สารพันเห็ด, เห็ดโคน

การเพาะเห็ดโคนน้อย

fiogf49gjkf0d

สวัสดีครับเกษตรกรวันนี้ชมรมมีวิธีการเพาะเห็ดแบบง่ายของเห็ดอีก1
ชนิดมาฝากกัน วันนี้ที่จะนำเสนอก็คือ เห็ดโคนน้อยนั่นเอง เห็ดโคนน้อย
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า โคไพรนัส ไฟมิทาเรียส (
Coprinus
fimetarrius) จัดอยู่ใน ตระกูลเห็ด (Basidiomycetes ในประเทศไทยมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป มีชื่อเรียกตามวัสดุเพาะ เช่น
เห็ดถั่ว เห็ดถั่วเหลืองหรือ เห็ดถั่วเน่า เห็ดโคนน้อย เห็ดโคนบ้าน
เห็ดโคนขาว(ภาคเหนือ) เห็ดคราม เห็ดปลวกน้อย
(ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)เห็ดโคนเพาะ เห็ดโคนน้อย เห็ดหมึก(ภาคกลาง)
เป็นเห็ดที่ขึ้นง่าย
เห็ดชนิดนี้นมีคุณค่าทางอาหารสูงแล้วยังพบว่ามีสรรพคุณทางสมุนไพร
ช่วยในการย่อยอาหารและลดเสมหะ

          สามารถที่จะใช้วัสดุเพาะอื่นๆเพาะได้อีกมากไม่ว่าจะเป็นต้นและใบถั่วต่างๆ
ต้นข้าวโพด ทะลายปาล์มน้ำมัน ผักตบชวา ต้นและใบกล้วย ซึ่งสามารถที่จะนำมาเป็นวัสดุเพาะได้ทั้งสิ้น
ล้วนแล้วแต่เป็นวัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น
ปัญหาที่สำคัญอย่างหนึ่งของการเพาะ เห็ดโคนน้อยคือการสลายตัวง่ายของดอกเห็ด 
เนื่องจากเป็นเห็ดที่มีวงจรชีวิตสั้นมากไม่เกิน
36
ชั่วโมง
แต่ส่วนใหญ่ที่พบคือประมาณ
24 ชั่วโมงเท่านั้น โดยตอนเช้าจะมีขนาดเล็กและจะโตขึ้นในช่วงบ่าย
ซึ่งจะต้องรีบเก็บ หากปล่อยทิ้งไว้ ดอกเห็ดจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและสูงชะลูดขึ้น หมวกดอกจะบางและเปลี่ยนเป็นสีดำและสลายตัว
เป็นที่มาของชื่อเห็ดหมึกซึ่งไม่สามารถนำมาบริโภค จึงมีระยะเวลาในการให้ผลผลิตค่อนข้างสั้น
นอกจากจะทำการลวกให้สุกเสียก่อนก็พอที่จะสามารถเก็บได้นานขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากเห็ดโคนน้อยมีการเจริญเติบโตเร็ว
ส่วนของครีบจะสลายกลายเป็นของเหลวสีดำคล้ายหมึกเป็นผลมาจากการย่อยตัวเอง

(autolysis) อย่างไรก็ตามในต่างประเทศ
ได้มีการนำของเหลวจากการสลายตัวนี้มาใช้ประโยชน์ได้เช่นทำน้ำหมึกเพื่อทำต้น ฉบับเอกสารพิเศษเพื่อป้องกันการปลอมแปลง



fiogf49gjkf0d

ขั้นตอนการเพาะ

ขั้นตอนการเพาะ

สูตรอาหารสำหรับ
100 ตะกร้า

 – ฟางแห้ง   
   100 ฟ่อน
    –
หรือใช้ฟางโม่   150 กก    น้ำ   400   ลิตร
                                                                        

 รำละเอียด 2 กก.   ปุ๋ยยูเรีย สูตร 46-0-0  2 กก.    – ปุ๋ยแคลเซียมไนเตรท สูตร 15-0-
0   4 กก. 
  – กากน้ำตาล 2 กก.

วิธีการปฏิบัติ

 วันที่ 1
 (วันแรกที่เริ่มปฏิบัติ ไม่ใช่วันในปฏิทิน)

1. ต้มน้ำ ประมาณ 150
ลิตร ในถัง(ถังน้ำมัน 200 ลิตรที่ผ่า 3ใน4) เติมรำละเอียด 1กก.
กากน้ำตาล
1 กก.  ปุ๋ยแคลเซียมไนเตรทสูตร
15-0-0  2 กก.  ปุ๋ยยูเรีย 1
กก. ต้มน้ำจนเดือดเป็นไอขึ้นมา

2. นำฟางแห้งลงต้มหรือลวกจนกระทั่งฟางนิ่ม
แล้วตักขึ้นนำไปกองไว้

3. นำพลาสติกมาคลุมกองฟางที่ลวกแล้ว
(คลุมให้มิดชิด) บ่มทิ้งไว้
1 คืน

วันที่

1.นำ เชื้อเห็ดมายีให้ร่วน (ขยี้เบา ๆ ) นำมาคลุกกับอาหารเสริม (แป้งข้าวเหนียวผสมรำละเอียดอัตราส่วน 1:1ส่วน)
ใช้อัตรา
1 กำมือต่อหัวเชื้อเห็ด 1 ถุง

2. วางตะกร้าพลาสติกสำหรับเพาะเห็ดที่เตรียมไว้วางบนพื้นที่สะอาด( แต่ต้องปูพลาสติกหรือกระสอบฟางรองพื้นก่อน)

3. นำตะกร้าที่ตัดก้นออกสวมลงในตะกร้าเพาะอีกชั้นเพื่อทำเป็นแบบพิมพ์

4.นำฟางที่ลวกแล้วที่เตรียมในวันที่ 1ใส่ลงในตะกร้าเพาะเป็นชั้น
ๆ ดังนี้

 
 4.1  ชั้นที่ 1   ใส่ฟางลงในตะกร้าหนาประมาณ
3-5 เซนติเมตรใช้มือกดให้แน่น โรยเชื้อเห็ดที่
เตรียมไว้ให้ทั่วผิวหน้าฟาง

   
4.2 ชั้นที่ 2 ใส่ฟางหนาประมาณ 5-10 เซนติเมตรใช้มือกดให้แน่น โรยเชื้อเห็ด
เฉพาะบริเวณริมขอบชิดข้างตะกร้าเพาะโดยรอบ

   
4.3 ชั้นที่ 3 และชั้นที่ 4 ปฏิบัติเหมือนเช่นชั้นที่ 2

   
4.4 ชั้นที่ 5  โรยเชื้อเห็ดให้ทั่วผิวหน้าฟางแล้วทับด้วยฟางหน้าประมาณ
 3-5 เซนติเมตร

   
4.5ใช้เท้าเหยียบกดก้อนฟางเบาๆเพื่อดึงตะกร้าแบบพิมพ์ออก
แล้วจัดก้อนฟางให้เรียบร้อย

   
4.6 นำตะกร้าวัสดุเพาะที่เสร็จแล้วมาวางรวมกันไว้ ทำจนครบ 100
ตะกร้าแล้วค่อยนำเข้าไปแขวนบ่มโรงเรือน

   
4.7  ก่อนนำตะกร้าเพาะไปเข้าโรงเรือนให้รดน้ำก่อนด้วยน้ำปุ๋ยที่เย็นแล้ว
หรือ น้ำเปล่าใส่บัวรดน้ำโดยรดผ่านๆไปมาพอเปียก)
 

   
4.8 นำตะกร้าวัสดุเพาะเข้าแขวนหรือวางเรียงในโรงเรือน
โดยก่อนย้ายเข้าให้พ่นน้ำในโรงเรือนให้ มีความชื้นเสียก่อน

   
 4.9  นับจากวันแรกที่ย้ายวัสดุเพาะเข้าโรงเรือนจนครบ 5
วัน ให้รักษาอุณหภูมิใน  โรงเรือนให้ได้ประมาณ
  35-38   องศาเซลเซียส
และรักษาความชื้นให้ได้
80 % โดยปิดพลาสติกโรงเรือนให้มิดชิด

   
  4.10  เห็ดโคนน้อยจะเริ่มออกดอกเห็ดให้เก็บผลผลิตได้ประมาณวันที่
5-6 หลังจากที่นำตะกร้าวัสดุเพาะไปบ่มไว้ในโรงเรือน
และจะทยอยเก็บดอกเห็ดได้ติดต่อกันทุกวัน เป็นเวลาประมาณ
   10-15 วันปริมาณผลผลิตต่อตะกร้าวัสดุเพาะประมาณ
1 กิโลกรัม
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศว่าเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของดอกเห็ดแต่
ละครั้งในการเพาะ

การดูแลและทำความสะอาดดอกเห็ดหลังเก็บเกี่ยว

 ดอกเห็ดที่ได้รับการเก็บ
เกี่ยวแล้ว
ยังจะเจริญเติบโตต่อเนื่องอย่างรวดเร็วหากเก็บไว้ในที่มีอุณหภูมิสูงจะทำให้
ดอกเห็ดไม่มีคุณภาพน้ำหนักเบา บานง่าย ดังนั้นการเก็บเกี่ยวเห็ดโคนน้อย
ไม่ควรเก็บใส่ในภาชนะที่ทึบและอับไม่ควรใส่เข้าไปในภาชนะให้มีปริมาณมากจน
เกินไปมักจะนิยมใช้ตะกร้าโปร่งที่สามารถใส่ดอกเห็ดได้ประมาณ
4-5 กก. เมื่อทำการเก็บเกี่ยวเรียบร้อยแล้วควรรีบนำไปตัดแต่ง
ทำความสะอาดแล้วนำไปจำหน่ายโดยเร็ว หากปล่อยทิ้งไว้
ดอกเห็ดจะบานและกลายเป็นสีดำอย่างรวดเร็วเนื่องจากเห็ดมีการสลายตัว
แต่ถ้าต้องการยืดอายุในการเก็บรักษา ควรเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิ
8-10 องศาเซลเซียส สามารถเก็บในรูปเห็ดสดได้นานข้ามวัน

 

เขียนและรายงานโดย : คุณคมกริช 
คบบัณฑิตย์ (นักวิชาการชมรมฯ)

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com

วันที่ 19 มิถุนายน 2555 เสนอแนะติชม
thaigreenagro@gmail.com