นิดหนึ่งนี้อุทิศแด่ชาวนา     ผู้ต่ำต้อยน้อยหน้าเหลือแสน    ลำบากยากจนข้นแค้น   ไป่แม้นชาวฟ้ามหานคร   โดย. อาจารย์ดีพร้อม ไชยวงศ์เกียรติ
25 มกราคม 2558


ยินดีต้อนรับ  Guest
ชื่อสมาชิก:
รหัสผ่าน:
     
จำนวนสมาชิก : (6731)
สมัครสมาชิก  ลืมรหัสผ่าน
          Social Network
fan page tawizter youtube
ค้นหา:  
ลิ้งในฐานข้อมูล (16967 )
Skip Navigation Links.

www.dbd.go.th






แลกลิ้ง






ติดต่อแลกลิ้งติดต่อกลับ thaigreenagro@gmail.com


www.thaigreenagro.com







หมวดหมู่:  ข่าวเกษตร   จำนวน:   12857   บทความ  
การเกษตร (11451) เทคโนโลยีการเกษตร (70)
การนำเข้า-ส่งออก (168) พลังงานและสิ่งแวดล้อม (215)
ข่าวสารทั่วไป (983)
12345678910...>>
 
องค์กรสวนยางแตก ค้านอุทัยตั้งสมัชชาฯ อดีตปธ.สหกรณ์อัด (อ่าน 45 ครั้ง)
วันที่: 23 ม.ค. 2558, 8:34:15 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร


เมื่อวันที่ 22 มกราคม นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสมัชชาสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานสมัชชาสถาบันเกษตรกรฯเพื่อแก้ไขปัญหายางทั้งระบบขององค์กรชาวสวนยาง ว่า จากการประชุมคณะกรรมการนโยบายยางพาราธรรมชาติ ( กนย.) ที่ผ่านมา ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีแนวทางที่จะให้องค์กรชาวสวนยางร่วมกันแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำทั้งระบบและวางกรอบการสร้างเสถียรภาพด้านราคายางทั้งระบบอย่างเป็นรูปธรรมมีตัวแทนองค์กรชาวสวนยาง ที่เกี่ยวข้อง 7 หน่วยงาน ประกอบด้วย สมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย,ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย, ชุมนุมสหกรณ์อุตสาหกรรมยางแห่งประเทศไทย, เครือข่ายชาวสวนยางแห่งประเทศไทย, สมาคมเครือข่ายเกษตรกร สถาบันเกษตรกรยางพาราไทย, สภาเกษตรกรแห่งชาติ และแนวร่วมกู้ชีพชาวสวนยาง จึงมีมติร่วมกันจัดตั้ง สมัชชาสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทยขึ้น

ทั้งนี้ ในที่ประชุม ได้แต่งตั้งให้ นายอำนวย ปะติเส รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯเป็นประธานกิตติมศักดิ์ และแต่งตั้ง นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ เป็นประธาน และมีนายสุนทร รักษ์รงค์ เป็นเลขาธิการสมัชชาฯซึ่งในเบื้องต้นได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ใช้สถานที่ของกระทรวงเกษตรฯ เป็นวอร์รูมปฏิบัติงาน และทางสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.)ยังสนับสนุนงบประมาณบางส่วนจากเงินCESS เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆในกิจกรรรมของสมัชาฯ จากนั้น เมื่อ พ.ร.บ.การยาง ผ่านการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี สมัชชาสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย จะเป็นองค์กรที่รับรองโดย พ.ร.บ.ดังกล่าวด้วย

โดยสมัชชาสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย จะทำหน้าที่เป็นองค์กรหลักในการขับเคลื่อนและผลักดันแนวการแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำทั้งระบบอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งในเบื้องต้นจะมีการระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากตัวแทนของทุกองค์กรเกษตรกรชาวสวนยาง เพื่อนำมาวิเคราะห์และจัดทำแผนงานที่ชัดเจนร่วมกันก่อนจะเสนอให้ภาครัฐพิจารณาต่อไป

 

ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา องค์กรเกษตรกรชาวสวนยางต่างๆ ขับเคลื่อนและเรียกร้องแนวทางการแก้ไขปัญหาแบบขาดทิศทางและส่วนใหญ่เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในแต่ละพื้นที่ แต่จากปัญหาราคายางตกต่ำในปัจจุบันซึ่งสร้างความเดือดร้อนของกับเกษตรกรชาวสวนยางทั้งระบบ จึงเป็นที่มาของการร่วมมือเพื่อจัดตั้งสมัชชาสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแหงประเทศไทยในครั้งนี้ เพื่อให้การขับเคลื่อนและผลักดันการแก้ไขปัญหาเป็นรูปธรรม และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกรชาวสวนยางมากขึ้น เพราะจะมีการระดมความคิดเห็นและปัญหาที่เกิดขึ้นจริงจากทุกพื้นที่ นอกจากนี้ ยังช่วยลดปัญหาการเรียกร้องต่างๆของเกษตรกรที่อาจสร้างความวุ่นวายต่างๆด้วยนายอุทัย กล่าว

นายอุทัย กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ เพื่อวางกรอบการสร้างเสถียรภาพด้านราคายางทั้งระบบอย่างเป็นรูปธรรม ในโอกาสครบรอบ 50 ปียางพาราไทยในวันที่ 10 เมษายน 2558ซึ่งจะมีการจัดงานวันยางพาราไทยที่ จ.ตรังนั้น สมัชชาฯเตรียมที่จะจัดสัมมนาทางวิชาการโดยเชิญตัวแทนหรือองค์กรเกษตรกรชาวสวนยางจากประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนทั้งหมด 8 ประเทศ เพื่อระดมความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และรับฟังปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรชาวสวนยางในแต่ละประเทศ จากนั้นจะตัวแทนเกษตรกรจากทุกประเทศจะร่วมกันหาข้อสรุปแนวทางการแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำโดยเฉพาะปัญหาราคายางที่ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต เพื่อให้เกษตรกรหรือองค์กรเกษตรกรของแต่ละประเทศนำกลับไปเสนอต่อรัฐบาลของประเทศตนเองต่อไป

ด้าน นายเพิก เลิศวังพง อดีตประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางพาราแห่งประเทศไทย จำกัด (ชสยท.) กล่าวถึงกรณีรัฐบาลจัดตั้งสมัชชาสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทยขึ้น โดยมี นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ เป็นประธานสมัชชาสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทยว่า เรื่องดัง ในส่วนตนเห็นว่า ไม่เหมาะสมและเป็นการแกปัญหาไม่ถูกทาง เพราะการตั้งองค์กร ขึ้นมาเพิ่ม ก็ไม่เชื่อว่าจะมีประโยชน์ใด ๆ ทั้งนี้กลุ่มตนยังยืนยันที่จะคัดค้านพรบ.การยางต่อไป เนื่องจาก เห็นว่าหาก พรบ.การยางผ่านสภาฯและออกเป็นพรบ.จนมีผลบังคับให้ จะทำให้เกิดการเอื้อผลประโชยน์ ให้กับเอกชนมากกว่า เท่าที่ตนทราบขณะนี้มีเงินกองทุนยางอยู่ประมาณกว่า3 หมื่นล้านบาทและมีกลุ่มเอกชนบางกลุ่มพยายามจะให้ พรบ.การยางผ่าน เพื่อให้กลุ่มทุนเข้ามาใช้เงินในกองทุนได้เท่านั้น พรบ.การยางจึงไม่น่าจะเกิดประโยชน์ต่อชาวสวนยางโดยรวม ซึ่งจากนี้ไป สังคมต้องจับตามองว่า การตั้งสมัชชาและการที่มีความพยายาม นำร่างพรบ.การยาง ให้ผ่านสภา เป็นการทำเพื่อใคร

ทั้งนี้ในส่วนที่มีการเรียกเอกชนกลุ่มผู้ประกอบการยางมาหรือรือเพื่อขอให้รับซื้อยางจากเกษตรกรโดยจะให้รคาเป็น 80บาทนั้น ส่วนตนเชื่อว่า ไม่มีความเป็นไปได้อย่างแน่นอน เพราะจนถึงทุกวันนี้ราคายางไม่มีแนวโน้มว่า จะส่งออกได้ตามที่รัฐบางบอกกับสังคมและหากมี ก็น่าจะเป็นช่วงสั้นๆ เท่านั้น แต่ทั้งหมดเป็นการสร้างภาพและบีบให้เอกชนซื้อเท่านั้น

ผมคิดว่าไม่มีความเป็นไปได้ที่ราคายางพารา จะ ขยับตัวสูงขึ้น80 บาท เพราะ ที่บอกว่าตกลงขายยาง 62.50บาท ก็ ไม่ทราบว่า มีจริงหรือไม่ เพราะตลอดเวลา เราพยายาม ที่จะขอให้ เปิดเผยสัญญา ก็ ยังไม่ยอมเปิดเผยก็ ไม่ทราบว่าว่า สาเหตุอะไร ตอนนี้เท่าที่ทราบ ขายยางไปให้จีนจริงเพียง377 ตัน ซึ่ง ถือว่าน้อยมาก จากที่ตกลงกันไว้ เดือนละ2 หมื่นตัน ถึงอยากให้เปิดเผยออกมา จากนี้ไปเราอาจจะต้องเคลื่อนไหวขอให้เปิดเผยข้อมูล เพราะเชื่อว่าสัญญาที่ขายยางน่าจะมีการหมกเม็ด เพราะหากขายได้จริงราคายางน่าจะขยับตัวสูงขึ้นนายเพิก กล่าว

 

ที่มา:หนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับวันที่ 23 มกราคม 2557

http://www.naewna.com/local/140957

รายงานพิเศษ : เขื่อน!!ตัวการใหญ่ทำลายป่าไม้จริงหรือ? (อ่าน 41 ครั้ง)
วันที่: 23 ม.ค. 2558, 8:30:11 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

ไม่เอาเขื่อน...เขื่อนทำลายป่า...เขื่อนแก้ไขปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งไม่ได้...NO DAM...” คำเหล่านี้และอีกหลายๆคำ ที่จะเห็นบ่อยเมื่อมีการประท้วง ต่อต้านโครงการพัฒนาแหล่งน้ำของรัฐบาล

ปัจจุบันมีการตื่นตัวของการอนุรักษ์ป่าไม้ค่อนข้างมาก จนบางครั้งทำให้การพัฒนาในด้านต่างๆสะดุด โดยเฉพาะการพัฒนาแหล่งน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำ ส่งผลกระทบต่อโครงการพัฒนาแหล่งน้ำทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลางหลายโครงการไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ขณะเดียวกันความต้องการใช้น้ำในทุกภาคส่วนกลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ เชื่อว่า อีกไม่นานจุดวิกฤติในเรื่องน้ำของประเทศจะมาเยือนแน่นอน

สำหรับสาเหตุที่คัดค้านการสร้างเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำนั้น มีเหตุผลหลักๆ ก็คือ เขื่อนทำลายป่าไม้ ทำลายธรรมชาติ ทำให้สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ก็ยังมีเหตุผลสนับสนุนอื่นๆอีก เช่น เขื่อนไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาภัยแล้ง หรือน้ำท่วม มีผลประโยชน์แอบแฝง ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน ตั้งอยู่ในแนวเลื่อนของเปลือกโลก เป็นต้น พร้อมกับให้คำแนะนำว่า การฟื้นฟูป่าต้นน้ำ การอนุรักษ์ป่า และการปลูกป่า เป็นแนวทางแก้ปัญหาเรื่องน้ำดีที่สุด

จริงๆแล้ว การสร้างเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำ ใช่สาเหตุหลักของการสูญเสียป่า สูญเสียธรรมชาติหรือไม่?

เอกสารในงานสัมมนาของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง ปัญหาอุปสรรคและแนวทางการแก้ไขปัญหาการทุจริตด้านทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ ระบุว่า สถานการณ์ป่าไม้เมื่อปี 2504 ประเทศไทยมีพื้นที่ป่าประมาณ 171 ล้านไร่ หรือร้อยละ 53 ของพื้นที่ทั้งประเทศ แต่ในปี 2549 ประเทศไทยพื้นที่ป่าลดลงเหลือเพียง 99 ล้านไร่ หรือร้อยละ 31 ของพื้นที่ทั้งประเทศ จะเห็นได้ว่า ในช่วงเพียง 45 ปี ไม่ถึงชั่วอายุคน ประเทศไทยสูญเสียพื้นที่ป่าไปถึง 72 ล้านไร่ หรือประมาณปีละ 1.6 ล้านไร่

อะไรคือ สาเหตุสำคัญที่ทำให้พื้นที่ป่าต้องสูญเสียไปอย่างมหาศาลเช่นนี้ ?

ข้อมูลจากหนังสือราชการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง ข้อมูลการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อปี 2543 โดยอ้างข้อมูลจากกรมป่าไม้ ระบุว่า มีพื้นที่ป่าที่ขอใช้เพื่อการชลประทาน ซึ่งรวมถึงการสร้างเขื่อน สร้างอ่างเก็บน้ำ ระบบคลองส่งน้ำ อาคารชลประทานต่างๆ เป็นจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 535,620 ไร่อาจจะมีคนแย้งว่า โครงการพัฒนาแหล่งน้ำไม่ได้ขอใช้พื้นที่เฉพาะ ป่าสงวนแห่งชาติเท่านั้น บางโครงการยังขอใช้พื้นที่ป่าในเขตของอุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าด้วย ซึ่งก็เป็นไปได้เช่นกัน แต่คงจะไม่มากไปกว่าพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่ขออนุญาตใช้แน่นอน ประมาณการได้ว่า ตั้งแต่มีกรมชลประทานเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน โครงการพัฒนาแหล่งน้ำน่าจะขอใช้พื้นที่ป่าทุกประเภทรวมกันไม่เกิน 1 ล้านไร่

ตามข้อมูลที่ระบุว่า ประเทศไทยสูญเสียพื้นที่ป่าไปถึง 72 ล้านไร่ ในจำนวนนี้เป็นการสูญเสียเพื่อการพัฒนาแหล่งน้ำเพียงประมาณ 1 ล้านไร่ ที่เหลือเป็นสูญเสียไปเพราะเรื่อง อื่นๆ ซึ่งข้อมูลการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติดังกล่าวข้างต้น ได้ระบุว่า ได้มีการขอใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่ถูกต้องตามกฎหมาย รวมกันทั้งหมดประมาณ 2.8 ล้านไร่เท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย ขอใช้ในการ ปลูกสร้างสวนป่า การเกษตร ที่อยู่อาศัย สถานที่ราชการ ระเบิดหิน ทำเหมืองแร่ ก่อสร้างทาง การไฟฟ้า การชลประทาน การศึกษา ศาสนา เป็นต้น

ดังนั้นพื้นที่ป่าเกือบ 70 ล้านไร่ที่สูญเสียไปส่วนใหญ่ จึงน่าจะมาจากการบุกรุกที่ผิดกฎหมายมากกว่าการนำไปใช้ประโยชน์ในทุกๆด้านที่ถูกกฎหมาย และที่สำคัญการสูญเสียป่าเนื่องจากโครงการพัฒนาแหล่งน้ำนั้นมีจำนวนน้อยมาก แต่กลับถูกมองเป็นตัวการใหญ่ และเป็นสาเหตุสำคัญในการทำลายป่า ทั้งที่จริงๆแล้วโครงการพัฒนาแหล่งน้ำสร้างประโยชน์ไม่ต่างจากป่าไม้

ป่าไม้ทุกคนยอมรับว่า มีประโยชน์มากมาย ในหนังสือ ทรัพยากรป่าไม้ได้เขียนถึงประโยชน์ของป่าไม้ไว้ว่า มีประโยชน์ทางตรงคือ สามารถนำมาใช้ในการดำรงชีวิตหรือทำเป็นสินค้าแลกเปลี่ยนเป็นเงินตราได้ เช่น เนื้อไม้ นำมาแปรรูปใช้ในการก่อสร้าง ประดิษฐ์สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ หรือทำเยื่อกระดาษ เป็นต้น สามารถช่วยดูดซับและกักเก็บน้ำ โดยเศษซากใบไม้และกิ่งไม้ตามพื้นป่าเปรียบเสมือนฟองน้ำช่วยซับน้ำเอาไว้ แล้วระบายลงไปเก็บไว้ในพื้นดิน ซึมลงไปเป็นน้ำใต้ดิน และค่อยๆ ระบายลงสู่ลำห้วยลำธารอย่างช้าๆ ทำให้มีน้ำไหลในลำธารตลอดทั้งปี เป็นแหล่งที่อยู่ของสัตว์ป่า เป็นแหล่งอาหาร ที่สร้างรัง วางไข่ และหลบภัย เป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุกรรม โดยเป็นแหล่งที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นแหล่งป้องกันภัยธรรมชาติ ช่วยลดความรุนแรงจากอุทกภัยด้วยการชะลอการไหลของน้ำไหลบ่าหน้าดิน และช่วยลดกำลังของลมพายุได้เป็นอย่างดี เป็นห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ และแหล่งวิชาการด้านชีววิทยา นิเวศวิทยา ธรรมชาติวิทยา ป่าไม้ เกษตร เภสัชกรรม และอื่นๆ รวมทั้งยังเป็นแหล่งรวมสิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่อยู่อาศัยและมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ทางอ้อมคือ ช่วยทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น ช่วยทำให้ดินดีขึ้น จากอินทรียวัตถุ และสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆ ที่สะสมปกคลุมผิวดิน ช่วยป้องกันแม่น้ำลำธารไม่ให้ตื้นเขิน ป้องกันการกัดชะและพังทลายของหน้าดิน ช่วยลดตะกอนที่ไหลมากับน้ำ ทำให้แหล่งน้ำต่างๆ มีการตกตะกอนน้อย ช่วยเพิ่มปริมาณอาหารให้แก่สัตว์น้ำในแหล่งน้ำตอนล่าง น้ำที่ไหลมาจากป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ จะมีธาตุอาหารปะปนมากับน้ำเป็นจำนวนมาก ซึ่งธาตุอาหารเหล่านี้เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของแพลงตอนและสัตว์น้ำต่างๆป่าไม้มีประโยชน์มากมายควรค่าในการอนุรักษ์ เขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำก็มีประโยชน์เช่นกันวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ได้เขียนไว้ว่า เขื่อน เป็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่สำหรับกั้นทางน้ำ มีประโยชน์ เพื่อกักเก็บน้ำ ในช่วงฤดูน้ำหลากและปล่อยน้ำใช้ในการเกษตรกรรม อุปโภคบริโภคในช่วงขาดแคลนน้ำ เขื่อนยังคงใช้สำหรับป้องกันน้ำท่วมฉับพลันในฤดูที่น้ำไหลหลากอีกทางหนึ่ง โดยเขื่อนจะทำหน้าที่ชะลอความเร็วของน้ำ ให้น้ำไหลผ่านได้เฉพาะตามปริมาณที่เหมาะสม ในปัจจุบันเขื่อนมีหน้าที่หลักอีกด้านคือการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยพลังงานไฟฟ้าส่วนหนึ่งในประเทศไทยมาจากการปั่นไฟจากเขื่อน

นอกจากนี้เขื่อนแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ แหล่งทำอาชีพประมง และบางแห่งใช้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมนันทนาการต่าง ๆ เช่น การล่องเรือ การแข่งกีฬาทางน้ำ การตกปลา เป็นต้นอย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ย่อมมีผลกระทบต่อป่าไม้และสภาพแวดล้อมบ้าง แต่ก็ได้น้ำกลับมา ซึ่งน้ำมีส่วนสำคัญที่จะสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับป่า และให้กับประชาชนที่อยู่พื้นที่ราบ รวมทั้งยังช่วยแก้ปัญหาภัยแล้ง หรือ น้ำท่วมได้อย่างเป็นรูปธรรม จะเห็นได้จากพื้นที่ที่มีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ กับพื้นที่ที่ไม่มีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน ทั้งในเรื่องความอุดมสมบูรณ์ คุณภาพชีวิต ฐานะทางเศรษฐกิจ ปัญหาภัยแล้ง ปัญหาน้ำท่วม ฯลฯ

เขื่อนใช่ว่าจะสามารถแก้ปัญหาภัยแล้งหรือน้ำท่วมได้อย่างสมบูรณ์แบบทั้งหมด ในอดีตที่เคยมีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ แต่ก็มีหลักฐานยืนยันว่า มีน้ำท่วมเกิดขึ้นในฤดูน้ำหลากเกือบทุกปี จนสามารถนำมาใช้เป็นยุทธวิธีในการรบกับศัตรูได้ หรือในฤดูแล้งก็น้ำแห้งเดินข้ามแม่น้ำได้สบายๆ เช่น ในแม่น้ำปิง ชาวบ้านสามารถลงเล่่นน้ำในช่วงสงกรานต์ได้ หรือแม้แต่ในปัจจุบัน ลุ่มน้ำยม ที่ถูกอ้างเสมอว่า ป่าต้นน้ำอุดมสมบูรณ์ แต่ก็เกิดปัญหาน้ำท่วมในฤดูฝนทุกปี พอถึงฤดูแล้งน้ำก็แห้งขาดแคลนน้ำทุกปีเช่นกันเมื่อมีหลักฐานยืนยันว่า เขื่อน ไม่ได้เป็นสาเหตุหลักในการทำลายป่า ทำไมไม่ไปตามทวงคืนผืนป่าจากสาเหตุหลักคือ การบุกรุกที่ผิดกฎหมาย นำที่ดินมาฟื้นฟูให้เป็นป่า ดีกว่าที่จะมาต่อต้านโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่สร้างประโยชน์มากมายไม่ต่างจากป่า แก้ไขปัญหาป่าไม้ให้ตรงจุด ควบคู่กับการพัฒนาแหล่งน้ำอย่างมีเหตุผลน่าจะเป็นทางออกที่ดีในการแก้ไขปัญหาน้ำและป่า ซึ่งทั้ง 2 นี้อย่างสามารถบูรณาการ เกื้อหนุนซึ่งกันและกันได้ ดั่งพระราชดำริจากน้ำพระราชหฤทัย ของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ที่มีความตอนหนึ่งว่า

“.....พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า...

 

ที่มา:หนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับวันที่ 23 มกราคม 2557

http://www.naewna.com/local/140908

‘ไก่-ไข่-ยาง’ราคาร่วงต่อเนื่อง สศก.แจงสาเหตุผลผลิตยังล้นตลาด (อ่าน 50 ครั้ง)
วันที่: 23 ม.ค. 2558, 8:26:27 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

 

นายเลอศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาสินค้าเกษตรเดือนธันวาคม 2557 เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคมปี 2556 ภาพรวมพบว่าลดลงร้อยละ 12.53 โดยสินค้าเกษตรที่มีราคาปรับตัวลดลง ได้แก่ ยางพารา ไก่เนื้อ และไข่ไก่ โดยยางพารา เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังคงชะลอตัว ไก่เนื้อ และไข่ไก่ ราคาลดลงเนื่องจากผลผลิตเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สำหรับสินค้าที่มีราคาปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สับปะรดโรงงาน และสุกร โดยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เนื่องจากความต้องการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของโลกมีมากขึ้น สับปะรดโรงงานราคาสูงขึ้นเนื่องจากผลผลิตลดลง และสุกรราคาสูงขึ้นเนื่องจากผลผลิตลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

หากเทียบกับเดือนพฤศจิกายน ปี 2557 พบว่า ดัชนีราคาสินค้าเกษตรเดือนธันวาคม 2557 ลดลงร้อยละ 1.36 สินค้าที่มีราคาปรับตัวลดลง ได้แก่ ยางพารา ไก่เนื้อ และไข่ไก่ โดยยางพาราลดลงเนื่องจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกและราคาตลาดล่วงหน้า TOCOM ปรับตัวลดลง ไก่เนื้อและไข่ไก่ ราคาลดลงเนื่องจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดมากขึ้น ส่วนสินค้าที่มีราคาปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สับปะรดโรงงาน และปาล์มน้ำมัน โดยมันสำปะหลังราคาสูงขึ้นแม้ว่าผลผลิตจะออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นแต่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของโรงแป้งและลานมัน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ราคาสูงขึ้นเนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง ไม่เพียงพอต่อความต้องการของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ สับปะรดโรงงาน ราคาสูงขึ้นเนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย ไม่เพียงพอต่อความต้องการของโรงงานแปรรูป ปาล์มน้ำมัน ราคาสูงขึ้นเนื่องจากเป็นช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย ทั้งนี้ ในเดือนมกราคม 2558 คาดว่า ดัชนีราคาสินค้าเกษตรจะใกล้เคียงกับเดือนที่ผ่านมา

ด้านดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรเดือนธันวาคม 2557 เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคมปีที่แล้ว (ปี 2556) พบว่า ภาพรวมผลผลิตลดลงร้อยละ 4.85 ผลผลิตที่ลดลงได้แก่ มันสำปะหลัง ยางพารา สับปะรดโรงงาน หอมแดง และสุกร ส่วนสินค้าที่เพิ่มขึ้นได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน ไก่เนื้อ และไข่ไก่

 

ที่มา:หนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับวันที่ 23 มกราคม 2557

http://www.naewna.com/local/140907

เกษตรฯปลื้มกระแสดีเกินคาด ขยายเวลาจัดตลาดนัดกล้วยไม้ (อ่าน 41 ครั้ง)
วันที่: 23 ม.ค. 2558, 8:24:17 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

นายสมชาย ชาญณรงค์กุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า หลังกระทรวงเกษตรฯร่วมกับสำนักนายกรัฐมนตรี จัดตลาดนัดกล้วยไม้คุณภาพ ปรากฏว่า กระแสตอบรับดีขึ้นเรื่อยๆ และปริมาณกล้วยไม้ที่จำหน่ายในแต่ละวันไม่พอจำหน่ายต้องนำมาเพิ่มอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยมีเงินหมุนเวียนประมาณ 2-3 แสนบาท/วัน ขณะที่ผู้เข้าร่วมงานและผู้ซื้อพึงพอใจกับกล้วยไม้ที่นำมาจัดแสดง เช่น กล้วยไม้พันธุ์พระราชทานนาม ได้แก่ หวายโสมสวลี หวายรักตสิริน หวายชมพูนครินทร์ รวมถึงกล้วยไม้คุณภาพจากผู้ผลิตที่นำมาจำหน่าย อาทิ กล้วยไม้ตระกูลช้าง กล้วยไม้ตระกูลหวายทุกประเภท ฟาแลน นอปซิส แวนด้าเพราะเป็นกล้วยไม้ที่มีความหลายหลายทั้งสายพันธุ์ สี รูปแบบ มีคุณภาพ ในราคาที่สามารถเลือกซื้อได้ในที่ผู้บริโภคพึงพอใจ โดยเฉพาะบางร้านนำสินค้ากล้วยไม้ส่งออกที่ไม่มีจำหน่ายในประเทศมาขายด้วย

ขณะเดียวกัน กิจกรรมภายในงานแต่ละวันยังมีการให้ความรู้ คำแนะนำการปลูก และการดูแลกล้วยไม้จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในด้านกล้วยไม้ เช่น ศ.ระพี สาคริก ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกวิชาการกล้วยไม้ ที่มีคุณูปการอันใหญ่หลวงต่อวงการกล้วยไม้ไทย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการจัดการด้านการตลาดและการเจรจาธุรกิจกล้วยไม้ รวมถึงการสาธิตการประดิษฐ์ต่างๆ จากกล้วยไม้ เช่น พวงมาลัยกล้วยไม้

ดังนั้น ทางรัฐบาลจึงกำหนดให้มีการปรับแผนการจัด ตลาดนัดกล้วยไม้คุณภาพจากเดิมที่กำหนดจัดเป็นช่วงสัปดาห์ ซึ่งเริ่มในช่วงวันที่ 19-25 ม.ค.นี้ และช่วงต่อไปจนถึงเดือนมีนาคม เปลี่ยนเป็นการจัดงานให้ต่อเนื่องทุกวันจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 เพื่อให้สอดคล้องกับช่วงการจัดงาน ตลาดน้ำบริเวณด้านหน้าทำเนียบฯ ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ นี้

 

ที่มา:หนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับวันที่ 23 มกราคม 2557

http://www.naewna.com/local/140906

 

กรมบาดาลเร่งเครื่อง เร่งพัฒนาแหล่งน้ำ พื้นที่เกษตรโคราช (อ่าน 37 ครั้ง)
วันที่: 23 ม.ค. 2558, 8:21:41 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

นายทนงศักดิ์ ล้อชูสกุล ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรน้ำบาดาลเขต 6 ตรัง เปิดเผยภายหลังการติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรในพื้นที่ประสบ ภัยแล้ง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 รูปแบบที่ 2 ณ พื้นที่ ม.13 บ้านแสงวิมาน อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ว่า สำหรับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรในพื้นที่ประสบภัยแล้ง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 รูปแบบที่ 2 จะประกอบด้วย บ่อน้ำบาดาล 1 บ่อ โดยมีศักยภาพน้ำบาดาล ไม่น้อยกว่า 10 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง โดยทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้เข้าไปดำเนินการสำรวจหาแหล่งน้ำบาดาล พัฒนาบ่อน้ำบาดาล และติดตั้งเครื่องสูบน้ำแบบเทอร์ไบน์ สามารถสูบนำน้ำขึ้นมาใช้ได้โดยอาศัยเครื่องยนต์ต้นกำลังหรือรถไถเดินตาม เหมาะกับพื้นที่ที่ระบบไฟฟ้าเข้าไม่ถึง

ด้านนายสมศักดิ์ ภู่ทับทิม ประธานกลุ่มย่อยน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร รูปแบบ 2 ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแสงวิมาน กล่าวว่า ในอดีตพื้นที่ ม.13 บ้านแสงวิมาน อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรเนื่องจากเป็นพื้นที่ห่างจากเขตชลประทาน แหล่งน้ำผิวดินไม่เพียงพอ และมีความกร่อยเค็มเมื่อน้ำทะเลเพิ่มระดับ หลังจากได้รับการสนับสนุนโครงการฯ จากกรมทรัพยากรน้ำบาดาลช่วยบรรเทาปัญหาดังกล่าวได้มาก สามารถเพาะปลูกผลผลิตการเกษตรได้ตลอดปี ปัจจุบันมีการวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ และสามารถรวมกลุ่มเกษตรกรได้มากกว่า 200 ไร่ ผลผลิตสำคัญ คือ ส้มโอทับทิมสยาม และพืชผักสวนครัว

 

ที่มา:หนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับวันที่ 23 มกราคม 2557

http://www.naewna.com/local/140905

 

ทส.เตรียมพร้อมรับมือไฟป่า ระดมทุกหน่วยเคลื่อนยุทธศาสตร์ป้องกัน10จว.เหนือ (อ่าน 18 ครั้ง)
วันที่: 23 ม.ค. 2558, 8:18:52 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันปัญหาไฟป่าและหมอกควันยังคงเป็นปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะในพื้นที่ 10 จังหวัดภาคเหนือ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน ทั้งด้านสุขภาพ ทัศนวิสัยในการมองเห็น และการคมนาคมทางอากาศ ตลอดจนเศรษฐกิจโดยรวม ทั้งนี้จากการติดตามปรากฏการณ์เอนโซ่ (Enso) โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศขององค์การนาซ่า (NASA) ได้เตือนภูมิภาคเอเชียให้เตรียมรับมือกับสถานการณ์ปรากฏการณ์เอล นินโญ่ (El Nino) อันนำมาซึ่งความแห้งแล้ง โดยประเทศในภูมิภาคเอเชียมีโอกาสเผชิญกับปรากฏการณ์เอล นินโญสูงถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ยังคงต้องมีการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ไฟป่าและหมอกควันอย่างต่อเนื่อง

นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า เพื่อให้การอนุรักษ์ คุ้มครอง ดูแลทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นการเตรียมรับมือกับไฟป่าและหมอกควัน กรมอุทยานแห่งชาติฯ จึงจัดการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงานควบคุมไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ 10 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง อุตรดิตถ์ แพร่ น่าน ลำพูน พะเยา ตาก แม่ฮ่องสอน และโครงการณรงค์ไม่เผาป่า ลดหมอกควัน ประจำปี 2558 เพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงานควบคุมไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ ของหน่วยงานในสังกัดกรมอุทยานแห่งชาติฯ ตลอดจนบูรณาการการปฏิบัติงานควบคุมไฟป่าของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันปี 2558 และเพื่อรณรงค์เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า ตลอดจนลดปัญหาผลกระทบ และอันตรายจากหมอกควัน

นอกจากนี้ในการกิจกรรมการณรงค์ไม่เผาป่าลดหมอกควัน ยังจัดให้มีนิทรรศการเสริมสร้างความรู้การควบคุมไฟป่า เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานที่ประกอบด้วยกลุ่มพลังมวลชนทุกกลุ่มในพื้นที่ 10 จังหวัดภาคเหนือ เช่น นักเรียน นักศึกษา อาสาสมัครป้องกันไฟป่า เครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทสม.) เครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ผู้นำท้องถิ่น และส่วนราชการต่างๆ ได้ทราบถึงการดูแลทรัพยากรป่าไม้ การป้องกันและควบคุมการเกิดไฟป่า ช่วยกันเป็นหูเป็นตา และแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบหากเกิดไฟป่า ซึ่งจะมีการมอบอุปกรณ์ดับไฟป่าและเงินสนับสนุนให้แก่เครือข่ายด้วย และหากพบเห็นการเกิดไฟไหม้ป่า โปรดแจ้งหน่วยงานควบคุมไฟป่าในพื้นที่ หรือ โทร.สายด่วนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่มา:หนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับวันที่ 23 มกราคม 2557

http://www.naewna.com/local/140902

 

เปิดตลาดนัดกล้วยไม้ เพิ่มประสิทธิภาพส่งออก (อ่าน 45 ครั้ง)
วันที่: 23 ม.ค. 2558, 8:17:25 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร
?เปิดตลาดนัดกล้วยไม้ เพิ่มประสิทธิภาพส่งออก?
ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตกล้วยไม้เขตร้อนที่สำคัญของโลก แต่ละปีมีการส่งออกดอกทำรายได้เข้าประเทศกว่า 3,000 ล้านบาท ขณะที่มีพื้นที่ผลิตเพียง 22,000 ไร่ จากเกษตรกรผู้ปลูกประมาณ 3,000 รายเท่านั้น แต่ในปีที่ผ่านมาญี่ปุ่นประเทศผู้นำเข้ารายใหญ่ประสบปัญหาเศรษฐกิจ ประกอบกับปริมาณกล้วยไม้ออกสู่ตลาดจำนวนมาก กล้วยไม้ไทยจึงต้องหาตลาดใหม่เพิ่มขึ้น
จัดยิ่งใหญ่ 32 ปี ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ (อ่าน 41 ครั้ง)
วันที่: 23 ม.ค. 2558, 8:15:32 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร
?จัดยิ่งใหญ่ 32 ปี ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้?

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอดอย สะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดตั้งขึ้นหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทรงงานในพื้นที่ภาคเหนือ พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นสภาพป่าต้นลำธาร ตามยอดเขาถูกแผ้วถาง เพื่อเปิดพื้นที่ปลูกฝิ่นและการทำไร่เลื่อนลอยซึ่งมีมากขึ้นทุกปีโดยที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ สภาพดินเป็นดินหินกรวด หน้าดินตื้นไม่เหมาะสมต่อการทำการเกษตร มีสภาพแห้งแล้งขาดความชุ่มชื้น ไฟไหม้ป่าในทุก ๆ ปี ทำให้ปริมาณน้ำธรรมชาติในพื้นที่ต้นน้ำมีน้อย ป่าไม้มีสภาพเสื่อมโทรมลง พื้นที่ลุ่มน้ำไม่มีความอุดมสมบูรณ์
ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ทะลุเป้า เกิน 250,000 ตัน (อ่าน 46 ครั้ง)
วันที่: 23 ม.ค. 2558, 8:13:40 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร
?ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ทะลุเป้า เกิน 250,000 ตัน?
กรมส่งเสริมการเกษตรสนองนโยบาย คสช. ส่งเสริมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการผลิต ได้ปุ๋ยอินทรีย์กว่า 273,000 ตัน เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ กรมฯ สั่งเดินหน้าส่งเสริมต่อเพื่อใช้แทนปุ๋ยเคมี หวังช่วยเกษตรกรลดต้นทุนอย่างยั่งยืน
เลาะรั้วเกษตร : เรื่องง่ายๆ ไม่ใช่เกษตร (อ่าน 41 ครั้ง)
วันที่: 23 ม.ค. 2558, 8:12:35 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

มีโอกาสไปร่วมพิธีเปิดตลาดนัดกล้วยไม้ ริมคลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่ผ่านมา ฟัง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงาน เหมือนกับการบ่นว่า สินค้าเกษตรที่สำคัญๆ มีปัญหาด้านการตลาดเกือบจะทุกชนิด เริ่มจากข้าว ยางพารา อ้อย มันสำปะหลัง มาถึงปาล์มน้ำมันที่จะต้องมีการนำเข้าน้ำมันปาล์มในเร็วๆ นี้ แม้แต่กล้วยไม้ซึ่งเคยส่งออกได้มากมายก็ประสบปัญหา ประเทศที่เคยนำเข้ากล้วยไม้จากไทยจำนวนมากกลับชะลอความต้องการลง ในขณะที่กล้วยไม้ในประเทศ มีผลผลิตออกสู่ตลาดมากในช่วงนี้ จึงได้ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดตลาดกล้วยไม้ขึ้น

ทราบมาว่า การเตรียมการจัดตลาดนัดใช้ระยะเวลาสั้นมาก แต่เพื่อสนองดำรินายกรัฐมนตรี ทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ใช้งานเสือปืนไวอย่าง สมชาย ชาญณรงค์กุล ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ผลักดันงานโดยใช้เวลาเพียง 2 สัปดาห์ ด้วยการมอบหมายหน่วยงานที่คุ้นเคย เพราะเคยอยู่มาก่อน คือ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมกันจัดงานนี้ขึ้น งานออกมาดูท่าจะดี สร้างบรรยากาศคึกคักข้างทำเนียบได้ไม่น้อย แต่ทราบว่าพอพิธีเปิดผ่านไป ตลาดก็วายในบัดดล ซึ่งเป็นธรรมดา เพราะผู้คนยังไม่รู้ข่าว

ข่าวว่า ตลาดนัดกล้วยไม้นี้ จะจัดไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2558 เพื่อทดสอบตลาดก่อนว่าเป็นอย่างไร....นี่ขนาดเรื่องสวยๆ งามๆ อย่างกล้วยไม้นะ ยังไม่ง่ายเลย

คราวนี้ละ นายกรัฐมนตรีจะได้รู้ว่า......เรื่องของการเกษตร โดยเฉพาะงานของกระทรวงเกษตรฯ ไม่ใช่งานง่ายๆ ที่จะให้ใครเข้ามาดูแลก็ได้ แม้แต่หนแรกที่แต่งตั้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพียงตำแหน่งเดียวโดยไม่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการ ก็พอจะประเมินได้ว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้ให้ความสำคัญกับภาคการเกษตรสักเท่าไร แต่เมื่อเวลาผ่านไปจึงได้รู้ว่า คนเดียวเอาไม่อยู่ จึงได้แต่งตั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อำนวย ปะติเส เข้ามาช่วยงาน นัยว่าให้มาช่วยเรื่องยางพาราโดยเฉพาะ...ทำไมต้องเป็น อำนวย ปะติเส....เรื่องนี้ไม่ทราบจริงๆ จะว่าเก่งเรื่องยาง ก็คงไม่ใช่ เพราะมีคนที่รู้แตกฉานเรื่องยางดีกว่าอำนวย ปะติเส ก็หลายคน

ที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ารัฐมนตรีช่วยว่าการ คือ คุณภาพ ความรู้ความสามารถของทีมที่ปรึกษา ที่ต้องให้คำปรึกษาที่เป็นประโยชน์ มองภาพรวมการเกษตรของประเทศในแต่ละด้านออก และมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ไม่ใช่ที่ปรึกษาที่ดีแต่เรียกประชุม และตำหนิหน่วยงานต่างๆ โดยไม่มีความคิดสร้างสรรค์มานำเสนอ ขณะเดียวกันก็หาช่องทางที่จะเอาพรรคพวกของตนเองเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ ถ้ามีที่ปรึกษาแบบนี้สถานการณ์น่าจะเลวร้ายยิ่งกว่าการมีนักการเมืองเข้ามาดูแล.....เรื่องนี้ไม่ได้คิดเอง แต่ข้าราชการในกระทรวง บ่นให้ฟัง

เมื่อครั้งมี คสช. และรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารงานช่วงแรกๆ ใครไม่ทราบประกาศว่าต่อไปนี้ จะไม่เน้นการจัดงานอีเว้นท์ เพราะงานอีเว้นท์เป็นช่องทางการแสวงหาผลประโยชน์ของนักการเมือง อันที่จริงอีเว้นท์ที่ไม่แสวงหาผลประโยชน์ก็มี และทำได้ อยู่ที่เจตนาของคนสั่งให้จัด และอยู่ที่เป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของงานนั้นๆ ถ้าเจตนาเพื่อหาประโยชน์ วัตถุประสงค์และเป้าหมายก็มักจะอ้างโน่นนี่ที่สารพันจะสรรหามา เหมาะสมบ้าง ไม่เหมาะสมบ้าง ก็ว่ากันไป

แว่วมาว่า กระทรวงเกษตรฯ กำลังจะเสนอให้มีการจัดงานมหกรรมพืชสวนนานาชาติ ยาวนาน 3 เดือน ที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเคยจัดงาน มหกรรมพืชสวนโลกมาแล้ว 2 ครั้ง เมื่อปี 2549 และ 2554 คำถามที่ตามมา คือ มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร ทำไมต้องเป็นที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ทำไมต้องนานถึง 3 เดือน เชื่อว่างานนี้ต้องใช้งบประมาณหลายร้อยล้านบาท ผู้ที่มีประสบการณ์ในการจัดงานพืชสวนโลกทั้งในและต่างประเทศ อย่างอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรโอฬาร พิทักษ์ และผู้ตรวจราชการกระทรวง สมชาย ชาญณรงค์กุล น่าจะให้ข้อมูลถึงหลักคิดที่เป็นสากลของการจัดงานประเภทนี้แก่รัฐมนตรีว่าการ และทีมที่ปรึกษา รวมทั้ง ครม. ที่จะอนุมัติงบประมาณได้ว่าควรจัด หรือไม่ควร คุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ อย่างไร ไม่ใช่คิดอยากทำเพื่อเปรียบเทียบว่าใช้งบประมาณการจัดงานน้อยกว่าในอดีตที่ผ่านมา..ถ้าเป็นเช่นนั้น... แค่คิดก็ผิดแล้ว”....

เห็นหรือยังว่า เรื่องของเกษตรนั้นยาก ไม่ใช่คิดอยากทำอะไรก็ทำได้ ตัวแปรเยอะจริงๆ

ที่มา:หนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับวันที่ 23 มกราคม 2558

http://www.naewna.com/local/140901

12345678910...>>

logoVDO.gif

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ



ฐานข้อมูลชีวิตและผลงาน ท่านพุทธทาสภิกขุ โหลดเพลง นิยาย คลิปวีดีโอ การ์ตูน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมพัฒนาที่ดิน ตลาดไทย สี่มุมเมือง ฟาร์มเกษตร ดอทคอม ปุ๋ย ปุ๋ยเม็ด ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ เครื่องทำปุ๋ย เครื่องผสมปุ๋ย เครื่องอัดเม็ดปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยชีวภาพ เครื่องปั้น ผลิตอาหารสัตว์ เครื่องบดปุ๋ย ปุ๋ยอินทรีย์ เครื่องผลิตปุ๋ย ทำปุ๋ยขายphorphieng.com สั่งพิมพ์,เสื้อยืด,แก้วมัค,เซรามิค::  สุปรีดาพาราดอทคอม : จำหน่ายกล้ายางพาราคุณภาพ กรมวิชาการรับรอง All About Agriculture unseentourthailand.com ไร่ภูพานรีสอร์ท รีสอร์ทมีระดับ สำหรับครอบครัว   ร้านเกษตรวิรุฬ Chokdee Farm