จุลินทรีย์, อรรถประโยชน์หินแร่ภูเขาไฟ, หินแร่ภูเขาไฟ, คุณค่าน่ารู้เกี่ยวกับจุลินทรีย์, ข่าวเกษตร

การปลูกอินทผาลัมแบบปลอดสารพิษ

อินทผลัม เป็นพืชตระกูลปาล์ม มีหลากหลายสายพันธุ์ มีถิ่นกำเนิดในแถบตะวันออกกลาง โดยสามารถเจริญเติบโตได้ดีในภูมิภาคที่มีอากาศร้อนและแห้งแบบทะเลทราย ลำต้นมีความสูงได้ถึงประมาณ 30 เมตร โดยใบติดอยู่บนต้น 40-60 ก้าน ทางใบยาว 3-4 เมตร มีลักษณะเป็นแบบขนนก ใบย่อยพุ่งออกหลายทิศทาง ช่อดอกของอินทผลัมจะออกจากโคนใบ เมื่อติดผลลักษณะของผลเป็นรูปทรงรี ยาวประมาณ 2-4 เซนติเมตร มีรสหวานฉ่ำ รับประทานได้ทั้งผลสดและสุก ซึ่งผลจะมีสีเหลืองถึงสีส้มและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลถึงสีน้ำตาลเข้มเมื่อแก่จัด โดยผลสุกจะนิยมนำไปตากแห้งอินทผลัมในบ้านเรากำลังเป็นพืชที่ได้รับความนิยมอยู่เช่นกัน แต่จะเน้นไปในเรื่องของการนำมารับประทานแบบผลสด โดยไม่ผ่านการตากแห้งแบบต่างประเทศ จึงทำให้ได้รับประทานอินทผลัมที่มีรสสัมผัสกรอบหวานอร่อย เป็นอีกหนึ่งผลผลิตทางการเกษตร ที่ใน 1 ปี จะได้รับประทานเพียงครั้งเดียว ส่งผลให้เป็นที่ต้องการของตลาด วันนี้ผู้เขียนจะมาเขียนถึงวิธีการปลูกอินทผลัมแบบปลอดสารพิษกันค่ะ

การเตรียมดินปลูกขุดหลุมลึกประมาณ 2-3 หน้าจอบต้องดูต้นกล้าจากที่เราจะนำมาปลูก ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ 50 กิโลกรัม ใส่ พูมิชซัลเฟอร์ 20 กิโลกรัม เคล้ากับดิน ( การเตรียมปุ๋ยอินทรีย์เพื่อป้องกันโรคเชื้อรา โดยผสมอินดิวเซอร์(เชื้อไตรโคเดอร์ม่า) 1 กก. คลุกเคล้ากับปุ๋ยอินทรีย์ 50 กก. ใส่เพิ่มเติมด้วยตัวฟอร์เทรน(เมธาไรเซียม)ในอัตรส่วน 500 กรัมต่อปุ๋ยและดิน 50 กิโลกรัม การเตรียมดินปลูกถือว่าสำคัญมากค่ะถ้าดินดีก็มีชัยไปกว่าครึ่งค่ะ เมื่อเตรียมดินเรียบร้อยแล้วเราจะนำต้นอินทผลัมมาปลูกในหลุมที่เราจัดเตรียมไว้การดูแลรักษาและป้องกันโรค

โรคใบไหม้ สาเหตุเกิดจากเชื้อรา Curvularia eragrostidisอาการของโรคใบไหม้เกิดแผลรูปร่างกลมรีที่มีรอยบุ๋มตรงกลางเนื้อแผลสีน้ำตาล ขอบแผลนูน มีลักษณะฉ่ำน้ำ มีวงสีเหลืองล้อมรอบแผล ความยาวของแผลประมาณ 7 ถึง 8 มิลลิเมตร ในขั้นรุนแรง แผลขยายตัวรวมกันทำให้ใบแห้งม้วนงอ เปราะ และฉีกขาดง่าย ต้นกล้าชะงักการเจริญเติบโต และตายได้ ป้องกันโดยและดูแลรักษาให้ใช้ไบโอเซ็นเซอร์(บาซิลลัสซัพทิลิส )และอินดิวเซอร์(ไตรโคเดอร์ม่า)ผสมในอัตราส่วน 50 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตรฉีดสลับกันป้องกันทุกๆ 7-10 วัน หรือหากเพลี้ยระบากให้ฉีดทุก 3 วัน ฉีดช่วงเย็นฉัดให้ชุ่มโชกตั้งแต่ลำต้น บนใบและใต้ใบ

โรคยอดเน่าพบระบาดมากในฤดูฝน โรคนี้สามารถเข้าทำลายต้นอินทผาลัมตั้งแต่ในระยะต้นกล้า และพบมากกับต้นอินทผาลัมที่มีอายุ 1 ถึง 3 ปีสาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดจากเชื้อโรคใด แต่จากการแยกเชื้อพบเชื้อโรคพืชหลายชนิด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกเชื้อราฟิวซาเรียม (Fusarium spp.) และเชื้อแบคทีเรียพวกเออร์วิเนีย (Erwinia sp.)อาการของโรคยอดเน่าเกิดแผลเน่าสีน้ำตาลดำ ขอบแผลฉ่ำน้ำที่บริเวณใกล้ๆ โคนใบยอดที่ยังไม่คลี่

บางครั้งอาการเน่าดำจะเริ่มจากปลายใบย่อยที่ยังไม่คลี่ จากนั้นแผลเน่าดำจะขยายทำให้ใบยอดทั้งใบเน่าแห้งเป็นสีน้ำตาลแดง สามารถดึงหลุดออกมาได้ง่ายป้องกันโดยและดูแลรักษาโดยอินดิวเซอร์(ไตรโคเดอร์ม่า)ผสมในอัตราส่วน 50 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตรฉีดสลับกันป้องกันทุกๆ 7-10 วัน หรือหากเพลี้ยระบากให้ฉีดทุก 3 วัน ฉีดช่วงเย็นฉัดให้ชุ่มโชกตั้งแต่ลำต้น บนใบและใต้ใบ

ด้วงแรดด้วงมะพร้าวตัวเต็มวัยของด้วงชนิดนี้จะเจาะใบอินทผาลัมที่บริเวณโคนทางใบที่ 2 หรือที่ 3 ทะลุเข้าไปถึงยอดอ่อนตรงกลาง หรือทำลายบริเวณยอดอ่อนที่ยังไม่คลี่ทำให้ใบอินทผาลัมที่คลี่แตกใบใหม่ขาดแหว่ง เป็นสามเหลี่ยมคล้ายถูกกรรไกรตัด ถ้าด้วงกัดกินทางใบจะทำให้ทางใบพับ ต้นอินทผาลัมชะงักการเจริญเติบโต และอาจเป็นเหตุให้โรคและแมลงศัตรูชนิดอื่นเข้าทำลายต่อไปป้องกันโดยและดูแลรักษาโดยใช้ฟอร์เทรน(เชื้อเมธาไรเซียม)ผสมในอัตราส่วน 50 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตรฉีดสลับกันป้องกันทุกๆ 7-10 วัน หรือหากเพลี้ยระบากให้ฉีดทุก 3 วัน ฉีดช่วงเย็นฉัดให้ชุ่มโชกตั้งแต่ลำต้น บนใบและใต้ใบ

เห็นไหมค่ะการปลูกต้นอินทผลัมแบบปลอดสารพิษนั้นไม่ยากเลยค่ะหากแต่ต้องมีความเอาใจใส่และความสม่ำเสมอในการดูแลรักษาหากเกษตรกรท่านใดอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

เขียนและรายงานโดย ทีมงานชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

สอบถามเพิ่มเติมที่ 02-9861680-2 หรือผู้เขียนคุณพรพรรณ ยิ้มสาระ (ฝ่ายส่งเสริมการขายส่วนกลาง)

084-5554210 Hotline สายด่วน 084-5554205 -9 หรือ @thaigreenagro เสนอติชมได้ที่ Email : thaigreenago@gmail.com