนั้น เนื่องจากปลาดุกมีนิสัยชอบหนีออกจากบ่อเลี้ยง โดยเฉพาะขณะที่ฝนตกน้ำไหลลงในบ่อ ปลาจะว่ายทวนน้ำออกไป การป้องกันโดยการล้อมขอบบ่อด้วยตาข่ายไนล่อนก่อน ซึ่งให้มีความสูงประมาณ 50 ซม. อัตราการปล่อยในเนื้อที่ 1 ตารางเมตร ควรปล่อยปลาประมาณ 60 ตัว สำหรับบ่อปลาที่มีการถ่ายเทน้ำได้สะดวก จะเพิ่มจำนวนปลาให้มากกว่านี้เล็กน้อยก็ได้ แต่ไม่ควรปล่อยปลาให้แน่นจนเกินไป เพราะจะทำให้ปลาโตช้าและทำอันตรายกันเอง

อาหาร

ปลาดุกเป็นปลาที่มีนิสัยการกินอาหารได้ทั้งเนื้อและพืช ซึ่งพอจะแบ่งได้ดังนี้ 1. อาหารจำพวกเนื้อ ได้แก่ เนื้อปลา เนื้อสัตว์ต่างๆ ที่เหมาะสมตามที่จะหาได้ หรือเครื่องในสัตว์ตลอดจนเลือดสัตว์ และพวกแมลง เช่น ปลวก หนอน ไส้เดือนฯลฯ 2. อาหารจำพวกพืชผัก ได้แก่ รำข้าว ปลายข้าว กากถั่ว กากมัน แป้ง ข้าวโพด และผักต่างๆ เพื่อเป็นการเพิ่มอาหาร อาจให้มูลสัตว์ เช่น มูลไก่ มูลหมู มูลสัตว์เหล่านี้จะเป็นอาหารทั้งทางตรงและทางอ้อมแก่ปลาดุกได้เป็นอย่างดี โดยทั่วไปแล้วปลาดุกชอบกินอาหารประเภทเนื้อสัตว์ มากกว่าอาหารประเภทพืช แต่การให้อาหารประเภทเนื้อสัตว์เพียงอย่างเดียว จะทำให้ปลาเจริญเติบโตไม่ได้สัดส่วน เช่น อาจทำให้ตัวอ้วนสั้น มีไขมันมากเกินไป ดังนั้น เพื่อให้ปลาโตได้สัดส่วนมีน้ำหนักดี ควรให้อาหารประเภทเนื้อในอัตรา 30-50 % ของอาหารประเภทพืช บริเวณที่ให้อาหารในแต่ละครั้งควรให้อาหารในที่เดียวกัน และควรให้อาหารเป็นเวลา เพื่อฝึกให้ปลารู้เวลาและกินอาหารเป็นที่ ปริมาณการให้อาหารควรให้อาหาร 5 % ของน้ำหนักตัวต่อวัน ปัจจุบันการเลี้ยงปลาดุกจะใช้อาหารสำเร็จรูปและจะเสริมพวกอาหารสด เพื่อเป็นการลดต้นทุนค่าอาหาร และทำให้ปลาโตเร็ว แต่ข้อเสียของการให้อาหารสดคือ จะทำให้น้ำเสียได้ง่าย ดังนั้นควรมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำบ่อยๆ ประมาณเดือนละ 1-2 ครั้ง

วิธีการเตรียมบ่อ

1. บ่อใหม่ ปกติแล้วดินจะมีสภาพเป็นกรดอ่อนๆ หรืออาจมีสภาพเป็นกรดสูง ขึ้นอยู่กับลักษณะท้องที่ ฉนั้นควรใส่ปูนขาวในอัตรา 1 กก. ต่อพื้นที่ 10-25 ตารางเมตร โดยสาดปูนขาวให้ทั่วบ่อแล้วตากบ่อไว้ประมาณ 7-10 วัน จึงสูบน้ำเข้าบ่อตามระดับที่ต้องการ แต่ควรมีระดับน้ำลึกประมาณ 50 ซม. แล้วจึงปล่อยปลาลงเลี้ยง 2. บ่อเก่า สำหรับบ่อเก่าควรสูบน้ำให้แห้งแล้วตากบ่อประมาณ 10-15 วัน พร้อมทั้งโรยปูนขาวให้ทั่วบ่อ ในอัตราส่วนปูนขาว 1 กก. ต่อพื้นที่ 10 ตารางเมตร เพื่อให้แสงแดดทำลายเชื้อโรคต่างๆ ที่มีอยู่เดิม เมื่อเลี้ยงปลาดุกได้ประมาณ 3-4 รุ่น ควรลอกเลนและทำคันบ่อใหม่ เนื่องจากบ่ออาจตื้นเขินและขอบดินอาจเป็นรูหรือโพรง ทำให้บ่อเก็บกักน้ำไม่อยู่ใช้บาซิลลัส MT อัตรา 0.5 – 1 กิโลกรัม/ ไร่ ความลึก 1.20 – 2.00 เมตร ทุก ๆ 7 – 10 วัน โดยนำไปผสมน้ำแล้วสาดให้ทั่วบ่อ

เขียนและรายงานโดยทีมงานชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

สอบถามเพิ่มเติมที่ 02-9861680-2 หรือผู้เขียน ชลทิศ เนียมพลางค์ (ฝ่ายขายภาคตะวันออก) 092-7744903

Hotline สายด่วน 084-5554205-9 หรือ @thaigreenagro

เสนอติชมได้ที่ Email : thaigreenagro.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *