ข่าวเกษตร

การปรับดินด่างด้วย ภูไมท์-ซัลเฟตแดง

ZEO GOLDภูไมท์ซัลเฟตแดง(pH 4.5)ลดปัญหาดินเป็นด่างปรับสภาพดินให้ร่วนซุยระบายน้ำได้ดีลดปัญหาดินแน่นแข็งไล่เกลือออกจากเนื้อดินเพิ่มอากาศในดินลดการขาดแคลเซี่ยมและกำมะถันในพืชแก้ปัญหาพืชใบซีดไม่กินปุ๋ยจากกรณีดินเป็นด่างหรือเค็มมากเกินไปฯลฯ

ขนาดบรรจุ20กิโลกรัม/กระสอบ

 

คุณสมบัติ
1.ส่วนประกอบประกอบด้วยหินภูเขาไฟ30 %ซัลเฟต7%แคลเซียม12%ฟอสฟอริกแอซิด0.20%แมกนีเซียม0.01%เหล็ก0.01%สังกะสี0.005% pH 6.5ที่เหลือเป็นวัตถุปุ๋ย
2.วิธีการใช้ใช้รองก้นหลุมคลุกดินก้นหลุมก่อนปลูกโรยรอบโคนต้นโรยเป็นแถวข้างต้นหว่านบนดินไถหว่านหลังแล้วปลูกผสมคลุกเคล้ากับปุ๋ยเคมีหว่านไปพร้อมกันโรยบนดินในกระถางปลูกไม้ผลหรือไม้กระถาง
3.ผลของการใช้ช่วยทำให้ดินร่วนซุยดินซึมผ่านน้ำได้ง่ายดินระบายน้ำได้ดีขึ้นแก้ดินที่เหนียวจัดแก้ดินดานแก้ดินแน่นแข็งช่วยไล่เกลือออกจากเนื้อดินช่วยเพิ่มอากาศในดินช่วยอุ้มน้ำของดิน(ในเนื้อภูไมท์)แก้อาการขาดปูนและกำมะถันในพืชแก้พืชแพ้หนาวและร้อน(จากสังกะสี)แก้พืชซีดเขียงตองอ่อน(แก้โดยแมกนีเซียมเหล็กสังกะสีกำมะถัน)แก้พืชโตช้า(แก้โดยแคลเซียมช่วยการแบ่งเซลล์,ซัลเฟตช่วยสร้างกรดอมิโนแอซิด)ฯลฯ
4.ผลดีในไม้ผลจะช่วยลดโรคและแมลง,ระบบรากดี,เนื้อแน่นสีสวย,กลิ่นดี,เนื้อกรอบอร่อยขึ้นและลดไส้ซึมแฉะเป็นปลาร้าในไม้ผลบางชนิด
5.ในพืชผักลดโรคและแมลงศัตรูผัก,รากมากโตเร็ว,ใบสีเขียวสด,กรอบอร่อย,หลังเก็บเกี่ยวจากแปลงปลูกจะเก็บผักไว้ได้ทนนานไม่เหี่ยวง่าย,ยกเกรดผักที่ส่งขาย
6.ผลดีในพืชหัวต่างๆเช่นขนาดของหัวใหญ่ขึ้นเพราะดินร่วนซุย,เก็บน้ำสำรองในดินมากขึ้น,แร่ธาตุปุ๋ยมากขึ้นเห็ดรามัยคอร์ไรซ่าทำงานดีขึ้น,ช่วยให้หัวมันเจริญเติบโตดี,ภูไมท์ช่วยให้ใบอยู่ติดต้นนานสร้างอาหารได้มากขึ้น
7.ในอ้อยและข้าวโพดช่วยให้ใบตั้งรับแดดดีเปลือกและลำต้นแข็งลดโรคและแมลงได้ดีเพิ่มซีซีเอสในน้ำอ้อยผลผลิตรวมเพิ่มเพราะรากออกรอบข้อได้ดีมากและลงลึกดูดปุ๋ยและน้ำได้มาก
8.ปาล์มยางไม้ผลไม้ยืนต้นดินซึมน้ำได้ดีพืชแข็งแรงมีผลผลิตดีขึ้นทั้งปริมาณและคุณภาพ
9.ไม้ดอกไม้ประดับลดโรคแมลงก้านดอกก้านใบแข็งแรงทนทานทนต่อการขนส่งไม้ดอก-ไม้ใบมีดอกและใบสีเข้มสวย
10.พืชไร่ไถพรวนเบาแรงเพราะดินซุยโรคแมลงน้อยต้นทุนการผลิตน้อยผลผลิตเพิ่มขึ้น
11.ไม้กระถางดินร่วนซุยน้ำไม่ขังลดโรคแมลงไม่ต้องเปลี่ยนดินบ่อย
12.ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์รากลึกยาวรากมากผลผลิตสูงทุกด้าน
13.เครื่องเทศสมุนไพรเนื้อยาเพิ่มขึ้นผลผลิตรวมเพิ่มขึ้น

 

วิธีแก้ไขปัญหาดินที่มีสภาพกรด-ด่างสูงด้วยวิธีธรรมชาติ

ถ้าเราจะปรับปรุงดินในแปลงเกษตร สิ่งแรกที่เราจะต้องรู้ก่อนคือ ค่า PH ค่าความเป็นกรด-ด่าง ของดินโดยใช้เครื่องมือ วัดค่า PH ซึ่งง่ายและมีความสะดวกที่สุดโดยทั่วไปค่า pH ของดินจะอยู่ในช่วงระหว่าง 1-14 ถ้าดิน มีค่า pH น้อยกว่า 7 แสดงว่าดินมีความเป็นกรด ถ้าดิน มีค่า pH มากกว่า 7 แสดงว่าดินมีความเป็นด่าง แต่ถ้าวัดดินแล้ว มีค่า pH เท่ากับ 7 แสดงว่า ดินบริเวณนั้นมีความเป็นกลางหรือที่เรียกว่า pH balance ไม่เป็นกรดหรือไม่เป็นด่าง สภาพดินด่าง ถือเป็นดินที่มีค่าพีเอชมากกว่า 7.0 ขึ้นไป ซึ่งจะทำให้ดินแน่นแข็ง เนื่องจากสูญเสียไนโตรเจนไปอย่างรวดเร็ว และดินมีการละลายแร่ธาตุกำมะถัน แคลเซียม แมกนีเซียม โบรอน และโมลิบดินั่มออกมามากเกินไปจนเป็นพิษต่อพืช ทำให้พืชไม่โตแม้จะใส่ปุ๋ยแล้วก็ตาม หากยิ่งเพิ่มปริมาณการใส่ปุ๋ยมากขึ้น ก็ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ มีแต่จะทำให้สิ้นเปลืองต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เพราะรากของพืช ไม่สามารถจะดูดสารอาหารได้เพราะสภาพดินเอง

การแก้ไขปัญหาดินด่างด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด อาจจะใช้เวลาค่อนข้างนาน การแก้ปัญหาดินด่าง ในระยะแรก ควรใช้สารสกัดจากธรรมชาติที่มีความเป็นกรดสูง เช่น การใช้น้ำหมักจากผัก ผลไม้ สัตว์ หรือพืชผักที่มีรสเปรี้ยว ในปริมาณที่มาก
กว่าปกติ โดยเอาไปคลุกกับปุ๋ยอินทรีย์เข้มข้นรดราดดินในบริเวณที่ต้องการทุกๆ 7 วัน ต้องทำควบคู่กับการเติม
อินทรียวัตถุให้กับดิน ได้แก่ การเติมเศษหญ้าแห้ง ใบไม้แห้ง ฟาง แกลบดิบ แกลบดำฯลฯ ซึ่งวัสดุเหล่านี้จะช่วยเพิ่มคาร์บอน ไฮโดรเจน และไนโตรเจนให้กับดิน มีประโยชน์ต่อจุลินทรีย์ในดิน เนื่องจากจุลินทรีย์จะใช้คาร์บอนและไนโตรเจนไปเป็นองค์ประกอบในการขยายโครงสร้างของเซลล์ เป็นการหมักดินโดยมีจุลินทรีย์เป็นผู้ช่วย ทำให้ดินมีความเป็นกรดอ่อนๆซึ่งเหมาะสมในการปลูกพืชเกือบทุกชนิด แต่อาจจะต้องใช้เวลา 4-6 เดือนเป็นอย่างน้อย

หากเมื่อวัดค่าของดินแล้ว พบว่ามีความเป็นด่างเล็กน้อยก็สามารถใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ได้ตามปกติ เพราะปุ๋ยเหล่านี้จะค่อยๆ ปลดปล่อยย่อยสลายตัวเองออกมาในรูปของกรดอินทรีย์ (Organic Acid) ทำปฏิกิริยากับดินไปทีละเล็กละน้อย จนทำให้โครงสร้างดินค่อยกลับมาเป็นดินที่มีค่า(PH 5.8-6.3) ซึ่งมีความเหมาะสมในการปลูกต้นไม้ พืชที่ชอบดินที่มีค่าเป็นด่าง (ดินที่มีค่า PH สูงกว่า 7) ไม้ดอก ได้แก่ กุหลาบ แพรเซี่ยงไฮ้ คุณนายตื่นสาย เล็บมือนาง เข็ม เขียวหมื่นปี บานบุรี เฟื่องฟ้า ชบา บานไม่รู้โรย ผัก ได้แก่ ชะอม กระเพรา หน่อไม้ฝรั่ง ผักบุ้งจีน ผักโขม มะเขือเทศ ถั่วพุ่ม ผักกาดหัว ผลไม้และไม้ยืนต้น ได้แก่ มะพร้าว ฝรั่ง ละมุด พุทรา อินทผาลัม มะม่วงหิมพานต์ มะยม สะเดา สน ยูคาลิปตัส กระถินณรงค์ ขี้เหล็ก สภาพดินกรด คือ ดินที่มีค่าพีเอชต่ำกว่า 7
ดินกรด สามารถเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติ สาเหตุเกิดจากการชะล้างละลายธาตุที่เป็นด่างออกไปจากดิน หรือพืชดูด เอาธาตุที่เป็นด่างออกไปใช้แล้วก็ปลดปล่อยกรดลงไปแทนที่ หรืออาจเกิดจากการใช้ปุ๋ยเคมีหรือสารเคมีที่มีสารกำมะถันเป็นองค์ประกอบมากเกินไป รวมทั้งฝนกรดในพื้นที่ที่อยู่ ใกล้โรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น

ดินที่มีค่าสภาพความเป็นกรดสูง จะส่งผลต่อการปลดปล่อยธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ลงสู่ดิน แต่พืชไม่สามารถดูดซึม แร่ธาตุหรือธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ไปใช้ได้ การสังเกตดินกรดเบื้องต้น คือ ต้นไม้มีการเจริญเติบโตช้าลง ให้ผลผลิตน้อยลง แสดงอาการเหี่ยวเหมือนขาดน้ำ เนื่องจากรากไม่เจริญเติบโต และไม่สามารถดึงธาตุอาหารไปเลี้ยงลำต้นได้ ทำให้เกิดอาการขาดธาตุอาหารต่างๆ เช่นฟอสฟอรัส แมกนีเซียม และแคลเซียม ถ้าเมื่อใดที่ตรวจพบว่า เกิดการแพร่ระบาดของโรคพืชเป็นประจำและเพิ่มมากขึ้น ให้สันนิษฐานว่า อาจเกิดจากดินมีสภาพเป็นกรด

วิธีแก้ไขปัญหาดินเป็นกรดสูง แบบธรรมชาติบำบัด คือ การเติมอินทรียวัตถุให้กับดิน ได้แก่ การเติมเศษหญ้าแห้ง ใบไม้แห้ง ฟาง แกลบดิบ แกลบดำฯลฯ ซึ่งวัสดุเหล่านี้จะเพิ่มคาร์บอน ไฮโดรเจน และไนโตรเจนให้กับดิน หรือใช้อินทรียวัตถุคลุมดินเพื่อรักษาความชื้นและหน้าดิน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซับธาตุอาหารในดินให้กับพืช อีกทั้งยังมีประโยชน์ต่อจุลินทรีย์ในดินอีกด้วย ทำให้ดินมีความเป็น
กรด-ด่างที่เหมาะสม

วิธีแก้ไขดินเป็นกรดแบบเร่งด่วน
อาจใช้ใส่ปูนชนิดต่างๆ เช่น ในนาข้าว ใช้ ภูไมท์-ซัลเฟตแดง ส่วนไม้ผลให้ใช้ปูนโดโลไมต์ หรือปูนขาว อัตราส่วนขึ้นกับความรุนแรงของกรดในดิน ไม้ผลหรือไม้ยืนต้นให้ใช้อัตรา 3 – 5 กิโลกรัมต่อหลุมปลูก การใส่ปูนขาว หรือปูนมาร์ล สามารถช่วยฆ่าเชื้อจุลินทรีย์หรือเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคพืชได้อีกด้วย

การทำเกษตรแบบธรรมชาติไม่ใช้สารเคมี ทำให้ดินดีแบบยั่งยืน ยิ่งปลูกนาน พืชยิ่งงอกงาม

อัตราการใช้

ใช้ภูไมท์ซัลเฟตหว่านรองพื้นใช้อัตรา40-80กิโลกรัม/ไร่แล้วไถกลบในกรณีที่ใช้ภูไมท์ซัลเฟตปรับปรุงpHดินก่อนปลูกพืชต้องทำความเข้าใจก่อนว่าpHที่เหมาะสมสำหรับปลูกพืชทุกชนิดอยู่ที่pHระหว่าง5.8-6.5ที่ระดับค่าpHที่กล่าวมานี้พืชสามารถดูดลำเลียงธาตุอาหารไม่ว่าจะเป็นธาตุอหารหลัก,ธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริม(จุลธาตุ)ที่พืชต้องการไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่มีค่าความเป็นกรด-ด่างของดินตรึงธาตุอาหารไว้โดยทำการตรวจpHดินในพื้นที่หรือแปลงเพาะปลูกว่าอยู่ที่ระดับpHเท่าไหร่ถ้าpHต่ำกว่า5.8ให้ใช้หินฟอสเฟต(ร็อคฟอสเฟต)ปรับเพิ่มค่าpHขึ้นมาแต่ถ้าตรวจแล้วpHสูงกว่า6.5ไม่มากนักก็ให้ใช้ภูไมท์ซัลเฟตกระสอบเหลืองpH 6.5ปรับลงมาแต่ถ้าpHสูงมากคือสูงกว่า8.0ให้ใช้ภูไมท์ซัลเฟตกระสอบแดงpH 4.5ปรับปรุงให้ค่าpHลดต่ำลงมาอยู่ในระดับพอเหมาะกับการเพาะปลูก

ใช้เพิ่มผลผลิตเห็ดใช้ภูไมท์หรือซีโอไลท์-สเม็คไตท์ชนิดผง3ส่วน,ผสมในขี้เลื่อยหรือวัสดุดิบเพาะเห็ด97ส่วนไม่ต้องใช้จิบซั่มและปูนขาวนำไปเพาะเห็ดตามปรกติ.ส่วนในเห็ดฟางกองเตี้ยนั้นเมื่อเมื่อทำกองเสร็จครั้งสุดท้ายแล้ว,ใช้ภูไมท์หรือซีโอไลท์-สเม็คไตท์ผง200-300กรัมต่อน้ำ20ลิตรรดบนกองและดินรอบกองจนเปียกชุ่มจะลดไรเห็ดลงมดปลวกไส้เดือนฝอยและกลิ่นลงได้ผลผลิตเห็ดเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและคุณภาพ.

เขียนและรายงานโดยทีมงานชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

สอบถามเพิ่มเติมที่ 02-9861680-2 หรือผู้เขียน ชลทิศ เนียมพลางค์ (ฝ่ายขายภาคตะวันออก) 092-7744903

Hotline สายด่วน 084-5554205-9 หรือ @thaigreenagro

เสนอติชมได้ที่ Email : thaigreenagro.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *