พลังงานและสิ่งแวดล้อม, ข่าวเกษตร

กรมชลพร่องน้ำเขื่อนรับมือ “นกเตน”

fiogf49gjkf0d

กรมชลคุมเข้มการบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูฝน
สั่งพร่องน้ำออกจากเขื่อนทั่วประเทศ หลังประสบผลสำเร็จในการวางแผนรับมือ
นกเตนห่วงน้ำจากแม่น้ำยมกระทบต่อพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา
รุกวางแผนรับมือ


นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน
เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำว่าจากที่พายุโซนร้อน
นกเตน  ซึ่งได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำตามลำดับ ปกคลุมบริเวณภาคเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จนทำให้เกิดฝนตกหนักน้ำท่วมในหลายพื้นที่ในขณะนี้นั้น ได้ส่งผลให้เขื่อนขนาดใหญ่หลายแห่งมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น
แต่ยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีกจำนวนมาก ทั้งนี้เนื่องจากกรมชลประทานได้วางแผนบริหารจัดการน้ำ
โดยได้พร่องน้ำออกจากเขื่อนไว้ล่วงหน้าแล้ว หากมีพายุลูกใหม่เข้ามาเขื่อนขนาดใหญ่ก็ยังสามารถรองรับน้ำได้อีก
จะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อนในเขตชลประทานอย่างแน่นอน
 

องอธิบดีกรมชลประทานกล่าวต่อว่า ขณะนี้กรมชลประทานได้วางแผนบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยได้ลดระดับการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาทลง พร้อมทั้งได้พร่องน้ำในระบบชลประทานทั้งหมด เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณน้ำเหนือที่จะไหลลงมาให้ได้มากที่สุด ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านและพื้นที่เกษตร กรรมน้อยที่สุด นอกจากนี้ยังได้ทำการพร่องน้ำออกจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี ให้เหลือปริมาณน้ำประมาณร้อยละ 30 ของปริมาณความจุ เพื่อรองรับปริมาณน้ำเหนือจากลุ่มน้ำป่าสักให้ได้มากที่สุด ซึ่งขณะนี้เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำ 270 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถรับน้ำได้อีกกว่า 500 ล้านลูกบาศก์เมตร

นายฎรงศ์กร
สมตน ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่
12 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างกล่าวเสริมว่า เพื่อเป็นการเตรียมรับมือกับน้ำเหนือที่จะไหลลงมา กรมชลประทานร่วมกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นได้จัดทำคันดินขนาดเล็กและ เสริมแนวกระสอบทราย พร้อมทั้งกำจัดวัชพืชที่ขวางทางน้ำให้กับพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ รวมทั้งให้ติดตามสถานการณ์น้ำเพื่อแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังได้เตรียมพื้นที่ที่เป็นแก้มลิงธรรมชาติไว้ เช่น บริเวณทุ่งผักไห่ ทุ่งบางบาน ทุ่งสองพี่น้อง เป็นต้น

fiogf49gjkf0d

ที่มา : หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันที่ 5 สิงหาคม 2554