โรคแมลงศัตรูพืช, ไม้ผล ไม้ยืนต้น

การศึกษาสาเหตุเบื้องต้นของโรคลำไยเปลือกผลแตกและเน่า (Preliminary Studies on a Causal Agent of Cracked and Rotten Skin Disease of Longan)

NULL

ลักษณ์  วงศ์หิรัญภิญโญ1


ลาลี่  ชินสถิตย์2 พัฒน์พงศ์ ภัทรโกศล1 ชูชาติ วัฒนวรรณ2


1กองโรคพืชและจุลชีววิทยา กรมวิชาการเกษตร กรุงเทพฯ


2สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 6 จ. จันทบุรี


                ลำไยเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ แหล่งปลูกลำไยส่วนใหญ่จะอยู่ทางภาคเหนือ ปัจจุบันมีการขยายพื้นที่ปลูกไปทั่วทุกภาคของประเทศ จันทบุรีเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีการปลูกลำไยกันมาก พันธุ์ลำไยที่นิยมปลูกเป็นลำไยพันธุ์อีดอ ปัญหาการปลูกลำไยในจังหวัดจันทบุรีในระยะแรกคือ ลำไยที่ปลูกไม่ค่อยออกดอกหรือไม่ออกดอกเลย บางปีลำไยออกดอกดีแต่ร่วงไม่ติดผล ต่อมาได้มีการใช้สารคลอเรตเพื่อบังคับให้ลำไยออกดอกติดผลตลอดปี ในปี พ.ศ. 2543 เริ่มพบว่าลำไยที่ปลูกในเขต อ. โป่งน้ำร้อน อ. สอยดาว มีอาการเปลือกผลแตกเน่าเมื่อใกล้เก็บเกี่ยว และระบาดทำความเสียหายมากขึ้นในปี พ.ศ. 2544 เบื้องต้นเกษตรกรเข้าใจว่าเกิดจากเชื้อราไฟทอฟทอร่า (Phytophthora sp.) เข้าทำลายเนื่องจากมีกลุ่มเส้นใยของเชื้อราสีขาวบริเวณรอยแตกและลุกลามลงสู่ผลที่อยู่ด้านล่างของช่อ อาการผลแตกจะเกิดกับลำไยใกล้เก็บเกี่ยวโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผลผลิตลำไยที่จะเก็บเกี่ยวระหว่างช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีฝนตกชุก มีความชื้นสูงผลผลิตลำไยได้รับความเสียหายมากกว่า 60% ในบางพื้นที่ผู้ซื้อไม่กล้าซื้อลำไยล่วงหน้าเนื่องจากผลผลิตลำไยที่ได้น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก

fiogf49gjkf0d

                จากการศึกษาสาเหตุเบื้องต้นของอาการเปลือกแตกผลเน่าของลำไยที่ปลูกในเขต อ. สอยดาว อ. โป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี มีลักษณะอาการทั่วไปแบ่งได้เป็น 3 ลักษณะ ดังนี้


                1. อาการเปลือกแตกที่เกิดจากจุดแผลบริเวณเปลือกผลลำไย ลักษณะเป็นจุดแผลบริเวณเปลือกผลลำไยมีสีเทาดำขนาดประมาณ 2-4 มม. ด้านในของเปลือกจะเห็นจุดดวงสีน้ำตาลหรือสีดำขนาดใหญ่กว่าด้านนอกมาก เกษตรกรเรียกลำไยผิวลาย ได้ทำการแยกเชื้อพบเชื้อราที่น่าจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการดังกล่าว 3 ชนิดคือ Brotryodiplodia sp., Phomophsis sp. และ Pestalotiopsis sp. จะได้ทำการพิสูจน์โรคต่อไป ลักษณะอาการจุดแผลบริเวณเปลือกผล ไม่น่าจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผลแตกรุนแรงแต่อาจจะเป็นสาเหตุให้ผลแตก เมื่อนำผลลำไยที่มีจุดแผลเข้าอบแห้ง นอกจากนี้ได้พบเชื้อราหลายชนิดทั้งที่เป็น parasite และ saprophyte ได้แก่ Cladosporium sp., Colletotrichum sp. และ Fusarium sp. เชื้อราข้างต้นเป็นเชื้อราที่เข้าทำลายภายหลังที่ผลแตกและมีน้ำหวานไหลออกมาแล้ว


                2. อาการแตกที่เกิดจากจุดแผล ซึ่งอาจเกิดจากการทำลายของแมลงบางชนิด เช่น มวนลำไย หนอนเจาะขั้ว แมลงวันทอง เป็นต้น ทำให้เกิดแผลที่เปลือกผลลำไย และทำให้เซลล์บริเวณนั้นตายแต่เปลือกผลส่วนอื่นยังสามารถขยายขนาดของผลได้ต่อไป อาจเป็นผลให้เปลือกบริเวณจุดแผลแตกออกได้


                3. อาการเปลือกผลแตกเป็นทางยาวจากด้านขั้วผลมายังด้านล่าง บริเวณรอยแตกส่วนใหญ่จะเห็นรอบคราบสีน้ำตาลเข้ม เนื้อผลจะดันบวมออกมาด้านนอกบริเวณรอยแตก ทำให้น้ำหวานไหลออกมาและมีเชื้อราหลายชนิดขึ้นปกคลุมบริเวณรอยแผลและขั้วผล อาการแตกลักษณะนี้ส่วนใหญ่จะเกิดกับลำไยผลแก่ใกล้เก็บเกี่ยว ซึ่งเป็นอาการที่พบมากกับลำไยที่ปลูกในเขต อ. สอยดาว และ อ. โป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี


                ผลของการฉีดพ่นปุ๋ยและฮอร์โมนพืชบางชนิดทางใบมากเกินความจำเป็น มีส่วนช่วยทำให้ผลลำไยมีอัตราการแตกสูงขึ้น เนื่องจากการขยายตัวของเนื้อผลและเปลือกผลไม่สมดุลกัน เนื้อลำไยประกอบด้วยเซลล์ที่อ่อนนุ่มมีการยืดหดตัวสูง ส่วนเปลือกผลลำไยจะแข็งยืดหดตัวได้ต่ำกว่า ไม่สามารถรองรับปริมาณการขยายตัวของส่วนเนื้อได้ ส่วนของเนื้อผลจึงดันให้เปลือกแตกออก ประกอบกับผลลำไยที่เกิดจากการบังคับให้ออกดอกติดผลทุกปี และมีจำนวนผลต่อช่อสูงมากผลลำไยจึงมีเปลือกบางกว่าปกติทำให้ผลแตกง่ายขึ้น การให้ปุ๋ยหวานฉีดพ่นทางใบเพื่อเพิ่มคุณภาพของผล ปุ๋ยหวานดังกล่าวจะมีปริมาณธาตุโปแตสเซียมสูง ผลของการให้ธาตุโปแตสเซียมสูงขณะที่ผลยังอ่อนอยู่ ทำให้เกิดการชักนำให้มีการเคลื่อนย้ายน้ำตาลเข้าไปยังส่วนของเนื้อผล เป็นผลให้ส่วนของเนื้อผลมีความเข้มข้นสูงมาก ทำให้เนื้อผลขยายและดันเปลือกให้แตกได้ ลำไยที่ปลูกในเขตจังหวัดจันทบุรี จะมีอาการเปลือกแตกผลเน่าอัตราสูงในช่วงเดือนตุลาคม ถึงเดือนธันวาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับลำไยพันธุ์อีดอ ซึ่งมีเปลือกบางกว่าพันธุ์อื่น


แนวทางแก้ไข


                1. หลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ควรฟื้นฟูต้นลำไยให้แข็งแรงสมบูรณ์ ตัดแต่งกิ่งและทรงพุ่มให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ให้ธาตุอาหารพืชครบทั้งอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และธาตุอาหารเสริมในจำนวนที่เหมาะสม ต้นที่จะบังคับให้ออกดอกควรเป็นต้นที่แข็งแรงสมบูรณ์


                2. ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอต่อความต้องการของพืช โดยเฉพาะในช่วงระยะเวลาการติดผล ต้นลำไยที่ได้น้ำไม่เพียงพอในขณะที่ผลผลิตใกล้เก็บเกี่ยว เมื่อมีการดูดน้ำเข้าต้นและผลมากอาจเป็นสาเหตุให้ผลแตกได้ ส่วนลำไยที่มีการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ พบว่าลำไยมีอัตราการแตกน้อยมาก


                3. ลดอัตราการให้ปุ๋ยและฮอร์โมนพืชทางใบ โดยเฉพาะในช่วงระยะพัฒนาการของผล ต้นลำไยที่ออกดอกในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคมควรควบคุมการให้น้ำและปุ๋ยให้เหมาะสมไม่ควรเร่งขยายขนาดและคุณภาพผลโดยการฉีดพ่นปุ๋ยทางใบ เนื่องจากลำไยที่ออกดอกในช่วงเดือนดังกล่าวจะเก็บเกี่ยวในช่วงปลายเดือนตุลาคม ถึงต้นเดือนมกราคม ซึ่งเป็นช่วงที่มีฝนตกชุก สภาพแวดล้อมมีความชื้นสูง ผลผลิตลำไยจะแตกในช่วงระยะเวลานี้มาก


                4. ฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดโรค และแมลงเพื่อลดความเสียหายจากการทำลายของราและแมลงที่เข้าทำลายเปลือกผิวลำไย


บรรณานุกรม


รวี เศรษฐภักดี. 2540. การติดผลและการเจริญเติบโตของลิ้นจี่และลำไย, (หน้า 43-65.) ใน เทคโนโลยีการผลิตลิ้นจี่และลำไย.


                  เอกสารประกอบการฝึกอบรมหลักสูตรเทคโนโลยียุคใหม่ในการผลิตลิ้นจี่และลำไย. สำนักฝึกอบรม มหาวิทยาลัย


                  เกษตรศาสตร์.


ขจรศักดิ์ ภวกุล, วิจัย รักวิทยาศาสตร์ และ สิรี สุวรรณเขตนิคม. 2542. การศึกษาใบไหม้ของลำไย : ลักษณะอาการ สาเหตุของ


                  โรค และการป้องกันกำจัดด้วยสารเคมี, (หน้า 63-67.) ใน รายงานการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่องเทคโนโลยีการ


                  ผลิตลำไยครบวงจร ณ โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ จ. เชียงใหม่. วันที่ 14-15 กันยายน 2541.


ปริญญา จันทรศรี, อภิญญา แซ่เติ้น, วิชชา สะอาดสุด และ ชาตรี สิทธิกุล. 2538. การเปลี่ยนแปลงปริมาณประชากรของเชื้อรา


                  บนผิวใบลำไยและการสามารถในการทำให้เกิดโรคบนผลลำไย, (หน้า 198-207) ใน เอกสารการประชุมวิชาการ


                  อารักขาพืชแห่งชาติ ครั้งที่ 2, เชียงใหม่.


 


ที่มา : วารสารโรคพืช. ปีที่ 16 เล่มที่ 1-2 เดือนมกราคม-ธันวาคม 2545 หน้า 71-73.