Uncategorized, การเกษตร

สุเทพโวดันราคายางพาราแตะกิโลฯละ80บาท

fiogf49gjkf0d

สุเทพแถลงข่าวรัฐบาลตั้งเป้าดันราคายางพาราให้แตะกิโลฯ ละ 80 บาท ในเดือน ก.พ. 2553 อ้างรีบแจ้งข่าวเพื่อให้ชาวสวนตรียมตัว พ่อค้าไม่เจ็บตัว…


 


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (13 ต.ค.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ พร้อมด้วยนายวีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีประสำนักนายกรัฐมนตรี และนายศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แถลงข่าวระบุว่าจะทำให้เกษตรกรขายยางพาราแผ่นได้ในราคา 80 บาทต่อกิโลกรัม


 


นายสุเทพ กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การบริหารงานของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินการวางมาตรการรักษาเสถียรภาพราคายางในประเทศ โดยตั้งเป้าหมายชัดเจนว่า จะพยายามผลักดันราคายางแผ่นดิบรมควัน ให้อยู่ในราคา 80 บาท ต่อกิโลกรัมในเดือน ก.พ. 2553 และจะพยายามรักษาเสถียรภาพราคายางในระ    ดับนี้ เป็นการถาวรต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่มีกำหนด จึงต้องถือโอกาสนี้ รีบแจ้งข้อมูลให้เกษตรกรรับทราบเพื่อที่    จะได้ไม่รีบขายยาง รวมถึงผู้ประกอบการรับซื้อยาง จะได้เตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อไม่ให้มีใครเจ็บ      ตัวในภายหลัง

fiogf49gjkf0d

 


รองนายกฯ กล่าวต่อว่า ขอยืนยันว่าการที่รัฐบาลออกมาประกาศราคายางล่วงหน้าแบบนี้ไม่ใช่การปั่นราคาให้สูงขึ้น หรือหลอกให้ความหวังกับประชาชน แต่เป็นเพราะมีความมั่นใจว่า แนวทางที่รัฐบาลเตรียมพร้อมไว้ขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นการหารือถึงความร่วมมือในการผลิตสินค้ากับประเทศผู้ผลิตยาง เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย และการเจรจาหาตลาดรองรับสินค้ากับ ประเทศผู้รับซื้อยาง เช่น จีน รวมถึงมาตรการสนับสนุนเงินทุนให้เกษตรกร วงเงิน 8,000 ล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติไปก่อนหน้านี้ เพื่อนำไปใช้ในการเก็บสต็อกให้ได้ตามเป้าหมาย 200,000 ตัน จะทำให้ราคายางปรับเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ราคา 80 บาทต่อกิโลกรัมตามที่ตั้งเป้าหมายไว้อย่างแน่นอน ซึ่งเท่าที่ทราบขณะนี้ราคายาง อยู่ในระดับ 60- 70 บาท ต่อกิโลกรัม ซึ่งการประกาศราคา 80 บาท ต่อกิโลกรัมล่วงหน้าไม่ได้เป็นการกดดันตลาด


 


ด้านนายวีระชัย กล่าวว่า ได้เจรจากับกลุ่มประเทศผู้ซื้อรายใหญ่อย่างจีนและญี่ปุ่น เพื่อซื้อผลิตภัณฑ์ยางจากไทย ซึ่งสอดคล้องกับแผนการของประเทศจีน ที่จะเป็นแหล่งผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกภายในอีก 10 ปี ทั้งนี้    เมื่อรัฐบาลจะทำอะไรอยากจะออกมาพูดให้ชัด และเรื่องนี้มีการคิดไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ราคายางกิโลกรัมละ 37 บาท ตามที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้เร่งดำเนินการ ถ้ารัฐบาลไม่ประกาศชัดเจน จะมีบางได้กำไร-ขาดทุ


 


ขณะที่นายศุภชัย กล่าวว่า ขณะนี้มีความชัดเจนแล้วว่า รัฐบาลจะเดินหน้าโครงการขยายพื้นที่เพาะปลูกยางพารา ในเขตภาคอีสาน และเหนือระยะที่ 2 อย่างแน่นอน เนื่องจากเห็นว่า ความต้องการใช้ยางพาราในตลาดโลกยังมีสูง เพียงพอที่จะร้องรับปริมาณผลผลิตที่จะออกมาเพิ่มเติมได้อย่างแน่นอน เพราะกว่าที่ยางใหม่จะให้ผลผลิตน้ำยาง ต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 6-7 ปี และยางที่ลงทุนปลูกไป นอกจากจะช่วยให้เกษตรกร มีรายได้เพิ่มขึ้น แล้ว ยังสามารเข้าร่วมโครงการคาร์บอนเครดิตได้ด้วย เพราะการปลูกยางให้ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมเทียบเท่ากับการปลูกป่า ซึ่งในเบื้องต้นนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้เห็นชอบในหลักการเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว


 


โครงการกล้ายาง 1 ล้านไร่ เฟส 2 มาจากความต้องการของเกษตรกร ที่ยื่นเรื่องเข้ามาที่กระทรวงเกษตรฯ โดยเป้าหมายกล้ายางที่จะปลูกใหม่จะอยู่ที่ 1-2 ล้านไร่ คาดว่าจะใช้เวลาในการพิจารณารายละเอียดขั้นตอนการดำเนินงาน ภายใน 2-3 สัปดาห์ จากนั้นจะนำกลับมาเสนอให้คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ พิจารณาอีกครั้ง ก่อนเสนอให้ ครม.พิจารณาต่อไป ขณะนี้ยังไม่ทราบว่ากล้ายางจะมาจากที่ไหน และ รูปแบบจะเป็นอย่างไร คงต้องรอแผนปฏิบัติที่ชัดเจนในการประชุมคณะกรรมการยางครั้งหน้ารมช.เกษตรฯ กล่าว


 


ที่มา:หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 14 ตุลาคม 2552


http://www.thairath.co.th/content/eco/39472

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *