นิดหนึ่งนี้อุทิศแด่ชาวนา     ผู้ต่ำต้อยน้อยหน้าเหลือแสน    ลำบากยากจนข้นแค้น   ไป่แม้นชาวฟ้ามหานคร   โดย. อาจารย์ดีพร้อม ไชยวงศ์เกียรติ
28 เมษายน 2558


ยินดีต้อนรับ  Guest
ชื่อสมาชิก:
รหัสผ่าน:
     
จำนวนสมาชิก : (6903)
สมัครสมาชิก  ลืมรหัสผ่าน
          Social Network
fan page tawizter youtube
ค้นหา:  
ลิ้งในฐานข้อมูล (17676 )
Skip Navigation Links.

www.dbd.go.th






แลกลิ้ง






ติดต่อแลกลิ้งติดต่อกลับ thaigreenagro@gmail.com


www.thaigreenagro.com







หมวดหมู่:  คุณค่าน่ารู้เกี่ยวกับจุลินทรีย์   จำนวน:   142   บทความ  
จุลินทรีย์ (143)
12345678910...>>
 
แมลงหวี่ แมลงรำคาญรบกวนดอกเห็ด (อ่าน 61 ครั้ง)
วันที่: 16 เม.ย. 2558, 7:42:57 น.
หมวดหมู่: คุณค่าน่ารู้เกี่ยวกับจุลินทรีย์  หมวดหมู่ย่อย:  จุลินทรีย์
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ บีเอสพลายแก้ว เห็ดผลการค้นหารูปภาพสำหรับ บีเอสพลายแก้ว เห็ดผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ไทเกอร์เฮิร์บ

เห็ดคือแหล่งอาหารที่สำคัญในอนาคตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศโลกที่รุนแรง ฉับไว และยากที่จะควบคุม ทำให้พืชผลทางการเกษตรหลายชนิดผลิตยากขึ้น ไม่เพียงพอกับความต้องการ ประชากรกว่าพันล้านคนต้องขาดสารอาหาร เห็ดเป็นอาหารที่สามารถแทนพืชได้อย่างสมบูรณ์ และง่ายในการผลิตภายใต้สภาวะอากาศเช่นนี้ ควบคุมดูแลก็ง่าย ไม่ต้องใช้เคมี พื้นที่น้อย ต้นทุนไม่สูง ไม่ต้องใช้ฮอร์โมนหรือปุ๋ยใดๆ เร่งการเจริญเติบโต นอกจากเป็นอาหารแล้วเห็ดยังเป็นยารักษาโรคได้อีกด้วย

ปัญหาการหนอนแมลงหวี่ แมลงวันเข้าทำลายมักเกิดขึ้นหลังเปิดดอกเห็ด ซึ่งจะมีทั้งหนอนขนาดเล็กสีน้ำตาล จนถึงขนาดใหญ่เท่าหัวไม้ขีด กัดกินทำลายเส้นใยทำให้ก้อนเห็ดเน่าเสีย ทำให้อายุเก็บเกี่ยวสั้นลง นอกจากนั้นตัวเต็มวัยยังสร้างความรำคาญแก่ผู้ที่ปฏิบัติงานในโรงเรือนเห็ด ซึ่งปัญหาที่ว่านี้ไม่ควรแก้ปัญหาโดยการฉีดพ่นสารเคมี เพราะเห็ดเจริญเติบโตไว ต้องเก็บจำหน่ายทุกวัน หากฉีดพ่นสารเคมีจะส่งผลทำให้ผู้บริโภคได้รับอันตรายได้  ผู้เพาะเห็ดที่มีคุณธรรมจะไม่ใช้สารเคมีในการแก้ปัญหาที่ว่านี้ แต่จะเน้นการจัดการฟาร์มให้สะอาด ให้มีอากาศถ่ายเทสะดวก และกำจัดก้อนเชื้อเห็ดที่มีตัวหนอนทำลายไม่ให้มีการแพร่ระบาดต่อ ส่วนการควบคุมป้องกันนั้นต้องคอยหมั่นตรวจดูความผิดปกติที่จะเกิดขึ้นกับเห็ดอย่างสม่ำเสมอ โดยเน้นการป้องกันมากกว่าการกำจัด ซึ่งมีขั้นตอนการจัดการดังต่อไปนี้

1. ทำความสะอาดโรงเรือนเพาะหรือหากเป็นโรงเรือนเก่าที่เคยเพาะเห็ดมาแล้วควรว่างเว้น พักทำความสะอาด กำจัดแมลง ไรและเชื้อรา

2. คัดเลือกเชื้อพันธุ์เห็ดหรือก้อนเชื้อเห็ดจากแหล่งผลิตที่ไม่มีประวัติการระบาดทำลายของแมลงวันศัตรูเห็ดมาก่อน  หากไม่ทราบแหล่งที่มาของถุงก้อนเชื้อเห็ด ในขณะที่เส้นใยเห็ดเดินมากกว่า 25 % หรือก่อนเปิดดอกควรฉีดพ่น ด้วยสมุนไพรรวมไทเกอร์เฮิร์ป ซึ่งมีขมิ้นชัน,ฟ้าทะลายโจร,ตะไคร้หอมเป็นส่วนผสม ในอัตรา 5-10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ตรงก้อนและบริเวณรอบๆ ที่บ่มก้อนเชื้อ

3.ก่อนนำเข้าเปิดดอกในโรงเรือนควรคัดทิ้งถุงก้อนเชื้อเห็ดที่แสดงอาการเข้าทำลายของแมลง โรค เชื้อราและไร หรือหากไม่แน่ใจควรแยกกองไว้ต่างหาก

4. ติดตั้งกับดักกาวเหนียวสีเหลืองจำนวน 8-10 จุดต่อโรงเรือน แขวนสูงจากพื้นโรงเรือน 1.50 -1.80 เมตร ซึ่งไม่ขวางหรือเกะกะการเข้าปฏิบัติงานและควรเปลี่ยนกับดักกาวเหนียว เมื่อพบว่ามีตัวแมลงมาติดจนเต็มหรือประมาณ 45-60 วันครั้ง

5. ช่วงเปิดดอกหากพบมีการระบาดของหนอนรุนแรงให้ใช้เชื้อบีทีชีวภาพ หมักขยายเชื้อด้วยน้ำมะพร้าวอ่อน (วิธีตามฉลากข้างกระป๋อง) นาน 24 -48ชั่วโมง ก่อนนำมาผสมน้ำเปล่า 20 ลิตร ฉีดพ่นทั่วทั้งก้อนแต่ไม่แฉะเกินไป 1-2 วันครั้ง ติดต่อกัน 3ครั้ง จะช่วยลดปัญหาได้ถึง 80 -90 % ลดความเสียหายของผลผลิตได้เป็นอย่างดี

6.ช่วงเก็บดอกหากพบแมลงวันบินไป-มามากผิดปกติ ให้ฉีดพ่นด้วยสมุนไพรรวมไทเกอร์เฮิร์ปรอบๆ โรงเรือนเว้นระยะประมาณ 4-5 วันครั้ง และเพิ่มจำนวนกับดักกาวเหนียวเหลืองเป็น 16 -20 จุดต่อโรงเรือน และควรแขวนไว้ใกล้ๆ มุมอับ เนื่องจากตัวเต็มวัยของแมลงวันชอบเกาะอยู่ที่มุมอับของโรงเรือน

7.เมื่อสิ้นสุดการเก็บดอกเห็ดแล้ว ถุงก้อนเชื้อเห็ดที่พบการทำลายของหนอนแมลงวันควรทำการฝังหรือเผาทิ้ง เพื่อทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลง เชื้อโรคและไรศัตรูเห็ด ไมให้แพร่กระจายเข้าสู่โรงเรือนเพาะเห็ดข้างเคียงต่อไป

8.การพักโรงเรือนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นในระหว่างพักโรงเรือน เปิดโรงเรือนทิ้งไว้ 5-7 วัน จากนั้นทำความสะอาดด้วยน้ำยาเดทตอลอัตรา 2-3 ช้อนแกงต่อน้ำ 20 ลิตร หรือผงซักฟอก เมื่อแห้งแล้วจึงปิดโรงเรือน 7-10 วัน แล้วฉีดพ่นด้วยสมุนไพรรวมไทเกอร์เฮิร์ปร่วมกับบีเอสพลายแก้ว (กำจัดรา)และบาซิลลัสไมโตฟากัส (กำจัดไรเห็ด) ให้ทั่วทั้งโรงเรือน 3-5 วันครั้ง ติดต่อกัน 2 ครั้ง ก่อนจะนำก้อนเชื้อเห็ดรุ่นใหม่เข้าเปิดดอกต่อไป

เกษตรกรท่านใดที่กำลังเพาะเห็ดอยู่ แล้วมีปัญหาแมลงวันหรือแมลงหวี่รบกวน แล้วแก้ปัญหาไม่ตก สามารถโทรศัพท์ปรึกษาสอบถามได้ที่ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ (02-9861680 -2)

เขียนและรายงานโดย : คุณเอกรินทร์  ช่วยชู (นักวิชาการชมรมฯ)

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ  www.thaigreenagro.com

เสนอแนะติชมได้ที่ email : thaigreenagro@gmail.com

เมลาโนสในมะนาวป้องกันได้รู้ยัง? ตอน.ใบซีดเหลืองคล้ายขาดธาตุ ขอบใบแห้งกรอบเหมือนโดนสารเคมี? (อ่าน 86 ครั้ง)
วันที่: 03 เม.ย. 2558, 8:10:03 น.
หมวดหมู่: คุณค่าน่ารู้เกี่ยวกับจุลินทรีย์  หมวดหมู่ย่อย:  จุลินทรีย์
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พลายแก้วผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ซิลิโคเทรซ

   ผู้ที่ปลูกมะนาวไม่ว่าจะเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพเสริม ก็ไม่ควรมองข้ามเมลาโนสหรือราน้ำหมากสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ใบและผลมะนาวเสียหาย ถ้าเกิดที่ผลจะทำให้สีผิวของเปลือกจากที่เคยเขียวมันเงา ก็จะค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดงด้านคล้ายๆกับว่าโดนไฟไหม้ ในทางกลับกันหากเป็นที่ใบ ใบก็จะซีดเหลือง แคระแกรนไม่โต หากปล่อยทิ้งไว้ขอบใบ ยอดอ่อนหรือส่วนที่อ่อนก็จะไหม้กรอบเหมือนโดนเคมีหรือแสงแดดเผา อาการข้างต้นพบเจอการระบาดได้ในมะนาวทุกชนิด ไม่ว่าปลูกระยะชิด หรือแบบธรรมดาทั่วไป เริ่มจากใบเป็นจุดด่างๆหรือกระที่บริเวณผิวใบ มีคราบคล้ายๆน้ำหมากเป็นจุดๆสีน้ำตาลบริเวณใต้ใบ ถ้าเป็นใบกลางแก่กลางอ่อนหรือใบเพสลาด ใบจะซีดเหลือง ขอบใบ หรือยอดอ่อนไหม้เหมือนไฟเผาหรือโดนความร้อน ซึ่งจะพบระบาดช่วงหน้าร้อนประมาณมีนา-เมษา โดยเฉพาะใบอ่อนที่อยู่ใกล้โคนต้น ใต้ร่มเงาที่แสงแดดส่องไม่ถึง ปกติจะเป็นมากช่วงใบเพสลาดจนถึงใบแก่ ส่วนใบอ่อนมีบ้างแต่จะไม่ค่อยพบระบาดมากเท่าใดนักเกษตรกรที่ปลูกมะนาวหลายท่านโทรศัพท์มาบ่นให้ผู้เขียนฟังอยู่บ่อยๆ ว่าที่สวนก็เป็นโรคนี้เหมือนกัน ยิ่งไว้ยิ่งเสียหายยิ่งลุกลามไม่รู้จะแก้ยังไงดีแล้ว วันดีคืนดีใบก็ซีดเหลืองทั้งสวน เหมือนกับว่ามะนาวจะขาดสังกะสี(ซิงค์) หรือไม่ก็ขาดแมกนีเซียม เพราะจะซีดเหลืองมาก ถ้าลงยอดอ่อนเมื่อไร ใบก็จะไหม้ แห้งกรอบ เหมือนโดนไฟไหม้ หรือสารเคมีชนิดที่เข็มข้นมากๆ เมลาโนสหรือราน้ำหมากเกิดจากเชื้อรา Cercospora citri ระบาดมากช่วงแล้งโดยเฉพาะเดือนมีนา-เมษา และจะพบระบาดที่ใบมากกว่าผล ถ้ารุนแรงมากๆอาจทำให้กิ่งแห้งตายได้เช่นเดียวกัน ส่วนการป้องกันเริ่มจากตัดแต่งกิ่ง หรือทรงพุ่มไม่ให้รกทึบ แสงแดดสามารถส่องผ่านได้ถึง ต่อจากนั้นก็ฉีดพ่นด้วยพลายแก้ว 100 กรัม (5ช้อนแกง) ร่วมหรือสลับกับซิลิโคเทรซ 10 กรัม + ซิงค์คีเลท 25 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร บวกกับฉีดพ่นอาหารจานด่วนสูตรชมรมฯ (ยูเรีย 20 กรัม +ไข่ 1 ฟอง + โพแทสเซียมฮิวเมท 10 กรัม ต่อ น้ำ 20 ลิตร) ทุกๆ 7 วัน/ครั้ง ที่สำคัญก่อนผสมยา หรือฮอร์โมนทุกครั้งควรปรับสภาพน้ำเสริมซิลิก้าเพิ่มความแข็งด้วยซิลิซิคแอซิค แค่นี้เมลาโนสหรือราน้ำหมากก็ค่อยๆยุบลงลดลงแล้วค่อยๆหายไป ใบและผลรุ่นใหม่ๆที่ออกตามมาก็จะสวยมันวาวขึ้นเงาเหมือนธรรมชาติ สอบถามข้อมูลวิชาการได้ที่ 02-9861680-2 ส่วนท่านใดที่สนใจผลิตภัณฑ์ติดต่อสั่งซื้อได้ที่เบอร์ Hotline สายด่วน 084-555-4205 -9

 

เขียนและรายงานโดย : คุณเอกรินทร์ ช่วยชู (นักวิชาการชมรมฯ)

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com

เสนอแนะติชมได้ที่ email : thaigreenagro@gmail.com

มลาโนสในมะนาวป้องกันได้รู้ยัง? ตอน ผิวเปลือกผลไหม้ไม่มีเงา (อ่าน 66 ครั้ง)
วันที่: 31 มี.ค. 2558, 8:10:53 น.
หมวดหมู่: คุณค่าน่ารู้เกี่ยวกับจุลินทรีย์  หมวดหมู่ย่อย:  จุลินทรีย์
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พลายแก้วผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โรคแคงเกอร์กับซิงคีเลทผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โรคแคงเกอร์กับซิลิโคเทรซ    

เมลาโนสในมะนาวป้องกันได้รู้ยัง? ตอน ผิวเปลือกผลไหม้ไม่มีเงาผู้ที่ปลูกมะนาวไม่ว่าจะเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพเสริม ก็ไม่ควรมองข้ามเมลาโนสหรือราน้ำหมากสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ใบและผลมะนาวเสียหาย ถ้าเกิดที่ผลจะทำให้สีผิวของเปลือกจากที่เคยเขียวมันเงา ก็จะค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดงด้านคล้ายๆกับว่าโดนไฟไหม้ แล้วค่อยๆขยายลุกลามจาก 1 ลูก 2 ลูก 3 ลูก เพิ่มขึ้นออกไปเรื่อยๆจนระบาดทั้งสวน เมลาโนสหรือราน้ำหมากมักพบระบาดในมะนาวแป้นพิจิตร1 ที่ปลูกระยะชิด เริ่มจากใบเป็นจุดด่างๆหรือกระที่บริเวณผิวใบ มีคราบคล้ายๆน้ำหมากเป็นจุดๆสีน้ำตาลบริเวณใต้ใบ พบระบาดช่วงเดือนตุลาคมถึงเมษายน โดยเฉพาะใบหรือผลที่อยู่ใกล้โคนต้นและแสงแดดส่องไม่ถึง ปกติจะเป็นเฉพาะใบเพสลาดจนถึงใบแก่ ใบอ่อนจะไม่ค่อยพบระบาดเท่าใดนัก เกษตรกรที่ปลูกแป้นพิจิตร1หลายต่อหลายท่านต่างก็บ่นให้ผู้เขียนฟังอยู่บ่อยๆ ว่าที่สวนก็เป็นเหมือนกัน ยิ่งไว้ยิ่งเสียหายยิ่งลุกลามไม่รู้จะแก้ยังไงแล้ว อีกอย่างผิวที่ผลก็ไม่นูน หรือตกสะเก็ดเหมือนแคงเกอร์ เนื้อและน้ำข้างในก็ดีเป็นปกติ ต่างแค่ผิวเปลือกของผลจะไหม้ ไม่สวย ไม่ได้ราคาชนิดที่ว่าแม่ค้าไม่หันมองเลยก็แล้วกัน เมลาโนสหรือราน้ำหมากเกิดจากเชื้อรา Cercospora citri ระบาดมากช่วงแล้ง หรือช่วงเดือนตุลาคมถึงเมษายน ซึ่งจะพบที่ใบมากกว่าผล ถ้าอาการรุนแรงมากๆ ก็อาจทำให้กิ่งแห้งตายได้เช่นเดียวกัน ส่วนการป้องกันเริ่มจากตัดแต่งกิ่ง หรือทรงพุ่มไม่ให้รกทึบ แสงแดดสามารถส่องผ่านได้ถึง ต่อจากนั้นก็ฉีดพ่นด้วยพลายแก้ว 100 กรัม (5ช้อนแกง) ร่วมหรือสลับกับซิลิโคเทรซ 10 กรัม + ซิงค์คีเลท 25 กรัม ในอัตราน้ำ 20 ลิตร ทุกๆ 5-7 วัน/ครั้ง ที่สำคัญก่อนผสมยา หรือฮอร์โมนทุกครั้งให้ปรับสภาพน้ำ เสริมซิลิก้า เพิ่มความแข็ง ด้วยซิลิซิคแอซิค เท่านี้เมลาโนสหรือราน้ำหมากก็ค่อยๆลดลงแล้วหายไป รุ่นใหม่ๆที่ออกตามมาผลก็จะเต่ง ผิวก็จะสวยมันวาวขึ้นเงาเหมือนธรรมชาติ สอบถามข้อมูลวิชาการได้ที่ 02-9861680-2 ส่วนท่านใดที่สนใจผลิตภัณฑ์ติดต่อสั่งซื้อได้ที่เบอร์ Hotline สายด่วน 084-555-4205 -9

เขียนและรายงานโดย : คุณเอกรินทร์ ช่วยชู (นักวิชาการชมรมฯ)

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com

เสนอแนะติชมได้ที่ email : thaigreenagro@gmail.com

" ไตรโคเดอร์ม่า”จุลินทรีย์ยับยั้งโรครากเน่าโคนเน่ามะนาว (อ่าน 154 ครั้ง)
วันที่: 24 มี.ค. 2558, 8:14:09 น.
หมวดหมู่: คุณค่าน่ารู้เกี่ยวกับจุลินทรีย์  หมวดหมู่ย่อย:  จุลินทรีย์
Tricoderma_Bottle2012.gifTricoderma_Bag.gif
วิธีป้องกันกำจัด เพลี้ยไฟไรแดงในพืชตระกูลพริก แบบปลอดสารพิษ (อ่าน 115 ครั้ง)
วันที่: 23 มี.ค. 2558, 7:57:21 น.
หมวดหมู่: คุณค่าน่ารู้เกี่ยวกับจุลินทรีย์  หมวดหมู่ย่อย:  จุลินทรีย์

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ทริปโตฝาจผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ม้อยเจอร์แพล้น

สวัสดีครับพี่ๆน้องๆชาวเกษตรปลอดสารพิษทุกๆท่านครับ ก็ใกล้เข้าสู่เทศกาลสงกรานต์เต็มทีแล้วเหลือเวลาอีกไม่ถึงเดือน เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่อากาศร้อนที่สุดของปี ชาวเกษตรหรือเกษตรกรที่มีอาชีพเพาะปลูกพืชจะทราบดีว่า ช่วงฤดูร้อนที่อากาศแห้งแล้ง จะเป็นฤดูที่มีแมลงศัตรูพืชชนิดหนึ่งระบาด นั่นก็คือเพลี้ยไฟ และพืชที่พบการระบาดของเพลี้ยไฟมากที่สุดก็คือพริก วันนี้ผู้เขียนจะนำคำถามที่พบบ่อยมากทีเดียวในช่วงนี้ นั่นก็คือเรื่องเพลี้ยไฟไรแดงที่ทำการระบาดในแปลงปลูกพริกของเกษตรกรหลายๆท่าน ซึ่งการทำลายของเพลี้ยไฟไรแดงนั่นผู้เพาะปลูกพริกก็คงจะทราบกันพอสมควรทีเดียว วันนี้ทางด้านผู้เขียนจะมาเขียนถึงการเข้าทำลายของเพลี้ยไฟไรแดงและไรขาวให้ทราบกันอีกครั้งเพื่อเป็นความรู้ให้เกษตรกรรายใหม่หรือมือใหม่ที่จะปลูกพริกได้ทราบ คือเพลี้ยไฟจะดูดน้ำเลี้ยงจากใบพริก โดยเฉพาะส่วนใบอ่อนและตาดอก ทำให้ใบพริกหงิกงอ ย่น ขอบใบห่อขึ้นใบเล็กลง ผิวใบมีจุดสีน้ำตาล  ใบเหลืองแข็ง กรอบ ใบอ่อนจะหลุดร่วงได้ง่ายและออกเป็นกระจุก ทำให้ยอดหงิกไม่ผลิดอกออกผล จะระบาดมากในสภาพแห้งแล้ง  สาเหตุสำคัญที่ทำให้พริกใบหงิกได้แก่ แมลงศัตรูสองชนิดคือ เพลี้ยไฟและไรแดงและไรขาว ซึ่งอาจเข้าทำลายพร้อม ๆ กันก็ได้หรือสลับกันเข้าทำลาย โดยปกติจะพบว่า ถ้าเพลี้ยไฟระบาดมาก จะมีไรแดงและไรขาวน้อยและถ้าพบไรแดงและไรขาวมากเพลี้ยไฟจะระบาดน้อย

ส่วนแนวทางการป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟไรแดงและไรขาวแบบฉบับชมรมเกษตรปลอดสารพิษจะใช้จุลินทรีย์ทริปโตฝาจ ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่ทำลายเพลี้ยโดยตรง ร่วมกับ สารสกัดสมุนไพรแพล้นท์เซฟ ฉีดพ่นช่วงเย็นแดดอ่อน โดยถ้ามีการระบาดมากให้ฉีดทุกๆ3วันครั้ง ถ้าไม่ระบาดมากให้ฉีดทุกๆ7วัน จะช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกพริกนั้นหมดปัญหาเกี่ยวกับโรคใบหงิกเนื่องจากเพลี้ยไฟไรแดงและไรขาวได้ แต่เนื่องด้วยสมัยนี้มีสารเคมีที่กำจัดเพลี้ยไฟไรแดงและไรขาวนั้นมากมายหลายยี่ห้อให้เกษตรกรผู้ปลูกพริกนั้นฉีดได้ตามสบายแต่เกษตรกรผู้ปลูกนั้นก็จะได้รับสารพิษติดตัวไปด้วยเท่านั้นเอง ส่วนชมรมเกษตรปลอดสารพิษนั้นมุ่งให้เกษตรกรปลอดภัยและได้ผลการใช้ที่ดีและได้ผลเพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกพริกนั้นได้ลดต้นทุนและสุขภาพดีเหมือนเดิม                            

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นายจตุโชค จันทรภูมี โทร.085-9205846 หรือสอบถามไปที่ฝ่ายวิชาการของชมรมเกษตรปลอดสารพิษ โทร.02-9861680-2 ได้ทุกวัน

 

        เขียนและรายงานโดย

  นายจตุโชค จันทรภูมี(นักวิชาการ)

สูตรการทำจุลินทรีย์สัตว์สี่กระเพาะ (ขี้วัว, ขี้ควาย) (อ่าน 111 ครั้ง)
วันที่: 11 มี.ค. 2558, 8:13:23 น.
หมวดหมู่: คุณค่าน่ารู้เกี่ยวกับจุลินทรีย์  หมวดหมู่ย่อย:  จุลินทรีย์
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ จุลินทรีย์หน่อกล้วยชมรมเกษตรปลอดสาร             
สืบเนื่องด้วยเมืองไทยเป็นเมืองร้อน มีความหลากหลายทางชีวภาพ จึงมีจุลินทรีย์หลากหลายชนิดที่โดดเด่นในการนำไปใช้งานให้เกิดประโยชน์ในแต่ละสาขาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นจุลินทรีย์ทางด้านอุตสาหกรรม จุลินทรีย์ทางด้านอาหาร จุลินทรีย์ด้านเกษตร ฯลฯ โดยเฉพาะจุลินทรีย์ทางด้านเกษตรนั้นสามารถแยกย่อยออกไปได้อีกเยอะแยะมากมายไม่ว่าจะเป็นจุลินทรีย์โรคพืช จุลินทรีย์ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อโรคและศัตรูพืช แต่ในที่นี้จะกล่าวถึงประโยชน์ของจุลินทรีย์ที่อยู่ในกระเพาะของสัตว์เคี้ยวเอื้อง(สัตว์ที่มีกระเพาะสี่ห้อง) หรือชาวบ้านเรียกสัตว์สี่กระเพาะ อย่างเช่นวัว ควาย แพะ แกะ และกวาง เมื่อกินอาหารไปแล้ว คือ หญ้า ตอซัง ฟางข้าว คายออกมาเคี้ยวอย่างช้า ๆ อีกครั้งในเวลากลางคืน ก่อนจะถูกนำไปใช้เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย โดยกระเพาะของสัตว์เคี้ยวเอื้องจะแบ่งออกเป็น 4 ห้อง คือ Rumen (ผ้าขี้ริ้ว), Reticulum (รังผึ้ง), Omasum (สามสิบกลีบ) และ Abomasum (กระเพาะแท้ หรือกระเพาะจริง) กระเพาะสามห้องแรกมีคุณสมบัติของจุลินทรีย์และน้ำย่อยชนิดพิเศษ สามารถย่อยสลายเศษหญ้า ตอซัง ฟางข้าว ให้เปื่อย ยุ่ย เป็นผุยผงเมื่อขับถ่ายออกมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ ยกเว้นกระเพาะสุดท้ายคือกระเพาะแท้ ร่างกายสัตว์จะขับเอ็นไซม์มาช่วยย่อยเอง จึงได้นำเอาประโยชน์หรือคุณลักษณะเด่นตรงนี้มาปรับใช้ให้เกษตรกรมีจุลินทรีย์ชนิดพิเศษที่ช่วยในการย่อยสลายเศษอินทรีย์วัตถุชนิดต่างๆ ให้มีโมเลกุลที่เล็กเปื่อยยุ่ยกลายเป็นปุ๋ยนำไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งในกรณีหมักตอซังฟางข้าว ย่อยสลายกองปุ๋ยหมัก ปุ๋ยชีวภาพ ฯลฯ

วิธีทำ

1. มูลสัตว์สัดจากสัตว์สี่กระเพาะ (วัว, ควาย, แพะ,แกะและกวาง)         กิโลกรัม

   (ถ้าเป็นมูลสัตว์แห้งให้ใช้ 1 กระสอบปุ๋ย  หรือประมาณ 15 กิโลกรัม)

2. น้ำสะอาด                                                                                       20   ลิตร

3. กากน้ำตาล                                                                                      10  ลิตร

4. ไคโตซาน MT (อาหารเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์ จะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ ถ้ามีเชื้อจะโตเร็ว)     5   ลิตร

(นำกากน้ำตาลมาละลายในน้ำ 20 ลิตร กวนละลายให้เข้ากัน แล้วจึงนำมูลสัตว์ (สด/แห้ง) มาใส่และก้วนให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ 7 วัน)  

หมายเหตุ : สามารถใช้งานได้เหมือนกับจุลินทรีย์อีเอ็ม หรือจุลินทรีย์หน่อกล้วย ในด้านการย่อยสลายเศษซากอินทรีย์วัตถุ            

                  

            มนตรี   บุญจรัส                                                                                           

        ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

         www.thaigreenagro.com

 

 

“ไมโตฟากัส”จุลินทรีย์ป้องกันกำจัดไรเห็ด (อ่าน 213 ครั้ง)
วันที่: 19 ก.พ. 2558, 8:55:02 น.
หมวดหมู่: คุณค่าน่ารู้เกี่ยวกับจุลินทรีย์  หมวดหมู่ย่อย:  จุลินทรีย์

   ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ไมโตฟากัส

เมื่อพูดถึงเรื่องไรไข่ปลาเชื่อว่าเกษตรกรที่เพาะเห็ดต้องรู้จักเป็นอย่างดีเพราะเป็นศัตรูตัวฉกาจของเห็ด หรือเรียกได้ว่าเป็นแมลงศัตรูที่ผู้ที่ทำอาชีพเพาะเห็ดกลัวมาก ถ้าเกิดโรงเรือนไหนเกิดการระบาดแล้วยากที่จะรักษา ส่วนใหญ่เกษตรกรที่เพาะเห็ดมักจะใช้สารเคมีที่กำจัดไรเห็ด แต่ก็กำจัดไรเห็ดไม่ได้ซ้ำยังทำให้ผลผลิตของเห็ดลดน้อยลงอีกด้วย วันนี้ทางชมรมเกษตรปลอดสารพิษจะนำเสนอตัวอย่างของสมาชิกของชมรมที่กำจัดไรเห็ดด้วยวิธีชีวภาพ คือใช้จุลินทรีย์ไมโตฟากัส

ไมโตฟากัสเป็นจุลินทรีย์ที่ใช้ป้องกันกำจัดไรในเห็ดทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเห็ด นางฟ้าภูฐาน เห็ดนางรมฮังการี เห็ดขอนดำขอนขาว เห็ดหูหนู เห็ดโคนญี่ปุ่น เป็นต้น หลักการทำงานของจุลินทรีย์ไมโตฟากัส จะคล้ายๆกับจุลินทรีย์ชนิดอื่นๆ เช่น บีทีชีวภาพ หรือ จุลินทรีย์ทริปโตฝาจ คือการทำให้ตัวไรที่เป็นศัตรูของเห็ดค่อยๆป่วยและค่อยๆตายไปในที่สุด สำหรับการใช้งานก็หมักขยายเชื้อ กับมะพร้าวอ่อน นม ไข่ไก่ เหมือนกับ พลายแก้วและบีที แล้วนำไปฉีดพ่น ทั่วทั้งหน้าก้อน หลังก้อน บนพื้น ผนังโรงเรือนเห็ด เพื่อป้องกันและกำจัดไร ที่ส่วนใหญ่แล้วเราจะมองไม่ค่อยเห็นตัวไร เพราะตัวไรเล็กมากๆ โดยฉีดพ่นทุก 7 วันครั้ง(กรณีป้องกัน) และฉีดพ่นทุก 3 วัน(กรณีมีการระบาด) และผู้เขียนมีตัวอย่างของเกษตรผู้เพาะเห็ดที่ใช้วิธีป้องกันกำจัดไรในโรงเรือนเพาะเห็ดได้ผลมาแล้ว นำมาบอกเล่าข้อมูลให้ท่านๆ ได้รับทราบข้อมูล เกษตรกรตัวอย่างของเราที่ว่านี้คือ….คุณเครือวัลย์ สุยะใหญ่  มีอาชีพเพราะเห็ดหูหนู และยังทำก้อนเชื้อเห็ดขายด้วย อยู่ที่ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน ทางผู้เขียนได้เคยนำเสนอเรื่องการจัดการกับเชื้อราเขียวในก้อนเห็ดของคุณเครือวัลย์ไปแล้ว นี่ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีจัดการกับคัตรูตัวฉกาจของเห็ดอีกอย่างหนึ่งคือเรื่องไรไข่ปลาในเห็ดหูหนู โดยคุณเครือวัลย์เล่าให้ฟังว่า ลักษณะอาการของเห็ดหูหนูที่เป็นไรไข่ปลา จะทำให้เห็ดหูหนูดอกเล็ก ลักษณะของดอกเห็ดจะหงิกงอ ดอกแคะแกรน ทำให้ผลผลิตและน้ำหนักของดอกเห็ดน้อยลง ส่วนใหญ่เมื่อเก็บเห็ดรอบแรกไปแล้ว เห็ดรอบถัดมามักจะเสียหาย บางครั้งเสียหายจนได้ดอกเห็ดน้อย หรือไม่ได้ดอกเห็ดเลยก็มี แต่หลังจากที่ใช้ไมโตฟากัสของทางชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ปัญหาเรื่องไรไข่ปลาก็ค่อยๆลดลง จนไม่มีไรไข่ปลาในที่สุด โดยทางฟาร์มของคุณเครือวัลย์หมักขยายเชื้อไมโตฟากัส โดยหมักกับมะพร้าวอ่อน ทิ้งไว้ 1 คืน วันต่อมานำมาผสมน้ำ 20 ลิตรแล้วฉีดพ่นให้ทั่วโรงเรือน ทางคุณเครือวัลย์จะฉีดไมโตฟากัสทุก 5-7 วันเพื่อเป็นการคุมไม่ให้ไรไข่ปลาได้มีโอกาสแพร่กระจายเชื้อเลย คุณเครือวัลย์ยังได้แนะนำตัวไมโตฟากัสให้กับลูกฟาร์มที่ซื้อก้อนเชื้อเห็ดกับทางคุณเครือวัลย์ด้วย ตอนนี้เกษตรกรที่เพาะเห็ดที่จังหวัดลำพูนแก้ปัญหาเรื่องเชื้อรากับไร ของเห็ดได้แล้ว ทำให้ไม่ต้องสูญเสียรายได้ที่ต้องเสียไปกับปัญหาเรื่องโรคต่างๆของเห็ด ทำให้มีรายได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ท่านที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นายจตุโชค จันทรภูมี โทร.085-9205846 หรือสอบถามไปที่ Call Center ของทางชมรมเกษตรปลอดสารพิษโทร.084-5554205 -9

 

          เขียนและรายงานโดย

นายจตุโชค จันทรภูมี (นักวิชาการ)

 

คุณสมบัติของจุลินทรีย์เมธาไรเซียมในด้านอื่นๆ (อ่าน 273 ครั้ง)
วันที่: 22 ม.ค. 2558, 6:55:14 น.
หมวดหมู่: คุณค่าน่ารู้เกี่ยวกับจุลินทรีย์  หมวดหมู่ย่อย:  จุลินทรีย์
ประโยชน์ของเชื้อราบิวเวอเรีย(ทริปโตฝาจ) (อ่าน 556 ครั้ง)
วันที่: 01 ธ.ค. 2557, 9:04:54 น.
หมวดหมู่: คุณค่าน่ารู้เกี่ยวกับจุลินทรีย์  หมวดหมู่ย่อย:  จุลินทรีย์
เชื้อราบิวเวอเรีย หรือที่ชาวบ้าน เกษตรกรเรียกกันติดปากว่า เชื้อราขาว ราข้าวโพด หรือที่ชมรมเกษตรปลอดสารพิษใช้ชื่อทางการค้าว่า ทริปโตฝาจเป็นจุลินทรีย์ที่มีความสามารถในการป้องกันกำจัด เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยจักจั่น เพลี้ยไฟ เพลี้ยแป้ง ไรแดง แมลงศัตรูพืชจำพวกหนอน เช่น

ป้องกันกำจัดปลวกในบ้านและสวนด้วยวิธีชีวภาพด้วย”เมธาไรเซียม” (อ่าน 275 ครั้ง)
วันที่: 25 พ.ย. 2557, 7:08:33 น.
หมวดหมู่: คุณค่าน่ารู้เกี่ยวกับจุลินทรีย์  หมวดหมู่ย่อย:  จุลินทรีย์
Metharizium.gif

ปลวก” ที่มักสร้างปัญหาเรื่องก่อกวนเสียหายและสร้างความรำคาญใจให้กับมนุษย์เราในทุกๆวันนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของที่อยู่อาศัย เลือกสวนไร่นา สวนป่า สวนยาง ฯลฯโดยจะเข้ามาทำลายไม้ในบ้านเรือนให้ผุพังปัจจุบันและกัดกินต้นไม้จนตายนั้น ปัจจุบันได้มีหลายหน่วยงานทั้งรัฐบาลและเอกชนได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือแก้ไขบรรเทาแก่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนเหล่านั้นอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไรมากมาย แต่ปัจจุบันก็ยังทำการป้องกันรักษาป้องกันกำจัดใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลงโดยบริษัทที่รับกำจัดปลวกเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้ไม่ได้รับความปลอดภัยทั้งผู้อาศัย สัตว์เลี้ยง และสิ่งแวดล้อม เพราะจะมีสารพิษตกค้างก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆตามมาอีกมากมาย โดยปัจจุบันผู้คนยังคงคิดที่จะกำจัดให้หมดๆไปจากโลกใบนี้ซะแต่ทำการสู้รบปรบมือกับปลวกนั้นมาเป็นเวลาไม่รู้กี่ปีกี่เดือนก็นับถอยหลังไม่ถูกแต่ก็ไม่เคยสู้รบเอาชนะพวกเจ้าปีศาจหรือพวกปลวกได้เลยสักครั้ง เมื่อทำการจัดจ้างบริษัทมากำจัดปลวกค่าใช้จ่ายแต่ละครั้งก็หลายร้อยหลายพันบาทเมื่อทิ้งไว้ได้ไม่กี่เดือนปลวกก็กลับเข้ามาทำลายสร้างความเสียหายอีกเหมือนเดิม
12345678910...>>

logoVDO.gif

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ



ฐานข้อมูลชีวิตและผลงาน ท่านพุทธทาสภิกขุ โหลดเพลง นิยาย คลิปวีดีโอ การ์ตูน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมพัฒนาที่ดิน ตลาดไทย สี่มุมเมือง ฟาร์มเกษตร ดอทคอม ปุ๋ย ปุ๋ยเม็ด ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ เครื่องทำปุ๋ย เครื่องผสมปุ๋ย เครื่องอัดเม็ดปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยชีวภาพ เครื่องปั้น ผลิตอาหารสัตว์ เครื่องบดปุ๋ย ปุ๋ยอินทรีย์ เครื่องผลิตปุ๋ย ทำปุ๋ยขายphorphieng.com สั่งพิมพ์,เสื้อยืด,แก้วมัค,เซรามิค::  สุปรีดาพาราดอทคอม : จำหน่ายกล้ายางพาราคุณภาพ กรมวิชาการรับรอง All About Agriculture unseentourthailand.com ไร่ภูพานรีสอร์ท รีสอร์ทมีระดับ สำหรับครอบครัว   ร้านเกษตรวิรุฬ Chokdee Farm