หินแร่ภูเขาไฟ, โรคและศัตรูพืชผักพืชไร่, พืชไร่, พืชผักพืชไร่อื่นๆ, พืชผักกินดอกและผล, พืชผัก-พืชไร่

การเตรียมหลุมอย่างประณีต เพื่อประสิทธิภาพของต้นกล้าและผลผลิตในระยะยาว

หลายคนอาจจะสงสัยว่ากับแค่เรื่องการเตรียมหลุมปลูก จะต้องใส่ใจให้ความสำคัญมากมายกันขนาดนั้นเชียวรึ! แค่นำจอบไปขุด ๆ สับ ๆ แล้วก็นำต้นกล้าลงไปวางปลูกก็น่าจะได้แล้ว ไม่เห็นจะต้องเสียเวลายุ่งยากให้ลำบากอะไรเลย

ก็อาจจะจริงส่วนหนึ่งนะครับ สำหรับผู้ที่ทำเกษตรแบบง่าย ปลูกกินกันเองไม่กี่คนในครอบครัว จะปลูกอย่างไรก็ได้ ถึงต้นกล้าจะตายเสียหาย ก็หาซื้อใหม่ ไม่ได้ซีเรียสอะไร

แต่ถ้าประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพ ปลูกที่เป็นร้อยเป็นพันต้น ผมคิดว่าน่าจะลองกลับมาคิดกันสักหน่อย เพราะมูลค่าต้นกล้า ค่าแรงงาน การรดน้ำ ใส่ปุ๋ย ล้วนมีต้นทุนที่ต้องคิดทุกกระเบียดนิ้วและยิ่งถ้าปลูกลงไปในพื้นที่ดินทราย ดินแข็ง ดินดาน ดินเลว ดินที่ไม่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของพืชขณะลำต้นเล็กๆ ด้วยแล้ว ควรจะต้องเตรียมหลุมอย่างประณีตครับ

แนวทางของชมรมเกษตรปลอดสารพิษคือเน้นให้ขนาดของหลุมมีขนาดกว้าง ๆ สร้างพื้นที่หากินให้แก่รากพืชได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเอื้อต่อความสะดวกบวกกำลังของเกษตรกรที่สามารถจะทำได้ แต่ไม่ควรจะน้อยกว่าความลึก ความกว้าง ความยาวคือ 50 x 50 x 50 นะครับ โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกที่เป็นดินเลว ขาดแคลนความอุดมสมบูรณ์

การจัดเตรียมหลุมคือเมื่อขุดหลุมให้ทำการแยกดินออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกหน้าดินหรือผิวดินด้านบน เมื่อขุดลงไปแล้วให้นำไปกองไว้อีกด้านหนึ่งของหลุม ส่วนด้านที่สองซึ่งเป็นดินชั้นล่างให้กอบโกยนำไปกองไว้อีกด้านหนึ่งแยกกันให้ชัดเจน เพราะดินทั้งสองชนิดนี้มีความแตกต่างกัน ดินด้านบนจะมีความอุดมสมบูรณ์มากกว่า เพราะมีอินทรียวัตถุและมีกิจกรรมของจุลินทรีย์ทำหน้าที่ย่อยสลายให้กลายเป็นอาหารพร้อมสำหรับการนำไปใช้ดูดกินของพืช

หลังจากขุดหลุมได้ระดับความลึกที่ต้องการแล้ว ให้นำดินชั้นบนสุด นำไปใส่ไว้ด้านล่างสุดนะครับ เพื่อเป็นแหล่งอาหารสำรอง ขั้นตอนที่สองใส่ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกโรยลงไปให้หนาประมาณหนึ่งหรือสองนิ้วเป็นอย่างน้อย ชั้นที่สามให้ใส่กลุ่มหินแร่ภูเขาไฟพวกภูไมท์, ภูไมท์ซัลเฟต, พูมิช, พูมิชซัลเฟอร์ ฯลฯ ประมาณ 2-3 กำมือ เพื่อเตรียมความพร้อมของแร่ธาตุที่อยู่ในลาวาหรือเนื้อของหินแร่ภูเขาไฟ ชั้นที่สี่ นำปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ 15-15-15 ในอัตรา หนึ่งหรือสองช้อนแกง ชั้นที่ห้าให้นำสารอุ้มน้ำโพลิเมอร์ในอัตรา 1-2 ลิตรแล้วจึงนำต้นกล้าฉีกถุงดำหรือใช้นิ้วหรือไม้ดันดินก้นกระถางให้เหลือเฉพาะตุ้มดินนำไปวางบนสารอุ้มน้ำโพลิเมอร์แล้วทำการกลบทำด้วยดิ้นชั้นล่างสุดที่ขุดไว้ตอนแรกเป็นชั้นที่หก

เสร็จสิ้นขั้นตอนการปลูกหลังจากพืชฟื้นตัวประมาณหนึ่งสัปดาห์รากก็จะเริ่มดูดกินอาหารซึ่งมีความชื้นจากโพลิเมอร์คอยโอบอุ้ม ได้รับอาหารสำเร็จรูปจากปุ๋ยสูตรเสมอในทันทีไม่ขาดตอนในชั้นที่ห้า และกินต่อไปในชั้นที่สี่คือหินแร่ภูเขาไฟซึ่งจะค่อยๆ ย่อยสลายปลดปล่อยแร่ธาตุจากตัวเองออกมา และรากเจริญต่อไปกินปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกและหน้าดินชั้นล่างสุด สอดคล้องกับอายุการเจริญเติบโตที่เพิ่มขึ้น ข้อดีคือมีอาหารที่เพียงพอและต่อเนื่อง ทำให้สภาพต้นกล้าสมบูรณ์ตั้งแต่ยังเล็กไปจนถึงช่วงโตเข้าสู่ระยะการเก็บเกี่ยวทำให้เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย จากการที่เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่งนั่นเองนะครับ

 

 

 

 

 

มนตรี บุญจรัส ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com