ข่าวเกษตร

การบำรุงสุกรด้วยไคโตซาน มิกซ์ฟีด

ไคโตซาน มิกซ์ฟีด ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่จัดอยู่ในกลุ่มไบโอโพลิเมอร์ อยู่ในรูป D-glucosamine พบได้ในธรรมชาติซึ่งมีองค์ประกอบอยู่ในเปลือกนอกของสัตว์ พวกกุ้ง ปู แมลง และเชื้อรา เป็นสารธรรมชาติที่มีลักษณะโดดเด่นเฉพาะตัว คือ ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของสัตว์เลี้ยง เพิ่มความแข็งแรง ทนต่อโรค ช่วยดูดซับและจับตะกอนในสารละลายแขวนลอย ช่วยในการขบวนลอกคราบสร้างเปลือกของกุ้ง เพิ่มสีเพิ่มเกร็ดในปลาสวยงาม กระตุ้นการกินและย่อยอาหารของสัตว์เลี้ยงทำให้เจริญเติบโตได้ดี อัตราแลกเนื้อสูง แข็งแรงสุขภาพดี ลดค่าใช้จ่ายเรื่องยาปฏิชีวนะ อีกทั้งสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ มีความปลอดภัยในการใช้กับมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม

อัตราการใช้

  1. สัตว์น้ำใช้  ไคโตซาน มิกซ์ฟีด  50 ซีซี. ต่อน้ำ 1 ลิตร พรมลงบนอาหารเลี้ยงสัตว์น้ำ 10 กิโลกรัม คลุกเคล้าให้เข้ากันผึ่งลมในที่ร่มให้แห้ง ก่อนนำไปเลี้ยงสัตว์น้ำ กุ้ง ปลา กบ ตะพาบ ฯลฯ
  2. ปศุสัตว์ใช้  ไคโตซาน มิกซ์ฟีด  10 ซีซี. ต่อน้ำ 10 ลิตร ให้สัตว์บกดื่มกิน ทั้งเป็ด ไก่ นก โคขุน โคนม แพะ แกะ กระต่าย แมว สุนัข สุกร และอื่น ๆ
  3. บำบัดน้ำเสียใช้ ไคโตซาน มิกซ์ฟีด สาดลงในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ อัตรา 1 ลิตร ต่อขนาดบ่อเลี้ยง 1 ไร่

การเลี้ยงหมูจะประสบความสำเร็จ ถ้าเอาใจใส่เรื่องการเลี้ยง และการดูแลหมูอย่างถูกต้อง แม้ผู้เลี้ยงจะมีหมูพันธุ์ดีก็ตาม แต่ถ้าละเลยในสิ่งเหล่านี้แล้ว ปัญหาต่างๆ ก็จะเกิดขึ้นได้ เช่น พ่อหมูผสมไม่เก่ง ผสมติดน้อย แม่หมูคลอดลูกยาก ลูกหมูป่วยเป็นโรคท้องเสีย และมีอัตราการตายสูง เป็นต้น

การเลี้ยงและการดูแลหมูแม่พันธุ์

หมูสาวเจริญเติบโตในลักษณะเช่นเดียวกันกับหมูหนุ่ม เมื่อมีอายุมากขึ้น ปริมาณของไข่ที่ตกจากรังไข่จะเพิ่มขึ้น ทำให้ปริมาณลูกที่คลอดมีจำนวนมาก จนกระทั่งแม่หมูมีอายุประมาณ ๑๕ เดือน ปริมาณไข่ที่ตกก็จะคงที่ โดยปกติจะผสมพันธุ์หมูสาว เมื่อมีอายุได้ราว ๗-๘ เดือน หรือน้ำหนักราว ๑๑๐-๑๑๕ กิโลกรัม (สำหรับหมูพันธุ์พื้นเมืองประมาณ ๘๐-๙๐ กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับชนิดของหมูพันธุ์พื้นเมืองด้วย) การผสมพันธุ์แม่หมูที่มีขนาดเล็ก หรือมีอายุน้อยอยู่ จะทำให้อายุการใช้งานของแม่หมูตัวนั้นสั้นลง และจำนวนลูกที่ได้ก็น้อยด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากการตกไข่จากรังไข่มีน้อย

 

การผสมพันธุ์แม่หมู ควรกะเวลาให้พอดี กับระยะการตกไข่ เพราะจะทำให้ได้ผลดีกว่าการผสมในเวลาอื่น แม่หมูส่วนใหญ่จะกลับเป็นสัด อีกภายใน ๓-๗ วัน หลังการหย่านม แม่หมู แสดงการเป็นสัดนานประมาณ ๔๘-๗๒ ชั่วโมง (หมูสาวนานประมาณ ๓๖-๖๐ ชั่วโมง) การตกไข่เกิดขึ้นประมาณช่วงกลางๆ ของการเป็นสัด แต่ไข่จะไม่ตกพร้อมกันทีเดียวทั้งหมด การผสมหมูสาว หรือแม่หมูควรผสมซ้ำ หรือผสมครั้งที่สอง โดยทิ้งระยะให้ห่างจากครั้งที่หนึ่งประมาณ ๑๒ ชั่วโมง เป็นอย่างน้อย ปกติการผสมพันธุ์หมูมักทำในตอนเช้าและเย็น เพราะอากาศไม่ร้อน ไม่ควรผสมพันธุ์หมูขณะที่ป่วย หรือหลังการฉีดวัคซีนใหม่ๆ วิธีดังกล่าวนี้จะช่วยให้การผสมพันธุ์ได้ผลดีขึ้น และเพิ่มลูกต่อครอกให้มากขึ้น

ข้อแนะนำระหว่างการผสมพันธุ์หมูคือ ควรให้อาหารแม่หมู และหมูสาวให้มากขึ้น เนื่องด้วยเหตุผลสองประการคือ

ประการแรก

เนื่องจากแม่หมูผสมพันธุ์ครั้งใหม่หลังการหย่านมในช่วงเวลาสั้น หมูยังอยู่ในสภาพที่ไม่แข็งแรงเพียงพอ

ประการที่สอง

เนื่องจากระหว่างการให้นม แม่หมูส่วนใหญ่สูญเสียน้ำหนักไปมาก การให้อาหารเพิ่มขึ้น จะช่วยให้แม่หมูอยู่ในสภาพที่เหมาะสำหรับการให้นมครั้งต่อไป

การเลี้ยงและการดูแลหมูรุ่นและขุนส่งตลาด

การเลี้ยงดูหมูระยะนี้ มีความยุ่งยากน้อยกว่า การเลี้ยงดูหมูระยะที่ยังไม่หย่านม หลังจากหย่านมใหม่ๆ หมูในช่วงนี้จะเจริญเติบโตดี ทั้งหมูที่เลี้ยงอยู่ในทุ่ง และบนคอกคอนกรีตที่มีการสุขาภิบาล การควบคุมโรคและพยาธิ ตลอดจนการให้อาหารที่ถูกต้อง การเลี้ยง และการจัดการดูแลหมูระยะนี้ ควรปฏิบัติดังนี้

๑. การจัดคอกเลี้ยง

๑.๑ การจัดคอกสำหรับหมูขุนขาย ควรจัดเอาหมูที่มีขนาดและเพศเดียวกัน ขังเลี้ยงไว้ในคอกเดียวกัน เพื่อช่วยให้หมูเติบโตมีขนาดไล่เลี่ยกัน และไม่เกิดปัญหาแย่งอาการกันกินขึ้นในภายหลัง เนื่องจากการเจริญเติบโตไม่เท่ากันของหมูเพศผู้ และเพศเมีย หมูเพศผู้ที่ตอน มักเจริญเติบโตเร็วกว่าหมูเพศเมีย แต่หมูเพศเมียมีแนวโน้มการใช้อาหาร ที่มีโปรตีนสูงได้ดีกว่า และยังให้เนื้อแดง และมีลำตัวยาวกว่าหมูเพศผู้ที่ตอนด้วย

๑.๒ การจัดคอกสำหรับหมูพันธุ์ หมูที่จะ เลี้ยงไว้เป็นพ่อพันธุ์ และแม่พันธุ์ ในช่วงแรก ไม่ควรเลี้ยงแยกเพศกันอย่างเด็ดขาด กล่าวกันว่า การเป็นหนุ่มเป็นสาวช้า การไม่แสดงการเป็นสัดของหมูตัวเมีย และการไม่ยอมผสมพันธุ์ของหมูตัวผู้นั้น เป็นผลจากการมีประสบการณ์ก่อนเป็นหนุ่มเป็นสาวไม่เพียงพอ พ่อหมูสามารถเรียนรู้ในเรื่องเหล่านี้ได้ดีที่สุด ในช่วงอายุระหว่าง ๔-๘ เดือน

เมื่อหมูเริ่มผสมพันธุ์ได้ ควรแยกออกมาเลี้ยงขังเดี่ยว และจำกัดอาหารไป จนกระทั่งหมูมีน้ำหนัก ๑๑๕ กิโลกรัม ทั้งตัวผู้ และตัวเมีย

๒. การจัดเตรียมรางอาหาร

ควรจัดให้มีเพียงพอกับจำนวนหมู รางอาหารชนิดอัตโนมัติ ช่องอาหารช่องหนึ่งๆ ควรจัดไว้สำหรับหมูไม่เกิน ๓-๔ ตัว มิฉะนั้นจะมีผลต่อการเจริญเติบโตของหมู

๓. การจัดเตรียมน้ำดื่ม

ควรมีน้ำดื่มสะอาดไว้ในที่ที่เหมาะสม ไม่ควรจัดไว้ในที่ที่หมูตัวอื่นกีดขวางได้ง่าย ปกติหมูตัวหนึ่งจะกินน้ำประมาณสองเท่าของน้ำหนักของอาหารที่กินเข้าไป ใช้  ไคโตซาน มิกซ์ฟีด  10 ซีซี. ต่อน้ำ 10 ลิตร ให้หมูดื่มกิน

๔. อุณหภูมิ

อุณหภูมิที่เหมาะจะช่วยให้การเจริญเติบโต และประสิทธิภาพการใช้อาหารของหมูดีขึ้น คือ อุณหภูมิประมาณ ๒๑ องศาเซลเซียส หากอากาศร้อนเกินไป หมูจะกินอาหารน้อยลง และเติบโตช้า

๕. การถ่ายเทอากาศ

อากาศภายในคอก ควรมีการถ่ายเท หรือระบายได้ดี โรงเรือนที่อับ อากาศจะเกิดก๊าซพิษสะสม ซึ่งมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของหมู และก่อให้เกิดสิ่งผิดปกติกับหมูได้ เช่น เกิดมีการกัดหางกันขึ้น เป็นต้น

เขียนและรายงานโดยทีมงานชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

สอบถามเพิ่มเติมที่ 02-9861680-2 หรือผู้เขียน ชลทิศ เนียมพลางค์ (ฝ่ายขายภาคตะวันออก) 092-7744903

Hotline สายด่วน 084-5554205-9 หรือ @thaigreenagro

เสนอติชมได้ที่ Email : thaigreenagro.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *