ไม้ดอก, ไม้ดอก-ไม้ประดับ

การจัดการศัตรูกล้วยไม้เพื่อเพิ่มคุณภาพในการส่งออก

NULL

สุรภี กีรติยะอังกูร นิยมรัตน์ ไตรศรี  กองโ รคพืชและจุลชีววิทยา กรมวิชาการเกษตร                      


ปิยรัตน์ เขียนมีสุข กองกีฏและสัตววิทยา กรมวิชาการเกษตร


 


                กล้วยไม้เป็นพืชส่งออกที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจพืชหนึ่งของประเทศไทย ดอกกล้วยไม้ที่ผลิตได้ทั้งหมดจะส่งออกปริมาณร้อยละ 60 เหลือใช้ในประเทศประมาณร้อยละ 40 พันธุ์ที่ปลูกเพื่อตัดดอกส่งออกมาที่สุดคือสกุลหวาย พันธุ์ที่ปลูกเพื่อส่งออกในรูปไม้กระถางเป็นพวกหวายแคระ อะแรนด้าสีชมพู ออมซิเดี่ยมแคระ ฟาเรนนอบซีส เป็นต้น ตลาดส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ญี่ปุ่น ประเทศในสหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. 2536 มีมูลค่าส่งออก 748 ล้านบาท ในปี พ.ศ. 2537 คิดเป็นมูลค่า 782.4 ล้านบาท และในปี พ.ศ. 2539 คิดเป็นมูลค่า 675.3 ล้านบาท มูลค่าการส่งออกลดลงเนื่องจากปัญหาด้านคุณภาพของดอกและการติดไปของเพลี้ยไฟ แต่โดยภาพรวมแล้วความต้องการของตลาดยังมีแนวโน้มสูงขึ้น

fiogf49gjkf0d

                ดังนั้น แนวทางการวิจัยและส่งเสริมกล้วยไม้ตัดดอกในอนาคตของหน่วยงานของรัฐที่ต้องมุ่งเน้นอันดับแรกคือ การผลิตกล้วยไม้คุณภาพดีเพื่อรักษาตลาดที่มีอยู่ และการพัฒนาพันธุ์กล้วยไม้ในกลุ่มที่มีแนวโน้มส่งออกได้ดีให้มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งต้องมีการรวมกลุ่มของผู้ผลิตและผู้ส่งออกป้องกันการตัดราคาและรักษาตลาดของไทยในภาพรวม ส่วนผู้ส่งออกควรคำนึงถึงเรื่องคุณภาพของกล้วยไม้ให้ได้มาตรฐานสากลและราคาที่ต้องแข่งขันกับประเทศอื่นได้ ขณะที่เกษตรกรควรคำนึงถึงเรื่องการปลูกพันธุ์ที่ตลาดต้องการและผลิตให้มีคุณภาพดี


                แนวทางการผลิตกล้วยไม้ให้มีคุณภาพดีสำหรับการส่งออก พอกล่าวโดยสังเขปคือ


                1. ปลูกพันธุ์ดีที่ตลาดต้องการ การคัดเลือกพันธุ์ที่ให้ผลผลิตได้สูง และปลอดโรคไวรัสที่สำคัญ


                2. การจัดการด้านการปลูกเลี้ยงเป็นไปอย่างถูกต้องตามชนิดของกล้วยไม้


                3. การจัดการด้านการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูและโรคกล้วยไม้ในเรือนปลูกให้เป็นไปอย่างถูกต้องเหมาะสมกับชนิดของโรคและแมลง


                4. คัดเลือกผลผลิตที่จะส่งออกที่มีคุณภาพที่ตรงตามมาตรฐานสากล


                5. กำจัดศัตรูกล้วยไม้หลังเก็บเกี่ยว รวมทั้งกรรมวิธียืดอายุหรือรักษาคุณภาพ ก่อนบรรจุหีบห่อที่เหมาะสม


                แนวทางการปฏิบัติทั้ง 5 ข้อ ครอบคลุมทั้งการปลูกเลี้ยงก่อนและหลังการเก็บเกี่ยว การจัดการเกี่ยวกับศัตรูกล้วยไม้มีความสำคัญมากจะเห็นว่าเข้ามาเกี่ยวพันอยู่ถึง 4 ข้อในการที่จะผลิตกล้วยไม้ให้มีคุณภาพดี เริ่มจากข้อแรกนอกจากเลือกพันธุ์ดีแล้วต้องคัดเลือกพันธุ์ที่ปลอดโรคไวรัสที่สำคัญ ถ้าขยายพันธุ์จากต้นเป็นโรค เชื้อไวรัสจะติดไปกับกล้วยไม้พันธุ์นั้นตลอดไป อาจมีผลต่อการเสื่อมโทรมของต้นและคุณภาพของดอกในพันธุ์ที่อ่อนแอ ต้องใช้หลักการหลีกเลี่ยงไม่ใช้ต้นเป็นโรคมาขยายพันธุ์ ส่วนข้อ 3 และข้อ 5 เป็นเรื่องของการใช้เทคโนโลยีการป้องกันกำจัดศัตรูกล้วยไม้อย่างเต็มรูปแบบเพื่อให้ได้กล้วยไม้คุณภาพดี สำหรับในข้อ 2 ถึงแม้ว่าเป็นเรื่องการปลูกเลี้ยง แต่ก็ต้องคำนึงถึงการส่งเสริมความแข็งแรงให้พืชมีความทนทานต่อการเกิดโรคด้วย เช่น การให้ปุ๋ยโปแตสเซียมสูงเพื่อให้กล้วยไม้ทนทานต่อเกิดโรคดอกจุดสนิม หรือการไม่ปลูกแน่นเกินไปเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดโรคเน่าดำ และสะดวกต่อการควบคุมปริมาณเพลี้ยไฟ เป็นต้น


                โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสเป็นโรคที่ไม่สามารถกำจัดได้ด้วยสารเคมี แนวทางที่เหมาะสมในขณะนี้จึงมี 2 ข้อ คือ


                1. การตรวจสอบคัดเลือกพันธุ์ที่ปลอดเชื้อก่อนนำไปขยายด้วยวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ วิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อสามารถช่วยให้ปลอดจากเชื้อราและแบคทีเรียชนิดต่าง ๆ ได้ด้วยเทคนิคการฆ่าเชื้อ แต่ไม่สามารถใช้เทคนิคนี้กับเชื้อไวรัส เพราะเชื้อไวรัสอยู่ในเซลล์ของพืชการทำลายเชื้อไวรัส ก็มีผลกระทบทำลายเซลล์ของพืชด้วย จึงต้องใช้วิธีการคัดเลือกต้นปลอดโรคมาขยายพันธุ์ เมื่อได้ลูกกล้วยไม้ปลอดโรคแล้ว


                2. ต้องปลูกเลี้ยงต้นปลอดโรคเหล่านั้นแยกกลุ่มจากกล้วยไม้กลุ่มอื่น ๆ ที่ไม่ปลอดโรคด้วยการใช้เครื่องมือในการตัดแต่งแยกเฉพาะอย่างเคร่งครัด ผู้ที่ดูแลระดับปฏิบัติการในแปลงปลูกจะต้องมีความรู้และเข้าใจ ที่จะดูแลต้นกล้วยไม้ปลอดโรคอย่างถูกวิธีเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสจากกล้วยไม้ที่อยู่ในแปลงที่เป็นโรค


                ในวงการกล้วยไม้ทั่วโลกมีรายงานการพบ โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสบนกล้วยไม้พันธุ์ต่าง ๆ ถึง 25 ชนิด เชื้อไวรัสที่พบว่ามีการระบาดมากที่สุดไปทั่วโลก คือ เชื้อ Odontoglossum ring spot virus (ORSV) และ Cymbidium mosaic virus (CyMV) เชื้อไวรัสทั้งสองชนิดนี้ทำให้เกิดอาการรุนแรงไม่เท่ากันบนกล้วยไม้ต่างพันธุ์กัน เชื้อทั้งสองนี้ไม่ถ่ายทอดทางเมล็ดและแมลง แต่ติดไปกับต้นพันธุ์และเครื่องมือการตัดแต่ง จากการตรวจสอบกล้วยไม้พันธุ์ต่าง ๆ ในประเทศไทย พบข้อมูลที่น่าสนใจข้อหนึ่งคือไม่เคยตรวจพบเชื้อ ORSV และ CyMV บนพันธุ์รองเท้านารี หวายแคระ ฯลฯ ซึ่งเป็นกล้วยไม้กระถางที่เพาะจากเมล็ด ซึ่งไม่มีการใช้เครื่องมือ ในการตัดดอกปะปนกับต้นเป็นโรคอื่น ๆ เลย จึงทำให้ไม่มีการติดโรคไวรัสในกล้วยไม้พันธุ์ดังกล่าว ดังนั้นการป้องกันโรคไวรัสที่เกิดจากเชื้อ ORSV และ CyMV เกษตรกรทำได้โดยตรวจสอบ คัดเลือกพันธุ์ให้ปลอดโรคไวรัสก่อนขยายพันธุ์ โดยสามารถส่งตรวจที่คลินิกพืชของกองโรคพืชและจุลชีววิทยา กรมวิชาการเกษตร ซึ่งเป็นกลุ่มงานไวรัสวิทยา จะทำการตรวจสอบเชื้อไวรัสทั้งสองชนิดนี้ ด้วยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้ง 3 วิธีประกอบกันคือ ใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน Nitrocellulose membrane-Enzym link immuno sorbent assay เทคนิค (NCM-ELISA) โดยใช้แอนติซีรัมของเชื้อไวรัสทั้งชนิด และวิธี Reverse transcription-polymerase chain reaction (RT-PCR) โดยใช้ DNA ตั้งต้น (primers) ของเชื้อทั้งสองชนิด


                การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติต่อกล้วยไม้ก่อนส่งออก ต้องพิจารณาตามความเหมาะสมของลักษณะของกล้วยไม้ที่ส่งออกในรูปต่าง ๆ คือ


                1. ส่งในรูปไม้ตัดดอก ศัตรูพืชที่อาจมีติดไปได้แก่ เพลี้ยไฟ หอยทาก หนอนและแมลงอื่น ๆ เชื้อราและแบคทีเรีย หลังจากตัดดอกมาแล้วต้องรมด้วยก๊าซเมทิลโบรไมด์ อัตรา 4 กรัมต่อลูกบาศก์เมตรของโรงรมแบบปิด รมนาน 90 นาที หรือ จุ่มด้วยสารเคมีฆ่าไรในอัตราเดียวกับที่ใช้ในแปลงปลูก จุ่มเพียง 5 วินาที ส่วนหอยทาก หนอน และแมลงต้องตรวจคัดเลือกเอาออกให้หมด คัดเลือกส่วนที่มีอาการของโรคและเชื้อราแบคทีเรียออกให้หมด ทางที่ดีควรป้องกันกำจัดตั้งแต่ก่อนเก็บเกี่ยว


                2. ส่งออกในรูปต้นและไม้กระถาง ต้องระวังเรื่องโรคไวรัส ซึ่งต้องปฏิบัติตามหลักการที่กล่าวข้างต้นเกี่ยวกับไวรัส เพราะถ้าต้นติดเชื้อแล้วบางประเทศไม่ซื้อ ส่วนเชื้อราและแบคทีเรียต้องไม่ให้ติดไปกับต้นอาจต้องพ่นสารป้องกันไปด้วย ในบางกรณี หนอน หอยทาก และแมลงอื่น ๆ ต้องเลือกออกให้หมด


                3. ส่งออกลูกกล้วยไม้ในขวด โรคที่เกิดเป็นปัญหาที่ส่งออกไม่ได้คือโรคไวรัส ซึ่งต้องปฏิบัติการคัดเลือกต้นปลอดโรคมาขยายพันธุ์ตั้งแต่แรก ก็จะได้ต้นปลอดโรคทั้งหมด


 


เอกสารประกอบการเรียบเรียง


นิยมรัฐ ไตรศรี. 2542. โรคของกล้วยไม้และการป้องกันกำจัด. กองโรคพืชและจุลชีววิทยา กรมวิชาการเกษตร. 


               ISBN 974-7465-52-3. 50 หน้า.


นิรนาม 2532. การผลิตและการค้ากล้วยไม้. งานไม้ดอกไม้ประดับ กลุ่มพืชสวน กองส่งเสริมพืชพันธุ์


               กรมส่งเสริมการเกษตร. 60 หน้า


ปิยรัตน์ เขียนมีสุข ไพศาล รัตนเสถียร วัฒนา จารณศรี ศิริณี พูนชัยศรี ชมพูนุท จรรยาเพศ และศรีสุดา โท้ทอง.


               2543. แมลง-สัตว์ศัตรูกล้วยไม้. กองกีฏและสัตววิทยา ISBN 974-7466-11-2. 32 หน้า.


ปิยรัตน์ เขียนมีสุข ศิริณี พูนชัยศรี และไพศาล รัตนเสถียร. 2542. เพลี้ยไฟฝ้ายศัตรูกล้วยไม้. เอกสารแผ่นพับ


               เผยแพร่ของกลุ่มงานวิจัยแมลงศัตรูผัก ไม้ดอกและไม้ประดับ. กองกีฏและสัตววิทยา กรมวิชาการเกษตร.


สุรภี กีรติยะอังกูร. 2536. Cymbidium mosaic virus และ Odontoglossum ring spot virus ของกล้วยไม้.


               หน้า 88-106 ใน เอกสารเผยแพร่วิชาการโรคพืชและจุลชีววิทยา กองโรคพืชและจุลชีววิทยา


               กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.


สุรภี กีรติยะอังกูร. 2540. โรคไวรัสของไม้ดอกไม้ประดับ. กลุ่มงานไวรัสวิทยา กองโรคพืชและจุลชีววิทยา


               กรมวิชาการเกษตร 122 หน้า.


ที่มา : 2 ทศวรรษ สมาคมนักโรคพืชแห่งประเทศไทย. 27 ตุลาคม 2543. หน้า 34-37.