ปลาสวยงามอื่นๆ, ปลาสวยงาม

กรมประมงเพาะปลาเสือพ่นน้ำสำเร็จครั้งแรกของโลก

NULL

ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดนครสวรรค์มีนาย ชัยศิริ ศิริกุล เป็นผู้อำนวยการ ประสบความสำเร็จในการเพาะและอนุบาลลูกปลาเสือพ่นน้ำ โดยขณะนี้ลูกปลาเสือพ่นน้ำมีอายุ 42 วัน ซึ่งมั่นใจว่าลูกปลาจะเติบโตเป็นพ่อแม่พันธุ์ในอนาคต ย่อมถือว่าประเทศไทยประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ปลาเสือพ่นน้ำอย่างสมบูรณ์เป็นครั้งแรกของโลก โดยลูกปลาที่ประสบความสำเร็จในการอนุบาลครั้งนี้ได้ฟักตัวตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา

fiogf49gjkf0d

          นาย สิทธิ บุณยรัตผลิน อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า การดำเนินการเพาะพันธุ์ปลาเสือพ่นน้ำของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดนครสวรรค์ ได้เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา โดยรวบรวมปลาเสือพ่นน้ำในบึงบอระเพ็ดมาเลี้ยงและหาวิธีการเพาะและอนุบาล โดยวิธีการจับคู่และให้พ่อแม่ปลาผสมพันธุ์กันเอง ศูนย์ฯ ประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์หลายครั้งแต่ไม่สามารถอนุบาลลูกปลาให้มีชีวิตรอดได้ ลูกปลามีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 5-7 วันก็ตายหมด ศูนย์ ได้พยายามค้นหาวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้สามารถอนุบาลลูกปลาให้มีชีวิตรอดเรื่อยมาจนกระทั่งประสบความสำเร็จในครั้งนี้ด้วยการอนุบาลในบ่อซีเมนต์ขนาด 2 x 4 เมตร น้ำลึก 50 เซนติเมตร ความหนาแน่นลูกปลา 1,750 ตัว ใช้น้ำขุ่นในการอนุบาล ให้อาหารเป็นไข่แดงต้ม รำละเอียดและไรน้ำ ใช้เวลาอนุบาล 17 วัน ลูกปลาจึงแข็งแรงไม่มีอาการช็อกได้ง่าย รวมทั้งมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมและเมื่อได้รับผลกระทบจะช็อกตาย

          ปลาเสือพ่นน้ำหรือ ARCHER FISH มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Toxotes chatareus มีลักษณะเด่นคือ ลำตัวสีเหลืองลายเต่าเหมือนเสือจึงได้ชื่อว่าปลาเสือ บริเวณท้องสีขาวเงิน สีครีบ หลังและครีบก้นเป็นสีเหลืองมีขอบเป็นสีดำ ครีบหางสีเข้มกว่าเป็นสีส้มอมเหลือง ขนาดโดยทั่วไปเฉลี่ยไม่เกิน 20 ซม. ขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยพบ 25 ซม. อุปนิสัยเป็นปลาก้าวร้าว ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงและลอยตัวอยู่ใกล้ระดับผิวน้ำเพื่อคอยจับแมลง เป็นปลาที่คล่องแคล่วว่องไวและว่ายน้ำเร็วมาก ปลาเสือพ่นน้ำมีความพิเศษอยู่ 2 ประการคือ สามารถพ่นน้ำได้สูงถึง 1.5 เมตร จากผิวน้ำและสามารถมองเห็นวัตถุที่อยู่เหนือน้ำได้เป็นระยะห่าง 3- 4 ฟุต เนื่องจากมีตาค่อนไปทางด้านบนจึงสามารถมองเห็นผิวน้ำได้ดี ซึ่งเป็นการปรับตัวให้เหมาะสมกับการกินแมลงโดยมีวิวัฒนาการให้เกิดช่องใต้เพดานเพื่อให้สามารถพ่นน้ำออกไปเป็นลำได้ในระยะไกลพอสมควร โดยแรงอัดของแผ่นปิดเหงือกสามารถพ่นน้ำไปโดยแมลงที่เกาะอยู่ตามฝั่งหรือใบไม้ริมฝั่งได้อย่างแม่นยำ ทำให้แมลงตกสู่ผิวน้ำและกินเป็นอาหาร

          อธิบดีกรมประมงกล่าวในตอนท้ายว่า ปัจจุบันปลาเสือพ่นน้ำในบึงบอระเพ็ดมีจำนวนน้อยลงและมีโอกาสสูญพันธุ์ได้ สมควรให้มีการอนุรักษ์ไว้ ดังนั้น จากความสำเร็จในการเพาะและอนุบาลลูกปลาเสือพ่นน้ำครั้งนี้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดนครสวรรค์จะนำลูกปลาเสือพ่นน้ำที่เพาะพันธุ์ได้ใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์ปลาเสือพ่นน้ำระยะต่อไป ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถทดแทนปลาเสือพ่นน้ำที่จับจากธรรมชาติได้ อย่างไรก็ตาม ปลาเสือพ่นน้ำเป็นปลาสวยงามเศรษฐกิจที่กำลังมีอนาคตสดใส เพราะเป็นปลาที่มีสีสันสวยงาม โดยราคาซื้อขายในปัจจุบันอยู่ที่ตัวละ 100 บาท ความสำเร็จครั้งนี้ยังจะนำไปสู่การส่งเสริมการเลี้ยงปลาเสือพ่นน้ำในเชิงพาณิชย์ได้ในอนาคต โดยการเลี้ยงปลาเสือพ่นน้ำไม่ได้มีความยุ่งยากเพราะสามารถฝึกปลาให้กินอาหารสำเร็จรูปได้

          เกษตรกรผู้สนใจเลี้ยงปลาเสือพ่นน้ำ สามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดนครสวรรค์ โทร. 0-5623-0183 ในวันและเวลาราชการ

ที่มา : ทิศทางเกษตร. นสพ.เดลินิวส์ ฉ.20,326 วันอังคารที่ 7 มิ.ย. 2548 หน้า 12