พืชเศรษฐกิจ - พืชพลังงาน, พืชเศรษฐกิจ-พืชพลังงาน

กระตุ้นปาล์มน้ำมัน “แทงช่อดอก” ที่ พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี

fiogf49gjkf0d

คุณอนันต์  แซ่กวาง  (ร้านกรุณาการเกษตร)นักส่งเสริมการตลาดของชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ในพื้นที่เขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้กล่าวถึงการนำภูไมท์ซัลเฟตและฮอร์โมนไข่ไปกระตุ้นการแทงช่อดอกของปาล์มน้ำมันในพื้นที่ของเกษตรกร ซึ่ง คุณอนันต์ กล่าวว่าในช่วงแรก ๆ ให้เกษตรกรหรือลูกไร่ ใช้ภูไมท์ซัลเฟตผสมกับปุ๋ยเคมีสูตรต่างๆ ( ตามที่เคยใช้อยู่ อัตรา 2 : 5 หรือ ภูไมท์ซัลเฟต 1 กระสอบต่อปุ๋ยเคมี 1 กระสอบ เพื่อให้สะดวกในการนำไปใช้) สำหรับการนำไปใช้ก็ให้ใส่ปุ๋ย+ภูไมท์ซัลเฟต ในปริมาณเดิม เช่น ท่านเคยใส่ปุ๋ยเคมีเท่าไร่ ก็ให้ใส่ตามปกติ  จากการสังเกตในระยะเวลา 1 เดือนพบว่า ปาล์มน้ำมัน อายุ 5 ปี ซึ่งเป็นปาล์มน้ำมันที่เริ่มให้ผลผลิตในปีที่ 2  ใบมีลักษณะสีเขียวเข็ม ก้านทางใบแข็งแรง เวลาลมพัดไม่เปราะหักง่าย  ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจแก่เกษตรกร

fiogf49gjkf0d

ต่อมาลองให้เกษตรกรในพื้นที่ดังกล่าวลองฉีดพ่นฮอร์โมนไข่ร่วมด้วย ในอัตรา 30 ซีซี.ต่อน้ำเปล่า 200 ลิตร โดยฉีดพ่นทั่วแปลงทั้งส่วนใบและบริเวณรอบทรงพุ่ม โดยเฉพาะส่วนใต้ใบฉีดพ่นให้ชุ่มโชก เนื่องจากปากใบอยู่บริเวณส่วนไต้ใบมากกว่าบนใบ และได้ลองสังเกตเช่นเดียวกันปรากฏว่า ใบปาล์มน้ำมันมีสีเขียวเข็ม  ก้านทางใบแข็งแรง เวลาลมพัดไม่เปราะหักง่าย ผลผลิตเพิ่มจากเดิม 20 – 30 เปอร์เซ็นต์ซึ่งสามารถจำแนกการทำงานหรือการไปใช้ของต้นปาล์มน้ำมันได้ดังนี้

1.ภูไมท์ซัลเฟต  : ประโยชน์ของมีดังนี้

?         ซิลิซิค แอซิค/เนื้อภูไมท์   : ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่เซลล์พืช ลดการเข้าทำลายของแมลง ไร รา ศัตรูโรค  * หากกรณีใส่ทางดิน ช่วยเพิ่มซิลิก้าในดิน ตรึงสารพิษไม่ให้เป็นอันตรายต่อพืช และช่วยอุ้มน้ำป้องกันดินแห้ง

?         แคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3 ): ช่วยในการแบ่งเซลล์ที่ปลายรากและยอด  ช่วยสร้างโครงสร้างของโครโมโซม  ช่วยในการทำงานของเอนไซม์และธาตุบางธาตุ  ช่วยลดความเป็นพิษจากสารพิษต่าง ๆ  เช่น  กรดออกซาลิก  ช่วยในการงอกและการเจริญเติบโตของละอองเกสรตัวผู้ (pollen) ส่งเสริมการเกิดปมที่รากในพืชตระกูลถั่ว

?         แมกนีเซียมคาร์บอเนต (MgCO3 ) : เป็นองค์ประกอบของคลอโรฟิลล์ เอนไซม์ เช่น Carboxylase  ช่วยสร้างเม็ดสี (pigments)  และสารสีเขียว  ช่วยในการเคลื่อนย้ายน้ำตาลในพืช  ร่วมกับกำมะถันในการสังเคราะห์น้ำมัน   ในการดูดฟอสฟอรัสและควบคุมปริมาณแคลเซียมในพืช

?         ฟอสฟอริก แอซิค ( H2PO4 ): ช่วยในการสังเคราะห์แสง  สร้างแป้งและน้ำตาล  ส่งเสริมการเจริญเติบโตของรากทำให้ลำต้นแข็งแรงไม่ล้มง่ายและต้านทานโรค  ช่วยให้พืชแก่เร็ว  ช่วยในการสร้างดอกและเมล็ด  และช่วยให้พืชดูดไนโตรเจน โพแทสเซียมและโมลิบดินัมได้ดีขึ้น

?         ซัลเฟต (So42- ): ช่วยการเจริญเติบโตของราก  เป็นส่วนประกอบของสารประกอบหลายชนิดเช่น วิตามินบี 1 และ บี 3 กรดอมิโน Cystine สารระเหยซึ่งให้กลิ่นเฉพาะตัวในพืช เช่น หอม กะหล่ำปลี มัสตาร์ด ช่วยสร้าง คลอโรฟีลล์และช่วยในกระบวนการสังเคราะห์แสง  เพิ่มไขมันในพืชและควบคุมการทำงานของแคลเซียม

?         เหล็ก  (Fe): เป็นองค์ประกอบของเอนไซม์สำหรับสร้างคลอโรฟีลล์  และของ Cytochrome ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการหายใจ  ช่วยสร้างโปรตีนส่งเสริมให้เกิดปมที่รากถั่วและช่วยดูดธาตุอาหารอื่น

?         สังกะสี (Zn) : ช่วยในการสังเคราะห์โปรตีน  คลอโรฟีลล์และฮอร์โมน IAA (Indole Acetic Acid) เป็นส่วนประกอบของผนังเซลล์และเอนไซม์หลายชนิดเช่น Carbonic anhydrase Alcoholic dehydrogenase เป็นต้น ช่วยให้ฟอสฟอรัสและไนโตรเจนเป็นประโยชน์ต่อพืชมากขึ้น  ช่วยให้พืชเจริญเติบโตเป็นปกติมีส่วนการขยายพันธุ์พืชบางชนิดและมีผลต่อการแก่และการสุดของพืช

2. ฮอร์โมนไข่ : มีประโยชน์ ดังนี้

?         แคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3 ): ซึ่งได้จากเปลือกไข่จะช่วยในการแบ่งเซลล์ที่ปลายรากและยอด  ช่วยสร้างโครงสร้างของโครโมโซม  ช่วยในการทำงานของเอนไซม์และธาตุบางธาตุ  ช่วยลดความเป็นพิษจากสารพิษต่าง ๆ  เช่น  กรดออกซาลิก  ช่วยในการงอกและการเจริญเติบโตของละอองเกสรตัวผู้ (pollen)

?         กรดอมิโน วิตามิน และเกลือแร่ : ช่วยในขบวนการสังเคราะห์แสงพืช เพิ่มพลังงานให้แก่จุลินทรีย์ในดิน ทำให้ดินมีชีวิต

?         ฟอสฟอริก แอซิค ( H2PO4 ): ช่วยในขบวนการสังเคราะห์แสง  สร้างแป้งและน้ำตาล  ส่งเสริมการเจริญเติบโตของรากทำให้ลำต้นแข็งแรงไม่ล้มง่ายและต้านทานโรค  ช่วยให้พืชแก่เร็ว  ช่วยในการสร้างดอกและเมล็ด  และช่วยให้พืชดูดไนโตรเจน โพแทสเซียมและโมลิบดินัมได้ดีขึ้น

?         เหล็ก  (Fe): เป็นองค์ประกอบของเอนไซม์สำหรับสร้างคลอโรฟีลล์  และของ Cytochrome ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการหายใจ  ช่วยสร้างโปรตีนส่งเสริมให้เกิดปมที่รากถั่วและช่วยดูดธาตุอาหารอื่น

?         สังกะสี (Zn) : ช่วยในการสังเคราะห์โปรตีน  คลอโรฟีลล์และฮอร์โมน IAA (Indole Acetic Acid) เป็นส่วนประกอบของผนังเซลล์และเอนไซม์หลายชนิดเช่น Carbonic anhydrase Alcoholic dehydrogenase เป็นต้น ช่วยให้ฟอสฟอรัสและไนโตรเจนเป็นประโยชน์ต่อพืชมากขึ้น  ช่วยให้พืชเจริญเติบโตเป็นปกติมีส่วนการขยายพันธุ์พืชบางชนิดและมีผลต่อการแก่และการสุดของพืช

?         คาร์บอนไดอ๊อกไซด์ (CO2) : ช่วยในขนวนการสังเคราะห์แสง การสร้างแป้งและน้ำตาลของพืช

?         กลุ่มจุลินทรีย์ : ช่วยในขบวนการย่อยสลายซากพืชซากสัตว์ เพิ่มธาตุอาหารในดิน ประโยชน์ในการสังเคราะห์แสง

สำหรับเกษตรกรที่ต้องการใช้ฮอร์โมนไข่เร่งการออกดอกของพืชให้ใช้ในอัตราส่วน 2-3 ซีซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นในช่วงเช้าหรือเย็น 7-10 วัน/ครั้ง

          กรณีที่ใช้ในไม้ผลไม้ว่าจะเป็นการผลิต ในหรือนอกฤดูกาล เกษตรกรต้องบำรุงต้นพืชให้สมบูรณ์ที่สุดก่อน แล้วค่อยเร่งการออกดอกด้วยฮอร์โมนไข่โดยเริ่มฉีดพ่นตั้งแต่ติดใบอ่อนรุ่นที่ 3 ประมาณ 30-45 วัน ไม้ผลจะติดดอก 50-80 เปอร์เซ็นต์ ของทรงพุ่มต้องหยุดฉีดพ่นฮอร์โมนไข่ทันที ถ้าฝืนพ่นต่อไปจะทำให้ดอกร่วง เนื่องจากฮอร์โมนไข่สูตรนี้มีความเข้มข้นและความเค็มสูง ถ้าต้องการให้ออกดอกนอกฤดูต้องให้มีช่วงฝนทิ้งช่วงหรือทิ้งช่วงการให้น้ำ 14-21 วัน/ครั้ง แล้วฉีดพ่นด้วยฮอร์โมนไข่ 7-10 วัน /ครั้ง ไม้ผลก็จะออกดอก จากนั้นฉีดพ่นซิลิโคเทรซ  5 – 10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร  7 – 15 วัน / ครั้ง เพื่อบำรุงผลผลิตให้สมบูรณ์

          กรณีที่ใช้ในข้าว พืชไร่ พืชผักและไม้ดอกไม้ประดับ ควรฉีดพ่นตั้งแต่พืชตั้งตัวได้จนถึงออกดอกเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ จึงหยุดพ่น แต่ไม่ควรใช้ฮอร์โมนไข่เร่งดอกในพืชผักกินใบ เช่น คะน้า ผักกาดขาว ผักกาดหอม เพราะพืชผักเหล่านี้จะออกดอก ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพต่ำ และขายไม่ได้ราคา

สำหรับเกษตรกรท่านใดสนใจหรือสอบถามแลกเปลี่ยนข้อมูลสามารถติดต่อได้ที่ คุณ อนันต์  แซ่กวาง  (ร้านกรุณาการเกษตร ) ถ.พุนพิน – หนองขลี  อ.พุนพิน  จ.สุราษฎร์ธานี  โทร.081-3267399

 

รายงงานโดยเอกรินทร์  ช่วยชู   (นักวิชาการ 081-398-3128)

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ  www.thaigreenagro.com

วันพุธที่ 1 เมษายน  2552   เสนอแนะติชม  thaigreenagro@gmail.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *