0

Your Cart

No products in the cart.
Thaigreenagro

ปรับแต่งรสชาติมะม่วงให้หวานมันก่อนเก็บเกี่ยว

วันนี้พูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องของการดูแลคุณภาพของผลมะม่วงให้มีรสชาติ ตรงกับความต้องการของตลาด ถ้าเป็นมะม่วงที่ต้องรับประทานผลสุกก็ควรที่จะต้องพิถีพิ

ถันต้องดูแล บริหารจัดการทำให้รสชาตินั้นตรงกับความต้องการของตลาด เราพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องผลมะม่วง หลังจากที่เราดูแล บำรุง หลังจากการเก็บเกี่ยวหรือ

มะม่วงสาวที่ดูแลบำรุงได้อย่างดีแล้ว ตั้งแต่ กิ่ง ก้าน ใบ บำรุงจนมีความอุดมสมบูรณ์ เลี้ยงใบอ่อน เลี้ยงใบเพสลาด จนแก่และมีช่อปริ่มมาที่ยอด และทำการเปิดตา

ดอก เมื่อเปิดตาดอกและบำรุงดอกให้มีการผสมเกสร การติดที่ดีได้อย่างไร ช่วงระยะช่อดอก จะมีพวกเชื้อรา พวกโรคแมลงศัตรูพืชอย่างเช่นพวกเพลี้ยไฟ ไรแดง

เราเน้นมาในเรื่องของดอกและผล ทำยังไงให้ผลเขามีคุณภาพและใหญ่ วันนี้ผลใหญ่แล้ว รสชาติเป็นอย่างไร เราจะมาดูกันว่าการจะทำให้รสชาติมะม่วงนั้นสมบูรณ์

จะมีเทคนิควิธีการอย่างไรมะม่วงนั้นคล้ายกับพวกมะยมชิด พวกส้มเขียวหวาน ส้มสายน้ำผึ้ง ส้มโชกุน คล้ายกับแก้วมังกร หรือคล้ายกับผลไม้ที่รับประทานสุกแล้ว

ต้องการให้เขามีรสชาติที่ หอม หวาน อร่อย วันนี้มาดูว่าการที่จะดูแลบำรุงรักษาให้ผลของมะม่วงนั้นมีทั้งรสชาติที่หอม หวาน อร่อย เราจะต้องดูแล เทคแคร์ผลเหล่า

นี้อย่างไร เรานั้นพูดถึงปุ๋ยไนโตรเจน ในห้วงช่วงที่บำรุงผลอ่อนเท่าหัวไม้ขีดไฟ บางทีก็บำรุงมาจนระยะที่ผลมีขนาดเท่าไข่ไก่หรือมีผลเมล็ดอยู่ด้านในที่เรียกว่าเข้า

ไคล เข้าไคลคือเมล็ดเริ่มกลางอ่อนกลางแก่แต่ยังไม่มีเปลือกหุ้มด้านในที่แข็งแรงเราให้ใช้ตัว แคลเซียมโบรอนในการที่จะยืดผิวเซลล์ การแบ่งเซลล์ของช่อมะม่วง

ให้มันใหญ่และไม่มีผลกระทบในเรื่องของการทำให้ผลมะม่วงนั้นแตกก่อนที่จะนำไปเก็บขาย ผลข้างเคียงคือตัวไนโตรเจนที่มากับมูลสัตว์หรือปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก ตัวนี้

ถ้าเหลือมากเกินไปจนมาสู่ระยะที่เป็นผลแก่ ใกล้ที่จะเก็บเกี่ยว มีผลทำให้ ผลข้างเคียงระดับแรกคือจะทำให้ผลของมะม่วงนั้นมีความเป็นหนุ่มเป็นสาวยาวนาน ถ้า

เราไม่บริหารจัดการให้ดีๆ ปล่อยให้มีคัวไนโตรเจนสะสม ตกค้างในกิ่ง ก้าน ใบมากเกินไป ระยะเวลาการเก็บเกี่ยวผลผลิตก็จะยาว หรือ ยืด ออกไป เทคนิคนี้ความจริง

แล้วเราสามารถที่จะประยุกต์ใช้ในการที่มะม่วงนั้นมี ราคาถูก เราต้องการยืดระยะเวลาการเก็บเกี่ยวออกไปสัก 2 อาทิตย์หรือ 1 เดือน เน้นในเรื่องของการเลี้ยงให้

ผลของเขามีความเป็นหนุ่มเป็นสาว ในการใช้ตัวไนโตรเจน หรือ กลุ่มของพวกกรดอะมิโน ที่สามารถที่จะนำเอามาใช้ในเชิงเทคนิคได้เช่นเดียวกัน แต่ถ้าช่วงเวลาที่

เหมาะเจาะ พอเหมาะ พอดี กับราคาผลผลิตในท้องตลาดที่ราคาดี เราต้องการที่จะให้ผลผลิตมะม่วงนั้นมีระยะเวลาการเก็บเกี่ยว ตรงเวลา การทิ้งให้มีตัวไนโตรเจน

จากการทำให้ผลเขามีการเจริญเติบโตเป็นผลใหญ่ หลักการต่างๆเหล่านี้มาจากพื้นฐานที่ทางชมรมเกษตรปลอดสารพิษ หรือ บริษัทไทยกรีนอะโกรของเรานั้น เรา

ใช้องค์ความรู้ ใช้ประสบการณ์ว่า ยุคโบราณ ยุคไดโนเสาร์ เต่าล้านปี มานั่งบอกนั่งสอนว่าปุ๋ยตัวหน้าบำรุงกิ่งก้านใบ ตัวกลางเร่งดอก ตัวท้ายเร่งผล มันเชยและก็ล้า

สมัยมากๆ เราเชื่อในประสบการณ์ องค์ความรู้ และหลักการว่ามะม่วงนั้นหรือพืชไร่ไม้ผลทุกชนิด เขาต้องการกินอาหารที่ครบ 5 หมู่ อยู่เสมอ ครบ 5 หมู่ ของมะม่วง

หรือพืชไร่ไม้ผลต่างๆ นั้นคือมีทั้งธาตุหลักก็คือ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ธาตุรองคือ แคลเซียม แมกนีเซียม กัมมะถัน ธาตุเสริมคือ เหล็ก ทองแดง แมง

กานีส สังกะสี โบรอน โบริดินัม นิกเกิล ไทเทเนียม คาร์บอนไดออกไซด์ อ็อกซิเจน เพียงแต่ว่าเราต้องจัด ratio อัตราส่วนให้เหมาะสม เช่นช่วงปลูกใหม่ๆ หรือ บำรุง

ตัดแต่งกิ่งใหม่ๆก็อาจจะใช้เป็นตัวหน้าซึ่งมีองค์ประกอบของไนโตรเจนนั้นสูงมากกว่าตัวกลางและตัวท้าย ตัวกลางถ้าเพื่อนๆไปดูสูตรปุ๋ยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ หรือ

สูตรปุ๋ย ที่ใช้ในห้องแลปต่างๆ จะเห็นอัตราส่วนหรือ ratio ที่ตัวฟอสฟอรัสนั้นจะใช้น้อยที่สุด นั่นคือใช้เพียงแค่ 1 ส่วน คือจะเป็นสูตร 3-1-2 สูตร 4-1-2 สูตร 4-1-3

สูตร 5-1-3 อะไรก็แล้วแต่ ฟอสฟอรัสใช้แค่นิดเดียว เขาจะมีผลหรือนัยยะในเรื่องของเมล็ด การสร้างเมล็ด การทำให้ดอกเยอะ มันเป็นแค่ปัจจัยส่วนหนึ่ง ไม่ใช่เป็น

ปัจจัยหลัก การที่เราปรับโยก โยกหน้า โยกกลาง โยกหลัง แต่ไม่ทิ้งตัวใดตัวหนึ่งเลย เป็นวิธีที่ชาญฉลาดและถูกต้องเพราะปล่อยให้ขาดตัวใดตัวหนึ่งไปก็ทำให้ผล

เสีย ทำให้พืชไม่ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน สมบูรณ์ ผลผลิตของมะม่วงในระยะที่ใกล้จะเก็บเกี่ยวนั้นส่วนใหญ่จะเน้นในเรื่องของการทำให้เขามีแป้งเยอะ เปลี่ยน

แป้งเป็นน้ำตาลเพื่อให้เกิดรสที่หวาน อร่อย และหอม การที่รสชาติจะหอม หวาน อร่อย และมีสีสันที่ชัดเจนนั้น เรื่องของจุลธาตุมีความสำคัญที่จะเข้ามาเกี่ยวข้อง

จุลธาตุเป็นพวกเหล็ก ทองแดง แมงกานีส สังกะสี โบรอน โบริดินัม นิกเกิล ไทเทเนียม ในห้วงช่วงนี้ไม่ควรทิ้ง ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้สมบูรณ์ก็จะชื่อว่า ซิลิโคเทร

ซ ซิลิโคเทรซเป็นแหล่งรวมจุลธาตุ ที่ทำให้สีสัน เนื้อผล ในเวลาสุก เหลือง สีทอง หอมรสชาติกลิ่นก็จะหอมหวาน ตัวนี้เป็นตัวที่ใช้ในการฉีดพ่นที่ผลที่ทรงพุ่ม ถ้า

เป็นทางดินถ้าเราใช้ตัวภูไมท์ซัลเฟต ตั้งแต่เริ่มแรกมานั้นก็ ความเสี่ยงที่จะลดการขาดแคลนพวกจุลธาตุก็จะน้อยลง จุดเด่นคือปรับรสชาติ กลิ่น สีของผลมะม่วงใน

ระยะที่ใกล้จะเก็บเกี่ยว ประมาณ 1-2 อาทิตย์ หรือ 1 เดือน ควรต้องใช้พวกกลุ่มของจุลธาตุพวก ซิลิโคเทรซ ไคโตซาน เรียกว่าอะไรมีก็เอามาอัดใส่เข้าไว้ ทางดิน

ควรเติม ภูไมท์ซัลเฟต ข้อสังเกตก็คือในห้วงช่วงนี้ ผลที่ใกล้จะเก็บเกี่ยว เพียง 1-2 สัปดาห์ ไนโตรเจน หรือ 1 เดือน 4 สัปดาห์ไนโตรเจนนั้นควรต้องดรอปหรือหยุด

การจะดรอปไนโตรเจนคือต้องรีบปัดกวาดใต้โคนต้น รอบทรงพุ่ม บางทีมันฝังเข้าไปในเนื้อดิน ในห้วงช่วงนี้อาจจะต้องใช้ตัวหินแร่ภูเขาไฟ ที่เป็นถุงสีขาว ไม่ควรใช้

ถุงสีเหลือง ที่ชื่อว่าภูไมท์ซัลเฟต ต้องใช้ถุงสีขาวที่เป็นออริจินัลดั้งเดิมของหินแร่ภูเขาไฟ หว่านพรมไป 1 กิโลกรัม ต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร จะไปช่วยดรอปไนโตร

เจน เพราะว่าไนโตรเจน เวลามีตกค้างอยู่ในผลที่ใกล้จะเก็บเกี่ยว นอกจากจะทำให้มันเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้วก็จะทำให้มีรสชาติที่เปรี้ยวได้อันนี้คือการแก้ปัญหาที่

ปลายเหตุ ต้นเหตุคือใส่อัตราสัดส่วนของปุ๋ยให้มีความพอเหมาะพอดีที่จะต้องอิงอาศัยกับความรู้และประสบการณ์ถ้าไม่มีทั้งความรู้และประสบการณ์ก็ต้องไป

ปรึกษาสอบถามกับผู้รู้ ที่เขาปลูกหรือจะติดต่อมาที่หน่วยงานของไทยกรีนอะโกร หรือ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ก็ได้เช่นเดียวกัน นี่เป็นเรื่อง เป็นเทคนิคที่จะช่วย

เรื่องของการทำให้การสะสมไนโตรเจนของมะม่วงนั้นลดความเปรี้ยว เนื่องจากปริมาณไนโตรเจนเพียงพอแล้ว ไม่ใช่ลดไนโตรเจนตั้งแต่ติดผลเท่าหัวไม้ขีดหรือถั่ว

เขียว คือต้องมาหยุดหรือควบคุมด้วยการใช้หินแร่ภูเขาไฟ ตั้งแต่ช่วงก่อนจะเก็บเกี่ยวสัก 2 อาทิตย์ หรือ 1 เดือนหลังจากนั้นแล้วนี่คือเทคนิคการดูแลบริหารจัดการ

ตัวไนโตรเจน เราจะต้องเสริมปุ๋ยตัวท้ายเรียกว่าโยกหลังให้มันเพิ่มขึ้น แต่ต้องดูว่าตัวหน้า ตัวกลางคือ ไนโตรเจนกับฟอสฟอรัส ก็ต้องไม่ขาด เพราะตามหลักการ

หรือตามแนวทางของชมรมเกษตรปลอดสารพิษหรือบริษัทไทยกรีนอะโกร เราจะทุกช่วงระยะเวลาการเจริญเติบโต ของมะม่วงเราจะไม่ตกขาดแร่ธาตุสารอาหาร

แม้แต่ตัวเดียว หรือตัวใดตัวหนึ่งอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าใช้วิธีการบริหารสัดส่วนให้มีความสมดุลเหมาะสม โยกหลังก็คือนอกจากจะหยุดหรือควบคุมไนโตรเจนให้

มีความพอเหมาพอดีแล้ว เราจะใช้ปุ๋ยโพแทสเซียม ปุ๋ยโพแทสเซียมในท้องตลาด ก็มีทั้งตัวโพแทสเซียมคลอไรด์ ราคาก็จะถูกที่สุด คือ 0-0-60 เป็นปุ๋ยที่ทำให้ผล

สร้างแป้งและน้ำตาล เพิ่มความหวาน ถ้าไม่มีก็หาตัวโพแทสเซียมซัลเฟต โพแทสเซียมซัลเฟตอาจต้องระวังเรื่องของดินเปรี้ยว เพราะว่า 0-0-50 เป็นโพแทสเซียม

ที่ให้ความหวานเหมือนกัน แต่กรดซัลเฟตจะไปสะสมอยู่ในดิน ทำให้ดินนั้นเป็นกรดและเปรี้ยวเพิ่มมากขึ้น ตัวนี้ต้องหลีกเลี่ยงการใช้ในตัวของดินที่เปรี้ยวจัด ต้อง

เป็น 0-0-60 คือโพแทสเซียมคลอไรด์ ส่วนปุ๋ยโพแทสเซียมที่แพงที่สุด ที่มีการใช้นั่นก็คือตัวโพแทสเซียมไนเตรท จะสังเกตุได้จากสูตร 13-0-46 ตัวนี้เหมาะกับ

พวกพื้นที่ดินทรายนอกจากจะช่วยเพิ่มการสร้างแป้งละน้ำตาลแล้วยังมีไนโตรเจนเป็นรูปของไนเตรท ไนเตรทก็แตกตัวเป็นไนตริคแอซิด เป็นไนไตร ทำให้ผลนั้น

ใหญ่ ถ้าไนโตรเจนมากเกินไปอยู่แล้ว ดีอยู่แล้วมาใช้ปุ๋ยโพแทสเซียมไนเตรทก็จะทำให้รสชาติของมะม่วงหรือผลไม้เหล่านี้มีรสชาติที่เปรี้ยวได้เช่นเดียวกัน

มนตรี  บุญจรัส

ชมรมเกษตรปอลดสารพิษ www.thaigreenagro.com

My wishlist

Product name Unit price Stock status
No products added to the wishlist
×