น้ำ, ดิน ปุ๋ย น้ำ อากาศและแสงแดด

การปรับปรุงฟื้นฟูสภาพดินก่อนทำการเพาะปลูกหลังน้ำลด ในพื้นที่น้ำท่วม (ซ้ำซาก)

fiogf49gjkf0d

หลังผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วม ที่ทำเอากำลังใจของหลาย ๆ คนอ่อนล้าลงไป  แต่พลังน้ำใจของคนไทย ก็คงท่วมท้นไม่แพ้กัน
ทั้งยังพระบารมีปกเกล้า พระราชทานน้ำพระทัยอันหาที่เปรียบมิได้  สู่พสกนิกรในทุกพื้นที่ที่ประสบภัย
ช่วยเสริมสร้างกำลังใจให้ลุกขึ้นมาสู้เพื่อพัฒนาประเทศกันต่อไป  ขอเป็นอีกหนึ่งแรง หนึ่งกำลังใจ
ให้พี่น้องที่ประสบทุกท่าน ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดีครับ 

fiogf49gjkf0d

Pond01_20100630.gif

เริ่มต้นฤดูกาลใหม่กับอาชีพเดิม ๆ อันเต็มไปด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีของเกษตรกรไทย  วันนี้มีเทคนิคและข้อมูลบางอย่างมาเล่าสู่กันฟังครับ
สำหรับพื้นที่การเกษตรที่ผ่านการท่วมขังของน้ำ
ผลกระทบหรือสิ่งที่เกิดขึ้นกับสภาพดินที่ผ่านการท่วมขังของน้ำ
อย่างแรกคือสภาพดินขาดอากาศ เนื้อดินเป็นเลน อัดแน่นที่หน้าดิน  อย่างที่สองคือ ธาตุอาหารอาจถูกชะล้างด้วยน้ำ
หรือในกรณีน้ำอาจพัดพาธาตุอาหารพืชจากที่อื่นมาสู่พื้นที่ของเราเอง  อย่างที่สามคือ เชื้อโรคหรือสารพิษต่างๆ
ที่มากับน้ำอาจตกค้าง สะสมอยู่ในแปลงของเกษตรกร
ซึ่งถ้าไม่มีการปรับปรุงหรือเตรียมดินก่อนเพาะปลูก  อาจเกิดปัญหาข้าวเมาตอซังจากการตกค้างสะสมของซังข้าวเดิมที่เน่าเปื่อย  อาจเกิดอาการข้าวเฝือใบจากธาตุอาหารต่าง ๆ ที่มากับน้ำ
ข้าวหรือพืชอาจมีปัญหาเกี่ยวกับโรคเชื้อราที่ระบบราก  เช่น รากดำหรือรากเน่า       

วิธีการปรับปรุงแก้ไข เริ่มตั้งแต่การแก้ไขสภาพทางกายภาพของดิน  คือการแก้ไขการถ่ายเท น้ำและอากาศของดิน  อาจทำได้โดยการเติมอินทรียวัตถุหรือใช้โพแทสเซียมฮิวเมทเข้าไปช่วยในการปรับปรุงโครงสร้าง  ถ่ายเทน้ำ ถ่ายเทอากาศให้ดีขึ้น
ใช้จุลินทรีย์เข้ามาช่วยในการควบคุมกำจัดเชื้อโรคต่าง ๆ ที่ตกค้างในดิน  เช่น
จุลินทรีย์หน่อกล้วยหรือเชื้อไตรโคเดอร์ม่า
ซึ่งนอกจากช่วยให้สภาพดินฟื้นตัวเร็วขึ้นแล้วยังช่วยป้องกันโรคที่จะเกิดขึ้นกับระบบรากพืชอีกด้วย
ส่วนในการควบคุมอาการข้าวเฝือใบและสารพิษสะสมตกค้างในแปลง  ให้ใช้พูมิซ หรือพูมิซ-ซัลเฟอร์  ซึ่งเป็นกลุ่มหินแร่ภูเขาไฟเข้ามาหว่านในแปลงก่อนการเพาะปลูก
หินแร่ภูเขาไฟเหล่านี้มีคุณสมบัติในการแลกเปลี่ยน จับตรึงประจุจากสารต่าง ๆ
รอบตัว แล้วค่อย ๆ ปลดปล่อยออกมาช้า ๆ ตามแรงดึงของรากพืช  ซึ่งหมายถึงว่าถ้าสารเหล่านั้นพืชต้องการใช้
รากพืชจะดึงจากการจับตรึงของหินแร่ออกมาใช้
หากพืชไม่ต้องการใช้หินแร่จะจับตรึงไว้จนกว่าจะเสื่อมประสิทธิภาพ  นั้นหมายถึงว่า  เมื่อธาตุอาหารถูกควบคุมให้พืชค่อย ๆ รับอาการเฝือใบของพืชก็จะลดลง  นอกจากนี้หินแร่ยังมีการปลดปล่อยธาตุซิลิก้า
ที่สามารถละลายน้ำและดูดซึม สะสมในเซลล์พืชได้
ทำให้พืชมีผนังเซลล์ที่แข็งแกร่งขึ้น
ลำต้นแข็ง  มีความต้านทาน  ลดการเข้าทำลายของหนอน เพลี้ย
โรคและแมลงได้ดีขึ้น
การแก้ไขดังที่กล่าวมาค่อนข้างยุ่งยาก หลายขั้นตอน  แต่เนื่องจากเป็นการแก้ไขทั้งระบบ
วิธีดังกล่าวจะช่วยลดปัญหาที่จะตามมาได้เกือบ 80 เปอร์เซ็นต์และต้นทุนในการจัดการยังต่ำอีกด้วย  ลองศึกษาเปรียบเทียบดู  อย่างน้อย “ เริ่มต้นด้วยดี
มีชัยไปกว่าครึ่งนะครับ ”

เขียนและรายงานโดย นายพิพัฒนะ เครือชาลี (นักวิชาการ)

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com

วันที่ 30 พฤศจิกายน  พ.ศ.
2553 
Email : thaigreenagro@gmail.com

Leave a Reply

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *