นิดหนึ่งนี้อุทิศแด่ชาวนา     ผู้ต่ำต้อยน้อยหน้าเหลือแสน    ลำบากยากจนข้นแค้น   ไป่แม้นชาวฟ้ามหานคร   โดย. อาจารย์ดีพร้อม ไชยวงศ์เกียรติ
31 มีนาคม 2560


ยินดีต้อนรับ  Guest
ชื่อสมาชิก:
รหัสผ่าน:
     
จำนวนสมาชิก : (8068)
สมัครสมาชิก  ลืมรหัสผ่าน
          Social Network
fan page tawizter youtube
ค้นหา:  
ลิ้งในฐานข้อมูล (21513 )
Skip Navigation Links.

www.dbd.go.th






แลกลิ้ง






ติดต่อแลกลิ้งติดต่อกลับ thaigreenagro@gmail.com


www.thaigreenagro.com







หมวดหมู่:  ข่าวเกษตร   จำนวน:   16361   บทความ  
การเกษตร (14963) เทคโนโลยีการเกษตร (70)
การนำเข้า-ส่งออก (168) พลังงานและสิ่งแวดล้อม (215)
ข่าวสารทั่วไป (984)
12345678910...>>
 
ทุเรียนพันธุ์ชะนี เกษตรแปลงใหญ่เกาะช้าง... (อ่าน 7 ครั้ง)
วันที่: 30 มี.ค. 2560, 8:22:31 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

             เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2559 ที่ผ่านมา นางประทุม เสนกุล เกษตรอำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด และคณะได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามให้คำแนะนำการดูทุเรียนแก่แก่สมาชิกเกษตรกรแปลงใหญ่เพื่อนำความรู้ไปประกอบการตัดทุเรียนให้ได้ทุเรียนที่มีคุณภาพเกรดพรีเมี่ยมตามสโลแกน ทุเรียนชะนีเกาะช้าง อร่อยต้องห้ามพลาดสำหรับทุเรียนชะนีเกาะช้าง จังหวัดตราดนั้นนับเป็นของดีอีกอย่าง ซึ่งมีการปลูกในพื้นที่มานานกว่า 40-50 ปีแล้ว เป็นทุเรียนที่ได้รับการยอมรับว่ามีวิตามินอี 9.45 mg/100 g (มิลลิกรัม/100 กรัม) และธาตุไอโอดีน 54.27 ug/100 g (ไมโครกรัม/100 กรัม) ซึ่งวิตามินอี จะช่วยต้านอนุมูลอิสระ ส่วนสารไอโอดีนเป็นสารที่มีประโยชน์กับร่างกาย หากอยู่ในปริมาณที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

 การปลูกทุเรียนบนเกาะช้างเริ่มมีเกษตรกรได้นำพันธุ์ทุเรียนมาจากอำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี เพื่อปลูกแทนสวนยางพารา ที่ราคายางพาราในขณะนั้นไม่ดีนัก มีเพียง 4-5 ราย เท่านั้น ต่อมาขยายพื้นที่ออกไปเรื่อย ๆ ต่อมามีการนำทุเรียนพันธ์ุอื่นเข้ามาปลูกแทนมากขึ้นยังผลให้พันธุ์ชะนี เหลืออยู่ไม่มากนัก ซึ่งต้นที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน ต้นจะสูงประมาณ 10-20 เมตร การดูแลรักษาและเก็บเกี่ยวจะค่อนข้างลำบากมาก เกษตรกรจึงปล่อยตามธรรมชาติเมื่อทุเรียนได้เจริญเติบโตตามธรรมชาติ ประกอบกับพื้นที่เกาะช้างมีสภาพอากาศที่เหมาะสม รสชาติของผลทุเรียนจึงอร่อยเป็นพิเศษ เนื้อเนียนเหนียวละเอียด สีเหลืองสวย รสชาติหวานเข้ม และสุกก่อนทุเรียนพันธุ์อื่น ๆ ที่ปลูกในพื้นที่ภาคตะวันออก ที่สำคัญไส้ไม่อม ทุเรียนพันธุ์ชะนีเป็นพันธุ์ที่แข็งแรงทนทานอายุยาว หากดูแลดี ๆ ต้นสามารถอยู่ได้เป็น 100 ปี เมื่อเทียบกับพันธุ์หมอนทองที่มีอายุเพียง 20-30 ปีเท่านั้น อีกทั้งยังมีความต้านทานโรคน้อยกว่า ปัจจุบันมีสวนทุเรียนพันธุ์ชะนีที่เหลืออยู่บนเกาะช้าง ได้เข้าร่วมโครงการเพื่อจัดทำมาตรฐานการผลิต ตามระบบจัดการคุณภาพ GAP (Good Agricultural Practice) ด้วยการส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทนปุ๋ยเคมี ที่สถานีวิจัยพืชสวนจันทบุรีเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง ยังผลให้ผลผลิตในระยะหลังของทุเรียนพันธ์ุชะนีเกาะช้างได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเป็นอย่างยิ่งยังผลให้ราคาดี  สำหรับทุเรียนพันธุ์ชะนี จะเป็นพันธุ์หนึ่งในตระกูลลวง มีทรงพุ่มโปร่งค่อนข้างกว้างและไม่สูงนัก ลำต้นมักไม่ตั้งฉากกับพื้นดิน การแตกของกิ่งไม่ค่อยเป็นระเบียบ บางต้นโคนเดียวอาจจะมีสองลำต้น ใบมีลักษณะเป็นรูปไข่ค่อนข้างยาวและมีขนาดใหญ่ ส่วนกว้างประมาณ 6.5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 16 เซนติเมตร ขอบใบเรียว ฐานใบแหลมป้านปลายใบแหลม แผ่นใบค่อนข้างราบแต่ไม่สม่ำเสมอ คือจะเห็นรอยนูนทั่วไปบนผิวใบ ด้านหลังใบ ด้านท้องใบสีน้ำตาลอ่อนอมน้ำเงิน หลังใบเขียวแก่เป็นมัน รูปทรงของดอกค่อนข้างยาวหัวท้ายมน โคนดอกจะป้านมากแล้วหักเกือบเป็นมุมฉากตอนใกล้ก้านดอกและก้านดอกจะเรียว ผลค่อนข้างยาว พูไม่สม่ำเสมอเบี้ยวงอเห็นพูชัดเจน มักจะมีพูหลอก หนามมีขนาดกลาง ฐานหนามค่อนข้างใหญ่ ปลายหนามแหลม ผลมีสีเขียวหรือน้ำตาล ก้านผลมีขนาดยาวปานกลาง เปลือกผลบาง ในแต่ละพูมี 1-3 เมล็ด เมล็ดขนาดเล็กหรือลีบเนื้อมีลักษณะเป็นเส้นค่อนข้างหยาบสีเหลืองปานกลาง รสหวานแหลมไม่มัน กลิ่นฉุนเล็กน้อย เป็นผลไม้ที่คุณภาพดีและเมื่อปลูกบนเกาะช้าง เกาะที่มีแร่ธาตุจากดินภูเขาไฟและไอทะเล ผลผลิตจึงออกมามีคุณภาพและมีคุณที่ร่างกายคนเราต้องการ.  

ที่มาหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ฉบับวันที่30/3/2560

เวปที่มาhttps://www.dailynews.co.th/agriculture/564855

            

เรื่องน่ารู้ : ใบกล้วย... (อ่าน 4 ครั้ง)
วันที่: 30 มี.ค. 2560, 8:19:37 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

            ใบกล้วยสด มีสีเขียวเข้ม มีสารอาหารที่สำคัญ เช่น โปรตีนคิดจากน้ำหนักแห้งประมาณ 12 เปอร์เซ็นต์ มีเยื่อใยประมาณ 24 เปอร์เซ็นต์ เปรียบเทียบคุณค่าทางอาหารของใบกล้วยสด มีระดับโปรตีนใกล้เคียงกับหญ้าขนสด มีโปรตีนใกล้เคียงกับพืชตระกูลถั่ว นำมาใช้เป็นอาหารหยาบสำหรับเลี้ยงโค-กระบือ ร่วมกับฟางข้าว และหญ้าแห้ง จะทำให้โค-กระบือกินอาหารมากขึ้น การนำใบกล้วยหั่นเป็นฝอยตากแห้งแล้ว นำมาผสมอาหารข้นเลี้ยงสุกร หรือสัตว์ปีก อาจจะเป็นอีกวิธีหนึ่งที่น่าจะลดต้นทุนการผลิตได้ เนื่องจากใบกล้วยมีเยื่อใยสูงไม่มากนัก สัตว์กระเพาะเดี่ยวสามารถใช้ประโยชน์ได้มากพอสมควร. 

ที่มาหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ฉบับวันที่30/3/2560

เวปที่มา https://www.dailynews.co.th/agriculture/564853

            

ส่องเกษตร : เร่งแก้เหลื่อมล้ำตั้งแต่เด็ก (อ่าน 3 ครั้ง)
วันที่: 30 มี.ค. 2560, 8:17:33 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

สัปดาห์ที่แล้ว สศก.-สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรโดยท่านเลขาธิการ-จริยา สุทธิไชยา ได้แถลงข่าวดัชนีราคาสินค้าเกษตรเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ปรากฏว่า รายได้เกษตรกรโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น ทั้งคาดว่า รายได้เกษตรกรเดือนมีนาคมนี้ ยังคงขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อ นับเป็นข่าวที่น่ายินดีลองดูรายละเอียดสักนิด...ภาพรวมดัชนีราคาสินค้าเกษตร ก.พ.2560 เพิ่มขึ้น 12.72% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (ก.พ. 2559) แต่เทียบกับ ม.ค.2560 ดัชนีราคาลดลงเล็กน้อย 0.39% โดยสินค้าที่ราคาสูงขึ้นได้แก่ ยางพารา,ปาล์มน้ำมัน,กุ้งขาวแวนนาไม, ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ส่วนที่ราคาลดลง ได้แก่ มันสำปะหลัง,สับปะรดโรงงาน,หอมแดง ทั้งคาดว่าเดือนมี.ค.นี้ ดัชนีราคาจะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับมี.ค. 2559 ซึ่งสินค้าที่ราคาเพิ่มขึ้นได้แก่ ยางพารา,อ้อย,กุ้งขาวแวนนาไม และปาล์มน้ำมัน

ด้านดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร ก.พ.2560 เพิ่มขึ้น 8.16% เมื่อเทียบกับก.พ.ปีที่ผ่านมา สินค้าที่ผลผลิตเพิ่มได้แก่ ปาล์มน้ำมัน,ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์, สุกร และกุ้งขาวแวนนาไม ส่วนที่ลดลง ได้แก่ ยางพารา แต่เมื่อเทียบกับม.ค.2560 ดัชนีผลผลิตฯลดลงเล็กน้อย 0.72% อย่างไรก็ตามคาดว่า เดือนมี.ค.นี้ ผลผลิตจะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับมี.ค.2559 ได้แก่ อ้อยโรงงาน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สุกร หอมแดง และกุ้งขาวแวนนาไมเมื่อทั้งราคาและผลผลิตต่างเพิ่มขึ้น ทำให้ภาพรวมดัชนีรายได้เกษตรกรเดือนก.พ.2560 จึงเพิ่มขึ้นจากก.พ.2559 มากถึง 21.91% ทั้งคาดว่าเดือนมี.ค.2560 รายได้เกษตรกรยังคงขยายตัวขึ้นเมื่อเทียบกับมี.ค.2559 เป็นผลจากดัชนีผลผลิตและดัชนีราคายังปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งจะสะท้อนถึงกำลังซื้อของครัวเรือนภาคเกษตรที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องการที่เกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศไทยมีรายได้เพิ่มขึ้น มีกำลังซื้อสูงขึ้น แน่นอน ย่อมส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ แต่ตัวเลขที่ดีขึ้น 1-2 เดือน ยังไม่เพียงพอ ต้องพยายามดูแลเดือนต่อๆให้ดีขึ้นหรือทรงตัว ให้ได้ตลอดทั้งปี อย่าได้ทรุดลงไปมากๆอีก ถ้าทำได้ ปีนี้ก็น่าจะเห็นภาพพี่น้องเกษตรกรยิ้มได้สดใสยิ่งขึ้น และเศรษฐกิจไทยคงจะฟื้นดียิ่งขึ้นตามไปด้วยและการที่เกษตรกรมีรายได้ที่ดีขึ้น ยังจะช่วยลดปัญหาของประเทศในทุกๆด้านโดยเฉพาะปัญหา ความเหลื่อมล้ำที่เป็นต้นตอให้เกิด วิกฤติชาติมาโดยตลอดผมเองหลังจากได้รับฟัง ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล เลขาฯมูลนิธิปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริไปพูดเรื่องสื่อมวลชนกับการสืบสานพระราชปณิธานในหลวงรัชกาลที่ ๙ในงานวันนักข่าวที่ผ่านมา ผมก็ตั้งใจว่า จะพยายามทำหน้าที่สื่อสะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำในทุกวาระที่มีโอกาสเพื่อกระตุ้นให้สังคมได้ตระหนัก นำไปสู่การร่วมกันแก้ไขต่อไป เฉกเช่นที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงทุ่มเทดำเนินพระราชกรณียกิจเพื่อแก้ไขปัญหานี้ตลอด 70 ปีแห่งการครองราชย์เลยขอถือโอกาสนี้นำข้อมูลที่องค์การยูนิเซฟและสำนักงานสถิติแห่งชาติได้สำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทยล่าสุด ที่เพิ่งแถลงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยได้จัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเด็กและสตรีด้านต่างๆ เช่น สุขภาพ,พัฒนาการ,การศึกษา และการคุ้มครองเด็ก จากกว่า 28,000 ครัวเรือน ทั่วประเทศ ระหว่างพ.ย.2558 ถึงมี.ค.2559 พอสรุปได้ว่า แม้หลายๆด้านจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้น แต่เมื่อดูในรายละเอียด ผลสำรวจยังสะท้อนให้เห็นความเหลื่อมล้ำที่น่ากังวล ชี้ให้เห็นว่า เด็กและเยาวชนในพื้นที่ชนบท,ในครอบครัวยากจน และเด็กที่พ่อแม่ขาดการศึกษา ยังล้าหลังทั้งด้านสุขภาพ,การศึกษา และพัฒนาการโดยรวม เมื่อเทียบกับเด็กกลุ่มอื่นๆเช่น ผลสำรวจชี้ว่า เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีในไทยราว 1 ใน 10 มีภาวะเตี้ยแคระแกร็น ความสูงต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน อัตรานี้สูงขึ้นในเด็กที่แม่ไม่มีการศึกษา เด็กในครัวเรือนยากจนมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน มีภาวะเตี้ยแคระแกร็นสูงกว่าเด็กกลุ่มอื่น นอกจากนี้ 1 ใน 5 ของเด็กอายุต่ำกว่า 17 ปีหรือราว 3 ล้านคนไม่ได้อยู่กับพ่อ-แม่ ทั้งๆที่พ่อ-แม่ยังมีชีวิตอยู่ สูงสุดอยู่ในภาคอีสานและกลุ่มเด็กจากครัวเรือนยากจนมาก ชี้ให้เห็นว่า เด็กในชนบทและครอบครัวยากจน ต้องเผชิญเส้นทางชีวิตยากลำบากที่สุดในการเติบโตขึ้นมานายโธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทยระบุว่า ผลสำรวจครั้งนี้ตอกย้ำความเป็นอยู่ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงของเด็กกลุ่มต่างๆ ขึ้นอยู่กับพื้นที่อาศัย,ชาติพันธุ์,รายได้ครอบครัวและระดับการศึกษาของแม่ ความไม่เท่าเทียมนี้ ถือเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขอย่างจริงจังและเร่งด่วนความเหลื่อมล้ำตั้งแต่เด็ก โตไปก็ยิ่งเหลื่อมล้ำ จึงต้องช่วยกันแก้ไขตั้งแต่เด็กๆ นี่แหละครับ

ที่มาหนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับวันที่30/3/2560

เวปที่มา http://www.naewna.com/local/262647

 

แนะวิธีบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูแล้ง ‘ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์’หนุนใช้เทคโนโลยีระบบน้ำหยด (อ่าน 7 ครั้ง)
วันที่: 30 มี.ค. 2560, 8:14:14 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

นายกันตพงษ์ แก้วกมล ประธานเครือข่ายยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ประเทศไทย เปิดเผยว่าการทำการเกษตรในยุคปัจจุบัน มีการนำเทคโนโลยีเครื่องทุ่นแรงมากมาย ถือว่ามีความสะดวกสบายเป็นอย่างมาก ทำให้เกษตรกรรุ่นใหม่สามารถทำการเกษตรได้ดี มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ประกอบกับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการเกษตรที่ทำให้เกษตรกรเข้าถึงข้อมูลข่าวสารมากกว่าในอดีตที่ผ่านมา รวมทั้งสามารถประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารผ่านระบบออนไลน์ เชื่อมโยงเครือข่ายรวดเร็วและเข้าถึงประชาชนทุกเพศทุกวัยกันได้มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้การทำการเกษตรของเกษตรกรในยุคดิจิทัลสามารถพึ่งพาตนเองได้แม้จะมีพื้นที่ทำการเกษตรไม่มากก็ตาม

โดยหนึ่งในเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถช่วยให้เกษตรกรทำการเกษตรได้อย่างลดต้นทุน และได้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพก็คือ เทคโนโลยีการประหยัดน้ำด้วยการใช้ระบบน้ำหยด และมินิสปริงเกอร์ ซึ่งเป็นระบบการจัดการน้ำให้กับพืชได้ดี นอกจากจะช่วยทุ่นแรงในด้านการใช้แรงงานแล้ว ในการตอบสนองต่อสภาพอากาศของประเทศไทยก็ถือว่ามีความเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง และในพื้นที่ที่มีน้ำน้อย การใช้งานเทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้ล้วนมีส่วนช่วยในการบริหารจัดการน้ำ หรือการใช้น้ำในภาคเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่ต้องเผชิญกับภัยแล้งทุกปี ฉะนั้นการเลือกใช้เทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดน้ำในช่วงที่มีน้ำในการทำการเกษตรไม่เพียงพอ จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและสามารถสร้างรายได้จากการปลูกพืชได้ตลอดทั้งปีนายกันตพงษ์ กล่าวอีกว่า ในฟาร์มของตนนั้นถึงแม้ว่าจะมีพื้นที่ไม่มากนัก และเลือกทำการเกษตรในรูปแบบผสมผสานหรือเกษตรทฤษฎีใหม่ที่แบ่งพื้นที่ปลูกพืชผัก ไม้ผล และขุดแหล่งน้ำไว้ใช้ในฟาร์มของตนเอง อีกทั้งยังเลือกใช้ระบบน้ำหยดและมินิสปริงเกอร์เพื่อประหยัดน้ำในการทำเกษตรตลอดทั้งปี พร้อมกับคิดค้นอุปกรณ์และตัวช่วยในการเช็คข้อมูลสภาพอากาศภายในฟาร์มว่า ในแต่ละวันดินมีอุณหภูมิเท่าไรอากาศมีอุณหภูมิเท่าไร ความชื้นสัมพัทธ์เท่าไร เพื่อที่จะนำข้อมูลดังกล่าวมาเป็นตัวกำหนดในการจ่ายน้ำให้กับพืชในแปลงทั้งหมด ซึ่งเครื่องมือนี้ถือว่ามีส่วนช่วยในการบริหารจัดการน้ำในแปลงปลูกได้เป็นอย่างมาก ทั้งยังทำให้การผลิตของฟาร์มนั้นมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำ แต่สามารถผลิตสินค้าเกษตรได้ดีมีคุณภาพตรงกับความต้องการของตลาดอีกด้วยอย่างไรก็ตาม สำหรับเกษตรกรและยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ที่ไม่สามารถจะลงทุนด้านเครื่องมือหรือเทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้ได้ทางรัฐบาล โดยเฉพาะ กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็แนะนำให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชอายุสั้นใช้น้ำน้อยในช่วงฤดูแล้งแทน ซึ่งก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีอะไร แค่เพียงเลือกชนิดพืชให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในแต่ละฤดู ก็สามารถช่วยให้เกษตรกรทำการเกษตรและมีรายได้ตลอดทั้งปี

ที่มาหนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับวันที่30/3/2560

เวปที่มา http://www.naewna.com/local/262648

 

 

เตือนเกษตรกรอย่าเสี่ยงทำนารอบที่3 ย้ำน้ำน้อยระวังเสียหายหนัก-ล็อกเป้าส่ง5จังหวัดหนุนปลูกพืชน้ำน้อย (อ่าน 5 ครั้ง)
วันที่: 30 มี.ค. 2560, 8:12:01 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

กรมส่งเสริมการเกษตร เตือนเกษตรกรอย่าเสี่ยงทำนารอบที่ 3 ย้ำน้ำเหลือน้อยมาก เสี่ยงได้รับความเสียหายหนักสั่งล็อกเป้าพื้นที่ 5 จังหวัด เชียงใหม่-พระนครศรีอยุธยา-สระบุรี-ร้อยเอ็ด-ชัยนาทส่งเสริมปลูกพืชอายุสั้น ใช้น้ำน้อย โดยเฉพาะพืชไรตระกูลถั่วทดแทน พร้อมสนับสนุนกิจกรรมอาชีพเสริมอื่นช่วงฤดูแล้งลดความเสี่ยงปลูกพืชจนเสียหายนายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากปริมาณฝนตกสะสมในปี 2559 ส่งผลให้ปริมาณน้ำฝนที่สะสมทั้งปีสูงกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 8 และสูงกว่าปี2558 ร้อยละ 21 ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั้งประเทศโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ทำให้พื้นที่ปลูกข้าวนาปรังทั้งประเทศของปี 2559/60 เมื่อเปรียบเทียบกับแผนการปลูกข้าวนาปรังพบว่าสูงกว่าแผนที่กำหนดไว้ ประกอบกับในบางพื้นที่ได้มีการเก็บเกี่ยวข้าวนาปรังแล้ว ทำให้มีแนวโน้มสูงที่จะมีการปลูกข้าวรอบที่ 3 จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายจากการขาดแคลนน้ำได้ โดยเฉพาะในพื้นที่นอกเขตชลประทาน ที่มีการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำธรรมชาติ สระน้ำ หรือน้ำใต้ดิน

ด้วยเหตุนี้กรมส่งเสริมการเกษตรจึงเตรียมมาตรการลดความเสี่ยงในการปลูกข้าวรอบที่ 3 ในช่วงฤดูแล้ง ปี 2559/2560 เป้าหมายคือพื้นที่ในเขตและนอกเขตชลประทานที่มีแนวโน้มที่จะปลูกข้าวในรอบที่ 3 ในพื้นที่ 5 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสระบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดชัยนาท เกษตรกร 10,500 ราย พื้นที่รวม 215,242 ไร่ โดยมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมการปลูกพืชที่สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน ศักยภาพของพื้นที่ และช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงจากการแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งที่จะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมการเกษตรและเกิดความเสียหาย ซึ่งการใช้มาตรการดังกล่าวด้วยการส่งเสริมการปลูกพืชที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่และการใช้น้ำ น่าจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้งได้ดีกว่าที่จะมีการปลูกข้าวแล้วเกิดความเสียหายตามมาในภายหลังนอกจากมาตรการส่งเสริมการปลูกพืชดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น กรม ยังใช้แนวทางการสนับสนุนกิจกรรมอาชีพเสริมเพื่อพัฒนาเกษตรกรไปพร้อมๆกัน เป็นการเสริมสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรที่ทำกิจกรรมด้านการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง อาทิ การแปรรูปผลผลิต 15 กลุ่ม หัตถกรรม/จักสาน 5 กลุ่ม ซ่อมเครื่องจักรกลการเกษตร หรือช่างเกษตรประจำหมู่บ้านจำนวน 100 คน โดยมาตรการดังกล่าวจะมีขั้นตอนการดำเนินงานคือ ประชุมชี้แจงการดำเนินงานให้กับเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ จากนั้นก็จะวิเคราะห์พื้นที่เป้าหมายและเลือกกิจกรรมทางเลือกให้เหมาะสมแต่ละพื้นที่ ประชาสัมพันธ์การรับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ ดำเนินการสนับสนุนปัจจัยการผลิตและฝึกอบรมให้ความรู้กับเกษตรกร และมีการติดตาม ประเมินผล พร้อมทั้งรายงานผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

ที่มาหนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับวันที่30/3/2560

เวปที่มาhttp://www.naewna.com/local/262649

สวนสนุกเกษตรที่มีชีวิต จากห้องทรงงานของพระราชา.. (อ่าน 7 ครั้ง)
วันที่: 29 มี.ค. 2560, 8:26:10 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

 สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) จัดโครงการค่ายเยาวชนรู้งานสืบสานพระราชดำริ รุ่นจูเนียร์ รุ่นที่ 1 สำหรับเยาวชน อายุ 10-16 ปี ระหว่างวันที่ 21-24 เมษายน 2560 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดฉะเชิงเทรา  และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคกลาง เพื่อให้เยาวชนได้มีโอกาสเข้าถึงองค์ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับแนวทางในการพัฒนาตามแนวพระราชดำริที่เหมาะสมกับวัย อีกทั้งจะได้หล่อหลอมขบวนการเรียนจากศาสตร์พระราชาที่แท้จริงจากผู้สนองพระราชดำริและผู้ปฏิบัติงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ภายใต้การเรียนรู้ในรูปแบบของ สวนสนุกที่มีชีวิตจากห้องทรงงานของพระราชา

 ซึ่งเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมจะมีโอกาสได้เรียนรู้ลักษณะห้องเรียนที่มีชีวิตของพระราชา เน้นการเรียนรู้ที่สร้างความสนุกสนานเพลิดเพลิน ร่วมรู้ ร่วมปฏิบัติ ร่วมแก้ปัญหา ร่วมแบ่งปัน ร่วมสร้างสรรค์และร่วมกันสานต่อ ส่งเสริมการเป็นผู้นำกล้าคิดกล้าแสดงออก พร้อมที่จะแก้ไขปัญหาในทุกสถานการณ์และที่สำคัญได้เรียนรู้จากพื้นที่ที่เป็นห้องทรงงานของพระราชาที่ทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นทั้งนี้ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีต่อพสกนิกรไทยมาอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 70 ปี และเพื่อเป็นการเผยแพร่พระปรีชาสามารถ แนวพระราชดำริ องค์ความรู้ รวมถึงผลสำเร็จจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริไปสู่เยาวชนสำหรับกิจกรรมเยาวชนจะได้เรียนรู้งานและลงมือปฏิบัติจริงจากสิ่งที่เปลี่ยนไปในศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ แห่งแรก ก่อตั้งขึ้นตามแนวพระราชดำริตั้งแต่ปี 2522 จากพื้นที่แห้งแล้งดินเลวขาดธาตุ กลับมาเป็นพื้นดินที่สมบูรณ์ปลูกพืชพรรณนานาชนิด สร้างโอกาสให้กับประชาชนได้มีแนวทางใน การประกอบอาชีพ สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน พร้อมกับจะได้ร่วมเรียนรู้และทดลองปฏิบัติการเพาะกล้าหญ้าแฝก การทำน้ำยาล้างจาน การทำของเล่นโบราณจากทางมะพร้าวและไม้ไผ่ และการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ พร้อมลงพื้นที่ ณ อุทยานแห่งชาติปางสีดา จังหวัดสระแก้วซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ การดูแลรักษาระบบนิเวศของป่า และเป็นแนวกันชนหรือแนวป้องกันการบุกรุก ทำลายพื้นที่ป่าไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลานและอุทยานแห่งชาติปางสีดา รวมทั้งช่วยเพิ่มระดับความชุ่มชื้นในพื้นที่ป่าไม้ ทำให้ตัดโอกาสในการเกิดไฟไหม้ป่าหรือหากเกิดไฟป่าก็จะมีแหล่งน้ำต้นทุนที่จะสามารถนำน้ำมาใช้ดับไฟป่าได้นอกจากนั้น เยาวชนจะได้เรียนรู้วิธีการยังชีพด้วยภูมิปัญญาและการดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจากโรงเรียนกาสรกสิวิทย์ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นศูนย์การอบรมกระบือเพื่อใช้ในการทำการเกษตร และกิจกรรมต่าง ๆ ที่ให้ความรู้แก่เกษตรกรที่สนใจในรูปแบบแปลงสาธิตทางการเกษตรแบบดั้งเดิม โดยจะได้เรียนรู้ประโยชน์และการใช้งานจากกระบือ อาทิ การใช้แรงงานกระบือในการทำนา ใช้หีบอ้อย และประโยชน์จากมูลกระบือในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ การทำก๊าซชีวภาพ การทำปุ๋ยหมัก การทำบ้านดิน เป็นต้น เหนืออื่นใดการจัดกิจกรรมในค่ายรุ่นที่ 1 นี้ได้ถูกออกแบบให้เป็นห้องเรียนที่มีชีวิตที่ทุกคนที่เข้าค่ายจะได้มีส่วนร่วมในทุกกิจกรรม โดยมีครูใหญ่ที่จะคอยสร้างแรงบันดาลใจในการสืบสานพระราชดำริ และมีหัวหน้าห้องที่เป็นรุ่นพี่จากค่าย RDPB Camp รุ่นที่ 1-6 ของสำนักงาน กปร. คอยให้คำแนะนำในการสืบสานพระราชดำริในฐานะรุ่นพี่ที่เคยเข้าร่วมกิจกรรมและได้มีโอกาสสืบสานพระราชดำริจนเห็นผลเป็นรูปธรรมมาแล้ว เพื่อสร้างความรู้รักสามัคคี การมีส่วนร่วม และการสร้างประโยชน์เพื่อส่วนรวม โดยให้โอกาสเยาวชนที่เข้าค่ายเป็นผู้คิดริเริ่มพร้อมลงมือปฏิบัติในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ถูกจำลองให้เป็นสวนสนุกที่มีชีวิตจากห้องทรงงานของพระราชาอย่างแท้จริง อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญของปีนี้ เยาวชน RDPB Camp รุ่นจูเนียร์ รุ่นที่ 1 ทั้ง 80 คน และตัวแทนเยาวชนจาก RDPB Camp รุ่น 1-6 ของสำนักงาน กปร. อีก 20 คน จะได้เป็นตัวแทนของเยาวชนที่มีปณิธานสืบสานงานพระราชดำริ เข้าร่วมถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง และเข้าชมนิทรรศการชุด เย็นศิระเพราะพระบริบาลณ ท้องสนามหลวง อีกด้วยเยาวชนที่สนใจสามารถเข้าร่วมโครงการฯ ติดตามรายละเอียดและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงาน กปร. www.rdpb.go.th, www.rdpbcamp.com, Facebook : rdpbcamp โทรศัพท์ 0-2447-8500 ต่อ 116, 118 โทรสาร 0-2447-8561 ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น. 

ที่มาหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ฉบับวันที่29/3/2560

เวปที่มา https://www.dailynews.co.th/agriculture/564624     

 

เรื่องน่ารู้ : ไข่หอยเชอรี่... (อ่าน 6 ครั้ง)
วันที่: 29 มี.ค. 2560, 8:20:45 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

 หอยเชอรี่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกา ใต้ แพร่กระจายสู่ทวีปเอเชียโดยชาวญี่ปุ่น ไต้หวัน และฟิลิปปินส์ นำไปเลี้ยงเป็นการค้า เมื่อประชาชนไม่นิยมบริโภคจึงเลิกและปล่อยหอยแพร่ลงสู่แหล่งน้ำตามธรรมชาติจนเกิดการระบาดทำลายข้าวในนาเป็นปัญหาหนักในทุกวันนี้  สำหรับไข่หอยเชอรี่นั้น เอามาทำน้ำปุ๋ยหมักได้ โดยนำไข่หอยเชอรี่มาทุบหรือบดให้ละเอียด ผสมกับพืชส่วนที่อ่อน ๆ หรือส่วนยอดความยาวไม่เกิน 6 นิ้ว หรือไม่เกิน 1 คืบที่หั่นหรือบดละเอียดแล้ว มาผสมในอัตราส่วน ไข่หอยละเอียด : น้ำตาลโมลาส : พืชส่วนอ่อนบดละเอียด และน้ำหมักน้ำเชื้อจุลินทรีย์ธรรมชาติ คือ 3 : 3 : 1 แล้วคนให้เข้ากัน ใส่ถังหมัก หลังจากอยู่ตัวก็นำไปผสมกับปุ๋ยน้ำอื่น ๆ ใช้ประโยชน์ต่อไปได้.

 ที่มาหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ฉบับวันที่29/3/2560

เวปที่มา https://www.dailynews.co.th/agriculture/564625

เรื่องน่ารู้ : ไข่หอยเชอรี่... (อ่าน 8 ครั้ง)
วันที่: 29 มี.ค. 2560, 8:20:31 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

 หอยเชอรี่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกา ใต้ แพร่กระจายสู่ทวีปเอเชียโดยชาวญี่ปุ่น ไต้หวัน และฟิลิปปินส์ นำไปเลี้ยงเป็นการค้า เมื่อประชาชนไม่นิยมบริโภคจึงเลิกและปล่อยหอยแพร่ลงสู่แหล่งน้ำตามธรรมชาติจนเกิดการระบาดทำลายข้าวในนาเป็นปัญหาหนักในทุกวันนี้  สำหรับไข่หอยเชอรี่นั้น เอามาทำน้ำปุ๋ยหมักได้ โดยนำไข่หอยเชอรี่มาทุบหรือบดให้ละเอียด ผสมกับพืชส่วนที่อ่อน ๆ หรือส่วนยอดความยาวไม่เกิน 6 นิ้ว หรือไม่เกิน 1 คืบที่หั่นหรือบดละเอียดแล้ว มาผสมในอัตราส่วน ไข่หอยละเอียด : น้ำตาลโมลาส : พืชส่วนอ่อนบดละเอียด และน้ำหมักน้ำเชื้อจุลินทรีย์ธรรมชาติ คือ 3 : 3 : 1 แล้วคนให้เข้ากัน ใส่ถังหมัก หลังจากอยู่ตัวก็นำไปผสมกับปุ๋ยน้ำอื่น ๆ ใช้ประโยชน์ต่อไปได้.

 ที่มาหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ฉบับวันที่29/3/2560

เวปที่มา https://www.dailynews.co.th/agriculture/564625

ส่องเกษตร : เร่งแก้เหลื่อมล้ำตั้งแต่เด็ก (อ่าน 10 ครั้ง)
วันที่: 29 มี.ค. 2560, 8:17:32 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

สัปดาห์ที่แล้ว สศก.-สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรโดยท่านเลขาธิการ-จริยา สุทธิไชยา ได้แถลงข่าวดัชนีราคาสินค้าเกษตรเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ปรากฏว่า รายได้เกษตรกรโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น ทั้งคาดว่า รายได้เกษตรกรเดือนมีนาคมนี้ ยังคงขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อ นับเป็นข่าวที่น่ายินดีลองดูรายละเอียดสักนิด...ภาพรวมดัชนีราคาสินค้าเกษตร ก.พ.2560 เพิ่มขึ้น 12.72% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (ก.พ. 2559) แต่เทียบกับ ม.ค.2560 ดัชนีราคาลดลงเล็กน้อย 0.39% โดยสินค้าที่ราคาสูงขึ้นได้แก่ ยางพารา,ปาล์มน้ำมัน,กุ้งขาวแวนนาไม, ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ส่วนที่ราคาลดลง ได้แก่ มันสำปะหลัง,สับปะรดโรงงาน,หอมแดง ทั้งคาดว่าเดือนมี.ค.นี้ ดัชนีราคาจะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับมี.ค. 2559 ซึ่งสินค้าที่ราคาเพิ่มขึ้นได้แก่ ยางพารา,อ้อย,กุ้งขาวแวนนาไม และปาล์มน้ำมัน

ด้านดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร ก.พ.2560 เพิ่มขึ้น 8.16% เมื่อเทียบกับก.พ.ปีที่ผ่านมา สินค้าที่ผลผลิตเพิ่มได้แก่ ปาล์มน้ำมัน,ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์, สุกร และกุ้งขาวแวนนาไม ส่วนที่ลดลง ได้แก่ ยางพารา แต่เมื่อเทียบกับม.ค.2560 ดัชนีผลผลิตฯลดลงเล็กน้อย 0.72% อย่างไรก็ตามคาดว่า เดือนมี.ค.นี้ ผลผลิตจะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับมี.ค.2559 ได้แก่ อ้อยโรงงาน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สุกร หอมแดง และกุ้งขาวแวนนาไมเมื่อทั้งราคาและผลผลิตต่างเพิ่มขึ้น ทำให้ภาพรวมดัชนีรายได้เกษตรกรเดือนก.พ.2560 จึงเพิ่มขึ้นจากก.พ.2559 มากถึง 21.91% ทั้งคาดว่าเดือนมี.ค.2560 รายได้เกษตรกรยังคงขยายตัวขึ้นเมื่อเทียบกับมี.ค.2559 เป็นผลจากดัชนีผลผลิตและดัชนีราคายังปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งจะสะท้อนถึงกำลังซื้อของครัวเรือนภาคเกษตรที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องการที่เกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศไทยมีรายได้เพิ่มขึ้น มีกำลังซื้อสูงขึ้น แน่นอน ย่อมส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ แต่ตัวเลขที่ดีขึ้น 1-2 เดือน ยังไม่เพียงพอ ต้องพยายามดูแลเดือนต่อๆให้ดีขึ้นหรือทรงตัว ให้ได้ตลอดทั้งปี อย่าได้ทรุดลงไปมากๆอีก ถ้าทำได้ ปีนี้ก็น่าจะเห็นภาพพี่น้องเกษตรกรยิ้มได้สดใสยิ่งขึ้น และเศรษฐกิจไทยคงจะฟื้นดียิ่งขึ้นตามไปด้วยและการที่เกษตรกรมีรายได้ที่ดีขึ้น ยังจะช่วยลดปัญหาของประเทศในทุกๆด้านโดยเฉพาะปัญหา ความเหลื่อมล้ำที่เป็นต้นตอให้เกิด วิกฤติชาติมาโดยตลอดผมเองหลังจากได้รับฟัง ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล เลขาฯมูลนิธิปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริไปพูดเรื่องสื่อมวลชนกับการสืบสานพระราชปณิธานในหลวงรัชกาลที่ ๙ในงานวันนักข่าวที่ผ่านมา ผมก็ตั้งใจว่า จะพยายามทำหน้าที่สื่อสะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำในทุกวาระที่มีโอกาสเพื่อกระตุ้นให้สังคมได้ตระหนัก นำไปสู่การร่วมกันแก้ไขต่อไป เฉกเช่นที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงทุ่มเทดำเนินพระราชกรณียกิจเพื่อแก้ไขปัญหานี้ตลอด 70 ปีแห่งการครองราชย์เลยขอถือโอกาสนี้นำข้อมูลที่องค์การยูนิเซฟและสำนักงานสถิติแห่งชาติได้สำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทยล่าสุด ที่เพิ่งแถลงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยได้จัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเด็กและสตรีด้านต่างๆ เช่น สุขภาพ,พัฒนาการ,การศึกษา และการคุ้มครองเด็ก จากกว่า 28,000 ครัวเรือน ทั่วประเทศ ระหว่างพ.ย.2558 ถึงมี.ค.2559 พอสรุปได้ว่า แม้หลายๆด้านจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้น แต่เมื่อดูในรายละเอียด ผลสำรวจยังสะท้อนให้เห็นความเหลื่อมล้ำที่น่ากังวล ชี้ให้เห็นว่า เด็กและเยาวชนในพื้นที่ชนบท,ในครอบครัวยากจน และเด็กที่พ่อแม่ขาดการศึกษา ยังล้าหลังทั้งด้านสุขภาพ,การศึกษา และพัฒนาการโดยรวม เมื่อเทียบกับเด็กกลุ่มอื่นๆเช่น ผลสำรวจชี้ว่า เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีในไทยราว 1 ใน 10 มีภาวะเตี้ยแคระแกร็น ความสูงต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน อัตรานี้สูงขึ้นในเด็กที่แม่ไม่มีการศึกษา เด็กในครัวเรือนยากจนมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน มีภาวะเตี้ยแคระแกร็นสูงกว่าเด็กกลุ่มอื่น นอกจากนี้ 1 ใน 5 ของเด็กอายุต่ำกว่า 17 ปีหรือราว 3 ล้านคนไม่ได้อยู่กับพ่อ-แม่ ทั้งๆที่พ่อ-แม่ยังมีชีวิตอยู่ สูงสุดอยู่ในภาคอีสานและกลุ่มเด็กจากครัวเรือนยากจนมาก ชี้ให้เห็นว่า เด็กในชนบทและครอบครัวยากจน ต้องเผชิญเส้นทางชีวิตยากลำบากที่สุดในการเติบโตขึ้นมานายโธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทยระบุว่า ผลสำรวจครั้งนี้ตอกย้ำความเป็นอยู่ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงของเด็กกลุ่มต่างๆ ขึ้นอยู่กับพื้นที่อาศัย,ชาติพันธุ์,รายได้ครอบครัวและระดับการศึกษาของแม่ ความไม่เท่าเทียมนี้ ถือเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขอย่างจริงจังและเร่งด่วนความเหลื่อมล้ำตั้งแต่เด็ก โตไปก็ยิ่งเหลื่อมล้ำ จึงต้องช่วยกันแก้ไขตั้งแต่เด็กๆ นี่แหละครับ

ที่มาหนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับวันที่29/3/2560

เวปที่มา http://www.naewna.com/local/262647

 

แนะวิธีบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูแล้ง ‘ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์’หนุนใช้เทคโนโลยีระบบน้ำหยด (อ่าน 8 ครั้ง)
วันที่: 29 มี.ค. 2560, 8:14:34 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

นายกันตพงษ์ แก้วกมล ประธานเครือข่ายยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ประเทศไทย เปิดเผยว่าการทำการเกษตรในยุคปัจจุบัน มีการนำเทคโนโลยีเครื่องทุ่นแรงมากมาย ถือว่ามีความสะดวกสบายเป็นอย่างมาก ทำให้เกษตรกรรุ่นใหม่สามารถทำการเกษตรได้ดี มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ประกอบกับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการเกษตรที่ทำให้เกษตรกรเข้าถึงข้อมูลข่าวสารมากกว่าในอดีตที่ผ่านมา รวมทั้งสามารถประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารผ่านระบบออนไลน์ เชื่อมโยงเครือข่ายรวดเร็วและเข้าถึงประชาชนทุกเพศทุกวัยกันได้มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้การทำการเกษตรของเกษตรกรในยุคดิจิทัลสามารถพึ่งพาตนเองได้แม้จะมีพื้นที่ทำการเกษตรไม่มากก็ตาม

โดยหนึ่งในเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถช่วยให้เกษตรกรทำการเกษตรได้อย่างลดต้นทุน และได้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพก็คือ เทคโนโลยีการประหยัดน้ำด้วยการใช้ระบบน้ำหยด และมินิสปริงเกอร์ ซึ่งเป็นระบบการจัดการน้ำให้กับพืชได้ดี นอกจากจะช่วยทุ่นแรงในด้านการใช้แรงงานแล้ว ในการตอบสนองต่อสภาพอากาศของประเทศไทยก็ถือว่ามีความเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง และในพื้นที่ที่มีน้ำน้อย การใช้งานเทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้ล้วนมีส่วนช่วยในการบริหารจัดการน้ำ หรือการใช้น้ำในภาคเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่ต้องเผชิญกับภัยแล้งทุกปี ฉะนั้นการเลือกใช้เทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดน้ำในช่วงที่มีน้ำในการทำการเกษตรไม่เพียงพอ จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและสามารถสร้างรายได้จากการปลูกพืชได้ตลอดทั้งปีนายกันตพงษ์ กล่าวอีกว่า ในฟาร์มของตนนั้นถึงแม้ว่าจะมีพื้นที่ไม่มากนัก และเลือกทำการเกษตรในรูปแบบผสมผสานหรือเกษตรทฤษฎีใหม่ที่แบ่งพื้นที่ปลูกพืชผัก ไม้ผล และขุดแหล่งน้ำไว้ใช้ในฟาร์มของตนเอง อีกทั้งยังเลือกใช้ระบบน้ำหยดและมินิสปริงเกอร์เพื่อประหยัดน้ำในการทำเกษตรตลอดทั้งปี พร้อมกับคิดค้นอุปกรณ์และตัวช่วยในการเช็คข้อมูลสภาพอากาศภายในฟาร์มว่า ในแต่ละวันดินมีอุณหภูมิเท่าไรอากาศมีอุณหภูมิเท่าไร ความชื้นสัมพัทธ์เท่าไร เพื่อที่จะนำข้อมูลดังกล่าวมาเป็นตัวกำหนดในการจ่ายน้ำให้กับพืชในแปลงทั้งหมด ซึ่งเครื่องมือนี้ถือว่ามีส่วนช่วยในการบริหารจัดการน้ำในแปลงปลูกได้เป็นอย่างมาก ทั้งยังทำให้การผลิตของฟาร์มนั้นมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำ แต่สามารถผลิตสินค้าเกษตรได้ดีมีคุณภาพตรงกับความต้องการของตลาดอีกด้วยอย่างไรก็ตาม สำหรับเกษตรกรและยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ที่ไม่สามารถจะลงทุนด้านเครื่องมือหรือเทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้ได้ทางรัฐบาล โดยเฉพาะ กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็แนะนำให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชอายุสั้นใช้น้ำน้อยในช่วงฤดูแล้งแทน ซึ่งก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีอะไร แค่เพียงเลือกชนิดพืชให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในแต่ละฤดู ก็สามารถช่วยให้เกษตรกรทำการเกษตรและมีรายได้ตลอดทั้งปี

ที่มาหนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับวันที่29/3/250

เวปที่มา http://www.naewna.com/local/262648

 

12345678910...>>

logoVDO.gif

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ



ฐานข้อมูลชีวิตและผลงาน ท่านพุทธทาสภิกขุ โหลดเพลง นิยาย คลิปวีดีโอ การ์ตูน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมพัฒนาที่ดิน ตลาดไทย สี่มุมเมือง ฟาร์มเกษตร ดอทคอม ปุ๋ย ปุ๋ยเม็ด ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ  ร้านเกษตรวิรุฬ