ข้าว, อื่นๆ, พืชผัก-พืชไร่, ข้าว|ข้าว

การทำเกษตรอินทรีย์เกษตรปลอดภัย

 

 

ปัจจุบันนี้ลูกหลานเราเป็นมะเร็ง เป็นโรคไม่ทราบสาเหตุ เป็นอัมพฤกษ์เป็นอัมพาตปากเบี้ยวมือหงิก ไม่ทราบสาเหตุว่าเป็นอะไร

แต่หลายคนก็รู้ว่า กินอะไรก็เป็นอย่างนั้น ลูกหลานเราสมัยนี้ไม่ค่อยปลูก ผักตัดหญ้ารับประทานกินกันเอง เขาซื้อกิน ซื้อกินก็หารู้ไม่ว่า ปัจจัยในการผลิตต่าง ๆเหล่านั้นเนี่ย มันอาบชโลมห่มไปด้วยสารพิษ

ปีหนึ่งเนี่ยเรานำเข้าสารพิษพวกยาฆ่าแมลงเขาเรียกว่า Insecticideย่าฆ่าหญ้า Herbicide ที่เราจะรู้จักกันในตอนนี้ว่าพวก Chlorpyrifos อันนี้เป็นยาฆ่าแมลง เป็นพวก Paraquat และ

พวก Glyphosate แล้วก็มีกลุ่มพวกยาฆ่าเชื้อรา รู้ไหมครับว่าปีนึงนำเข้ามาเป็นแสนตัน แสนตันมูลฆ่าสอง หมื่นกว่าล้านบาทหรือรวมกับปุ๋ยเคมีเนี่ย ก็หลายหมื่นล้านบาท แสนตันลองคูณไปตั้งแต่อายุพวกเราเกิด

จนถึงปัจจุบันมันไปสะสมอยู่ตามเทือกเขาลำเนาไพร สะสมอยู่ในดิน ยาฆ่าหญ้าเนี่ยเมื่อก่อนไม่อันตราย ไม่ ดูดซึมด้วย แต่มัน อิ่ม เอิบ อาบ ชุ่มดินจนเดี๋ยวนี้เวลาพืชจะกินอาหารก็ไปสังเคราะห์แสง มันจะต้องดึงน้ำ

เขาจะต้องคายพลังงานความร้อนในสรีระ โครงสร้างของพืช ดึงเอาน้ำขึ้นมาคาย แล้วดึงน้ำก็จะติดปุ๋ยขึ้นมา กับรากของพืช มาทำการสังเคราะห์แสง รวมกับน้ำตาล ที่ชื่อว่า Fructose หรือ Glucose พอดึงน้ำขึ้นมา

แทนที่จะติดปุ๋ยมาด้วย มันติดยาฆ่าหญ้ามาด้วย อันนี้เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้มะเขือ ผัก ต่าง ๆ เรามีสารพิษเข้า มา แล้วทำให้เราอยู่ ๆ ทำให้เราหายใจไม่ออก อยู่ ๆ เราคันผิวหนัง คือรวยตอนหนุ่ม แต่มาจนตอนแก่ จน

เพราะอะไรรู้สาเหตุไหมครับ ก็เพราะต้องมารักษาโรคต่าง ๆ ที่เราเก็บหอมรอมริบจากภาคการเกษตรมา ยาวนาน มันไม่คุ้มเลย ถ้าเทียบกับกระทรวงสาธารณะสุขที่ต้องใช้งบประมาณ หนึ่งแสนสามหมื่นเจ็ดพัน

กว่าล้านบาท แล้วเวลาฝนตกมันไปอยู่ อ.พบพระ อ.แม่สอด เชียงใหม่ เชียงราย ฝนตกชะล้างเอาสารพิษที่ เป็นแสนๆตัน แล้วคูณไปห้าสิบปี มันก็ไหลลงมาภาคกลางนี่หละครับ จากข้างบนลงมาข้างล่าง มันเข้มข้น

จนกระทั่ง เทศบาล อบต. เอาน้ำจากชลประทาน ไปทำน้ำประปา แล้วก็ให้คนในหมู่บ้าน บางหมู่บ้าน ที่ งบประมาณน้อย เบี้ยน้อย หอยน้อย ก็ต้องกินน้ำประปา กินน้ำประปาแบบไม่รู้ตัว ปรากฏว่าน้ำนมมารดา

ไปสู่ทารกทั้งในครรภ์และในที่กินนมอยู่ สมองฝ่อมาจากสารพวกที่เป็นสารพิษเหล่านี้

สวนส้มจะให้ออกดอกต้องทิ้งน้ำ สมัยนี้ถ้าทำไม่เก่งก็ต้องทิ้งน้ำ พอทิ้งน้ำดินมันจะแห้งให้สะสม อาหาร ช่วงดินแห้งจะใช้สารที่เรียกว่า Copper เพื่อกันโรค Canker ในต้นส้ม ใช้จนเขียวแล้วเขียวอีก แต่

Copper อยู่แต่ Canker ในส้มก็ยังอยู่เหมือนกัน พอทิ้งน้ำปุ๊ปดินมันแห้ง เมื่อก่อนมีฝน มีน้ำรดน้ำยังไม่ทิ้งน้ำ

น้ำเป็นตัวทำให้ Copper เจือจางลง แต่พอทิ้งน้ำให้แห้ง พอส้มออกดอก ความเข้มข้นของ Copper ที่ใส่

สะสมส้มมา 5 ปี 10 ปี เนี่ยทำให้รากส้มถอดปลอก เหมือนคนปากเจ็บ ปากเป็นแผล ใส่ปุ๋ยอะไรช่วงขึ้นน้ำ

มาก็กินไม่ได้ พอส้มออกดอกกินไม่ได้ติดผลอ่อน ผลก็ร่วงหมดเลย จากเคมีของ Copper ไม่ได้มีแต่มุมร้าย

ของเคมี มันมีมุมดีของเคมีมันมีเยอะ เช่นปุ๋ยเคมีไม่เป็นอันตราย แต่ใช้มากแล้วแพง แต่ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหนอนเป็นสารพิษ ลองสังเกตดูว่า มันดีจริง เร็วจริง ไวจริง แต่มันไม่ยั่งยืน

 

 

เคมีนี่คนละเรื่องกับสารพิษแต่เป็นแบบพี่น้องกัน เช่นยาสีฟัน ลิสเตอลีน น้ำยาบ้วนปาก หรือน้ำ ล้วนแล้วแต่เป็นเคมี แต่เป็นเคมีที่ปลอดภัย แต่พวก Chlorpyrifos Glyphosate Carbendazim

Paraquat Mancozeb Cypermethrin อันนี้ล้วนแล้วแต่เป็นสารพิษ เพราะฉะนั้นคนที่มีหนี้สิน มีค่าเทอมลูก

มีดอกเบี้ย ท่านต้องใช้ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยเคมีคืออาหารพืชแต่ควรใช้อย่างฉลาด เพราะว่าปุ๋ยเคมีไม่เป็นอันตรายก็จริง

แต่ใช้แล้วทำให้ดินแน่น ดินแข็ง ดินเสีย ดินเปรี้ยว ใช้แล้วเงินในกระเป๋ามันหมด แต่ถ้าท่านใช้อย่างฉลาดถ้า

ใช้ร่วมกับปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกปุ๋ยอินทรีย์ปุ๋ยชีวภาพมันจะเกิดประโยชน์ หากใช้ปุ๋ยเคมี 50% ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก 50% ชาตินี้ทั้งชาติดินก็ไม่เสีย เพราะว่าปุ๋ยหมักปุ๋ยคอก 50% จะเรียกจุลินทรีย์ไส้เดือนที่ระบบนิเวศพวก

Actinomycetes ต่าง ๆ มาเป็นทำความสมดุลเป็น Buffer ให้ หลักปฏิบัติของ IPM(Integrated Management) (โดย FAO)

 

 

1.ปลูกพืชให้แข็งแรง(Grow & Healthy Crop)

2.อนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติ (Conserve Natural Enemiea)

3.สำรวจตรวจแปลงสม่ำเสมอ (GO to Field Regularty)

4.เกษตรกร คือ ผู้ชำนาญในการจัดการ (Farmer is on Expert)

5.การควบคุมด้วยเทคนิคการใช้แมลงเป็นหมัน (The sterile insect technique :SIT)

6.การใช้สารธรรมชาติ (Natural substance)

7.สารเคมี (Chemical control)

วิธีจัดการควบคุมศัตรูพืชในระบบ IPM

1.วิธีกล ( Mechanical control )เช่น การห่อผล การดักจับทำลาย การใช้พลาสติก/ตองตึงคลุมแปลง กับดักเหยื่อล่อ/กาวเหนียว การใช้มุ้งตาข่าย

2.วิธีกายภาพ ( Physical control )เช่น การใช้แดดในการตากเมล็ดพันธ์ุ การใช้รังสีกำจัดแมลงวันทอง การใช้แสงไฟหลอดสีน้ำเงิน-ดำล่อแมลงศัตรู

3.วิธีเขตกรรม ( Cultural control ) เช่น การรวบรวมส่วนของพืชที่ถูกศัตรูพืชทำลายเผา การปลูกพืชสลับพืชหมุนเวียน การปลูกพืชหลายชนิดและหมุนเวียน

4.ใช้พันธุ์ต้านทาน ( Pest Resistace control ) เพื่อต้านทานโรคและแมลงต่าง ๆ

5.ชีววิธี ( Biological control ) วิธีการทางชีววิธีเป็นวิธีการใช้ศัตรูธรรมชาติให้ควบคุมศัตรูพืช โดยอาศัย หลักการสมดุลธรรมชาติ วิธีการนี้ใช้ได้ผลในการควบคุมแมลงศัตรู โรคพืชและวัชพืชบางชนิด เช่น การใช้

ตัวห้ำ(Predators) คือสัตว์หรือแมลงชนิดใดชนิดหนึ่งที่กินสัตว์หรือแมลงอื่นเป็นอาหาร เช่น ด้วงดิน แมลง

หางหนีบ มวนพิฆาต งู กบ ตั๊กแตน แมงมุม ด้วงเต่า มดแดงฯลฯ การใช้ตัวเบียน (Parasitods) คือ สิ่งมีชีวิตที่

ดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยการเกาะกินอยู่ภายในหรือบนตัวสัตว์หรือแมลงอาศัย(host) ทำให้ host อ่อนแอและตาย

ก่อนกำหนด สามารถเข้าทำลายได้ในทุกระยะการเจริญของสัตว์/แมลงที่อาศัยคือระยะไข่,ระยะตัวหนอน,ดักแด้,ตัวเต็มวัย

 

หากเกษตรกรท่านใดสนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

เขียนและรายงานโดย ทีมงานชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

สอบถามเพิ่มเติมที่ 02-9861680-2 หรือ โทร 084-5554210 Hotline สายด่วน 084-5554205 -9 หรือ @thaigreenagro

เสนอติชมได้ที่ Email : [email protected]