นิดหนึ่งนี้อุทิศแด่ชาวนา     ผู้ต่ำต้อยน้อยหน้าเหลือแสน    ลำบากยากจนข้นแค้น   ไป่แม้นชาวฟ้ามหานคร   โดย. อาจารย์ดีพร้อม ไชยวงศ์เกียรติ
04 กรกฎาคม 2558


ยินดีต้อนรับ  Guest
ชื่อสมาชิก:
รหัสผ่าน:
     
จำนวนสมาชิก : (7052)
สมัครสมาชิก  ลืมรหัสผ่าน
          Social Network
fan page tawizter youtube
ค้นหา:  
ลิ้งในฐานข้อมูล (18190 )
Skip Navigation Links.

www.dbd.go.th






แลกลิ้ง






ติดต่อแลกลิ้งติดต่อกลับ thaigreenagro@gmail.com


www.thaigreenagro.com




zzz


หมวดหมู่: ข่าวเกษตร หมวดหมู่ย่อย: การเกษตร
12345678910...>>
 
เลาะรั้วเกษตร : คนละไม้คนละมือ (อ่าน 7 ครั้ง)
วันที่: 03 ก.ค. 2558, 7:41:32 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

เลาะรั้วเกษตรวันนี้มาติดตามการทำงานของคนกระทรวงเกษตรฯ ที่นำโดยขุนนาง ในตำหนักเก่าอย่าง ปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยารมว.เกษตรฯ ต้องบอกว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ มีแต่เรื่องร้อน แล้ง และก็แล้ง งานนี้ถือเป็นเรื่องที่หลายหน่วยงาน ต้องเดินหน้าจับมือกันแก้ปัญหา เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤติภัยแล้งกันไปให้ได้

วันนี้ได้เห็นท่านรัฐมนตรี ปีติพงศ์เริ่มขยับการทำงาน เช่นว่ามากขึ้น เริ่มจากการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือ รับมือกับปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้น ซึ่งกล้าที่จะยอมรับความเป็นจริงว่าปีนี้ แล้งจริง ไม่งึกๆ งักๆ เหมือนที่ผ่านมา พร้อมทั้งเร่งให้หน่วยงานในพื้นที่ประสานผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่เพื่อร่วมกันชี้แจงความเป็นจริงให้ชาวบ้านได้รับทราบว่าปริมาณน้ำแท้จริงเท่าไหร่ อย่างน้อย แม้ทำนาไม่ได้ เพราะแล้งจัด จะได้ปรับเปลี่ยนปลูกพืชอื่นๆ ที่ใช้น้ำน้อยและเลือกที่จะทำอาชีพอื่นเพื่อสร้างรายได้มาทดแทน ในช่วงวิกฤติแล้งที่เกิดขึ้น ให้ผ่านพ้นไปได้ และถ้าไม่ได้จริงๆ อย่างน้อยก็จะได้ ทำใจซึ่งต้องรอดูว่า จะมีแนวทางจะเดินหน้าอย่างไรต้องติดตาม

ที่แน่ๆ วันนี้ ได้เห็นผู้ใหญ่ของกระทรวงโดยเฉพาะ ท่านปลัด ชวลิต ชูขจรของกระทรวงเกษตรฯ ท่านเดินสายลงพื้นที่ ดูแลทุกข์สุขเกษตรกร ทั้งเสาร์ ทั้งอาทิตย์ โดยวันเสาร์ที่ผ่านมา ก็ไปดูพื้นที่ภัยแล้งทั้ง ลพบุรี นครสวรรค์ และแว่วว่าทำงานแบบไม่ต้องหลับไม่ต้องนอนกันเลยทีเดียว และมีคนแอบกระซิบด้วยว่า ท่านปลัดเอง เริ่มจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ถึงกับวูบ! เลยที่เดียว เนื่องจากไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อน ยังไงสู้ๆขอรับท่านปลัด ประชาชนเป็นกำลังใจให้ครับ

มาอีกหน่วยงานที่ทำงานค่อนข้างหนัก คือ กรมฝนหลวง ที่นำโดยท่านอธิบดี วราวุธ ขันติยานันท์แม้จะเหลือเวลาทำงานอีกไม่กี่เดือนจะเกษียณอายุราชการ วันนี้ก็ยังทำงานอย่างขะมักเขม้น หามรุ่งหามค่ำ ซึ่งต้องปรับเปลี่ยนแผนตลอดเวลา เพื่อหาทางเติมน้ำเข้าเขื่อนให้มากขึ้น เท่าที่โอกาสจะอำนวย เพราะการทำฝนหลวงจะให้ได้ผลดีภาวะอากาศ ความชื้นต้องเหมาะสม ซึ่งทางทีมงานฝนหลวงก็พยายามทำเต็มที่ โดยตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โคราชบ้านเอง วางแผนเติมน้ำในเขื่อนในพื้นที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะเขื่อนลำตะคลอง ปีนี้ถือว่าแล้งจัดเช่นกัน อ้าวงานนี้ต้องร่วมแรงแข็งขัน เพราะแล้งทั่วถึง ต้องช่วยกันทั่วประเทศ ทั้งในเขตชลประทานอย่างลุ่มเจ้าพระยา และนอกเขตชลประทาน กันล่ะครับ อ้าวใคร ที่นั่งหาว รอเกษียณ วันนี้ต้องทบทวนตัวเองกันล่ะครับ นั่งรอนอนรอเวลาน่าอายนะขอรับ

มาถึงอีกกรม ที่ท่านรัฐมนตรี สั่งให้ไปทำงานร่วมกันกับกรมชลประทาน ที่ท่านมอบนโยบายไป ที่ ชลประทานปากเกร็ดให้ไปดูแลประชาชนในพื้นที่แล้ง คือกรมส่งเสริมการเกษตร ที่นำโดย ท่านอธิบดี โอฬาร พิทักษ์วันนี้ได้เห็นการขยับ การทำงานมากขึ้นกว่าที่ผ่านๆมากจริงๆ แม้จะเหลือเวลาทำงานอีก 15 เดือน เพราะจะเกษียณปี 2559 แม้จะหันมาใส่ใจเกษตรกรช้าไปหน่อย แต่ก็ถือว่าได้ทำคุณความดีเพื่อประเทศชาติก่อนเกษียณล่ะครับ เพราะที่ผ่านมา กรมนี้ถือเป็นกรมหนึ่งที่นักการเมืองหมายปอง ผลประโยชน์เยอะ ที่ทำให้หลายคนมานั่ง จบไม่สวย ทั้งผักสวนครัวรั้วกินได้ และเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ รวมทั้งซื้อปุ๋ยแจก สรุปว่า เอาโครงการไปยัดเกษตรกร ไม่ใช่ส่งเสริมเหมือนชื่อกรม คราวนี้ได้เห็นท่าน โอฬารปรับทิศทางการทำงาน โดยเฉพาะโครงการตำบลละ 1 ล้านพื้นที่แล้งซ้ำซาก จากนี้ไปไม่ใช่โครงการประชานิยมเสียแล้ว เพราะทุกอย่างที่เห็นแต่ละโครงการ การจะใช้เงินได้ คนในพื้นที่ต้องประชุมร่วมกันรวมหัวกันคิด เสนอเข้ามา ไม่ง่ายเลย จะผ่านไปแต่ละโครงการ

 

ที่สำคัญชุมชนต้องได้ประโยชน์ร่วมกัน ทั้งลานตาก คลองส่งน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ โรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ แบบว่าประชาชนร่วมคิด กรมเป็นเพียงพี่เลี้ยงให้ ว่ากันว่าทุกโครงการ พ่อแก่แม่เฒ่า หนุ่มสาวร่วมกันทำงานได้ค่าแรงกันไป ซึ่งถือเป็นทางออกหนึ่ง ในการเดินหน้าแก้ปัญหาความขัดแย้งของสังคมที่หมักหมมมานาน ด้วยส่วนเรื่องจะโกงเหมือนเดิมๆ คงยาก เพราะกรรมการตรวจเข้มจริงๆ เรื่องดีๆอย่างนี้ ก็ขอให้ทำกันต่อไปครับ

ที่มา:หนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับวันที่ 03 กรกฎาคม 2558  http://www.naewna.com/local/166576

 

 


ระดมพันธุ์ข้าวกว่า200สายพันธุ์ (อ่าน 8 ครั้ง)
วันที่: 03 ก.ค. 2558, 7:40:21 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

นายชาญพิทยา ฉิมพาลี อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า จากการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ จัดงานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2558 ในระหว่างวันที่ 3-12 กรกฎาคม 2558 ภายใต้หัวข้อ ภูมิปัญญาเกษตรกรไทย นำอาเซียนก้าวไกล นำเศรษฐกิจไทยให้ยั่งยืนเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 88 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ บรมราชินีนาถ เฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เฉลิมพระชนมพรรษา 60 พรรษา และสร้างความร่วมมือให้เกิดความเข้มแข็งของหน่วยงานภาคการเกษตรเพื่อประโยชน์สูงสุดของเกษตรกรไทย ในส่วนของกรมการข้าวได้ร่วมจัดแสดงนิทรรศการผลงานกรมการข้าว โดยนำเสนอนิทรรศการ มหัศจรรย์ข้าว 4 ภาคเพื่อเผยแพร่ผลงานศึกษาและพัฒนาด้านข้าวของกรมการข้าว ความก้าวหน้าทางวิชาการ การส่งเสริมสินค้าด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารด้านข้าว และเปิดโอกาสให้เกษตรกร องค์กรเกษตรกร และประชาชนทั่วไป ได้เรียนรู้นวัตกรรมด้านข้าว

สำหรับนิทรรศการ มหัศจรรย์ข้าว 4 ภาคแบ่งเป็น 4 โซน ได้แก่ 1. โซนนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในคราวเสด็จฯ ทรงเยี่ยมชมกิจกรรมของศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2557, 2. โซนมหัศจรรย์พันธุ์ข้าว 4 ภาค ภาคเหนือ ได้แก่ พันธุ์บือโปะโละ เจ้าขาวเขี้ยวงู ภาคกลาง ได้แก่ พันธุ์ กข57 กข59 กข61 ข้าวขึ้นน้ำ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ พันธุ์ทับทิมชุมแพ มะลินิลสุรินทร์ พญาลืมแกง ปกาอัมปึล และภาคใต้ ได้แก่ พันธุ์เหนียวดำหมอ ช่อไม้ไผ่ สังข์หยดพัทลุง, 3. โซนระบบนิเวศน์การปลูกข้าวในประเทศไทย โดยนำพันธุ์ข้าวไร่ ข้าวนาสวน ข้าวนาชลประทาน ข้าวนาเมือง ข้าวฟางลอย และการปลูกแสดงพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมตามระบบนิเวศน์ และ 4. โซนแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าว จัดนิทรรศกาส่งเสริมสินค้าด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารด้านข้าว การแปรรูปข้าวสู่ความก้าวหน้าในอุตสาหกรรม การออกร้านจำหน่ายสินค้าข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าว การสาธิตและอบรมการทำข้าวมันไก่จากข้าวทับทิมชุมแพ ซูชิจากข้าวเหนียวดำหมอและข้าวพญาลืมแกงสำหรับกิจกรรมบนพื้นที่แปลงสาธิตกว่า 6.3 ไร่ ได้ปลูกแสดงพันธุ์ข้าวต่างๆ ในพื้นที่ 4.5 ไร่ ได้แก่ ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ข้าวมะลินิลสุรินทร์ แสดงพันธุ์ข้าวแนะนำ 69 พันธุ์ และข้าวพันธุ์พื้นเมืองกว่า 174 พันธุ์

ที่มา:หนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับวันที่ 03 กรกฎาคม 2558  http://www.naewna.com/local/166579

 

 


รายงานพิเศษ : โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ของกรมหมอดิน ช่วยบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำของเกษตรกร ของกรมหมอดิน ช่วยบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำของเกษตรกร (อ่าน 8 ครั้ง)
วันที่: 03 ก.ค. 2558, 7:39:18 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

สถานการณ์ภัยแล้งได้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทางการเกษตรทั่วประเทศไทยแล้ว ไม่เว้นแม้แต่ภาคตะวันออก ซึ่งเป็นแหล่งปลูกพืชผลทางการเกษตรโดยเฉพาะผลไม้หลากหลายชนิดที่จำเป็นต้องใช้น้ำในปริมาณมากพอสมควรจึงจะทำให้ผลผลิตมีคุณภาพดีเป็นที่ต้องการของตลาด

นายก่อเกียรติ จันทร์พึ่งสุข

นายก่อเกียรติ จันทร์พึ่งสุข ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 2 กรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า พื้นที่ภาคตะวันออกที่สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 2 ดูแลรับผิดชอบมีอยู่ด้วยกัน 7 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา สระแก้วและปราจีนบุรี ซึ่งขณะนี้ทุกจังหวัดที่รับผิดชอบมีปัญหาขาดแคลนน้ำทั้งสิ้น เนื่องจากพื้นที่ทำการเกษตรส่วนใหญ่ในภาคตะวันออกจะเน้นหนักไปทางสวนไม้ผลและไม้ยืนต้น ที่จำเป็นต้องใช้น้ำในปริมาณมากและเพียงพอ จึงจะทำให้ผลผลิตมีคุณภาพดี สำหรับข้อจำกัดของพื้นที่ภาคตะวันออกคือ แม้ว่าปริมาณฝนจะตกมากในแต่ละปี แต่ปริมาณการกักเก็บน้ำได้มีเพียงแค่ 20% ของพื้นที่ ซึ่งถือว่าน้อยมาก ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรโดยเฉพาะในช่วงฝนทิ้งช่วงทำให้ขาดแคลนน้ำไม่ต่างจากเกษตรกรในภาคอื่น

กรมพัฒนาที่ดิน มีโครงการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรในเรื่องดังกล่าว โดยจัดทำโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ

แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ แหล่งน้ำชุมชน แหล่งน้ำขนาดเล็กเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ และแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน โดยแหล่งน้ำทั้ง 3 ประเภทมีความแตกต่างกันไปตามลักษณะการใช้งาน คือ ถ้าเป็นแหล่งน้ำชุมชน จะดำเนินการในพื้นที่สาธารณะ เพื่อให้เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่โดยรอบได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ขั้นตอนการเลือกพื้นที่ดำเนินการ เน้นไปที่ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้แจ้เรื่องความเดือดร้อนเข้ามายังสถานีพัฒนาที่ดินในจังหวัดนั้นๆ ทางสถานีพัฒนาที่ดินก็จะเข้าไปตรวจสอบว่ามีความเดือดร้อนจริง จึงส่งเรื่องต่อมายังสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต และส่งไปยังกรมพัฒนาที่ดิน จากนั้นก็ส่งวิศวกรมาสำรวจออกแบบ และจัดสรรงบประมาณมาดำเนินการ

จัดสร้างแหล่งน้ำชุมชน พร้อมทั้งวางระบบน้ำ ระบบไฟ และพิจารณาคัดเลือกเกษตรกรเข้ามาใช้ประโยชน์พื้นที่ จัดตั้งเป็นกลุ่มผู้ใช้น้ำ บริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำชุมชนต่อไปส่วนแหล่งน้ำขนาดเล็กเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ ก็จะเข้าไปดำเนินการในพื้นที่สาธารณประโยชน์เช่นกัน โดยทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็จะเป็นผู้ส่งเรื่องความเดือดร้อนเข้ามายังสถานีพัฒนาที่ดินในพื้นที่ ว่ามีความจำเป็นในการใช้น้ำ เมื่อกรมพัฒนาที่ดินพิจารณาเรื่องแล้วก็จัดสรรงบประมาณมาดำเนินการขุดลอกคลอง ทำฝายน้ำล้น เป็นต้น ซึ่งทั้งแหล่งน้ำชุมชนและแหล่งน้ำขนาดเล็กเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ ที่ดำเนินการในพื้นที่สาธารณประโยชน์ เมื่อก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยกรมพัฒนาที่ดินก็จะส่งมอบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดูแลบริหารจัดการการใช้ประโยชน์เอง โดยยังมีเจ้าหน้าที่พัฒนาที่ดินคอยเป็นพี่เลี้ยงหรือให้คำแนะนำด้านต่างๆ อยู่สำหรับแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน ขนาด 1,260 ลูกบาศก์เมตร หรือเรียกว่า บ่อจิ๋ว จะแตกต่างกับแหล่งน้ำ

2 ประเภทแรก คือ ดำเนินการในพื้นที่ของเกษตรกรเป็นรายบุคคล โดยพื้นที่ที่จะขุดบ่อจิ๋วได้เกษตรกรต้องมีเอกสารสิทธิที่ทางราชการเป็นผู้ออกให้เท่านั้น และจะต้องออกเงินสมทบจำนวน 2,500 บาทต่อบ่อ

หากเกษตรกรรายใด หรือชุมชนไหนประสบปัญหาขาดแคลนแหล่งน้ำ สามารถยื่นเรื่องมายังสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดในพื้นที่ของท่านได้ ซึ่งทุกสถานีพัฒนาที่ดินพร้อมจะพิจารณาคำร้อง และเสนอต่อกรมพัฒนาที่ดิน ในการจัดสรรงบประมาณลงมาดำเนินการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป

ที่มา:หนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับวันที่ 03 กรกฎาคม 2558  http://www.naewna.com/local/166581

 

 


เดินหน้าแผนบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออก (อ่าน 8 ครั้ง)
วันที่: 03 ก.ค. 2558, 7:36:51 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

?ภาคตะวันออกเป็นอีกพื้นที่หนึ่งของประเทศไทยที่ประสบกับปัญหาเรื่องน้ำมาอย่างยาวนานต่อเนื่อง ทั้งปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ทำการเกษตร พื้นที่เศรษฐกิจอย่างชุมชนเมือง บริเวณแหล่งท่องเที่ยว สาเหตุคือ ฝนตกหนัก น้ำทะเลหนุน การรุกล้ำเข้าในพื้นที่ มีการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานกีดขวางทางน้ำ ปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำ สาเหตุจากความต้องการใช้น้ำเพิ่มมากขึ้นแต่น้ำที่เก็บไว้ไม่พอกับความต้องการประกอบกับบางปีฝนตกน้อย ปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำแม่น้ำในจังหวัดระยองกับจังหวัดจันทบุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณปากแม่น้ำบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ถึงแม่น้ำปราจีนบุรี ที่อำเภอบ้านสร้าง น้ำเค็มรุกล้ำเป็นระยะทางร่วม 200 กิโลเมตร สร้างความเสียหายต่อพืชผลทางการเกษตร สำหรับแนวทางในการแก้ไขนั้น นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ถึงแม้ว่าภาคตะวันออกจะมีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยถึง 23,880 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่สามารถพัฒนาแหล่งเก็บกักน้ำรวมทั้งสิ้น 1,077 แห่ง สามารถเก็บน้ำได้ 2,277.37 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 10 เท่านั้น ในขณะที่มีความต้องการใช้น้ำ 19,585 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อปี ในขณะที่การพัฒนาแหล่งน้ำภาคตะวันออกเกิดขึ้นได้ยากเพราะมีข้อจำกัดทางภูมิสังคมและสภาพทางกายภาพ และในอนาคตความต้องการใช้น้ำจะสูงมากกว่านี้อย่างแน่นอนจากประชากรที่เพิ่มขึ้นและยังจะมีการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยงท่าเรือแหลมฉบังกับท่าเรือน้ำลึกทวาย ประเทศเมียนมา ความเสี่ยงต่อภาวะขาดแคลนน้ำมีมากขึ้น ทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคเมือง/ท่องเที่ยว ภาคเกษตร โดยเฉพาะลุ่มน้ำบางปะกงและชายฝั่งทะเลตะวันตก (ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง) ดังกรณีวิกฤติน้ำอุตสาหกรรมปี 2548 ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำในภาคตะวันออก กรมชลประทานจึงได้ดำเนินการพัฒนาระบบการบริหารจัดการน้ำแบบโครงข่ายในภาคตะวันออก โดยปัจจุบันมีอ่างเก็บน้ำที่บริหารจัดการเชื่อมโยงกัน 8 อ่างเก็บน้ำ ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี อาทิ ในปี 2548 เป็นการเชื่อมโยงอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหลกับอ่างเก็บน้ำหนองค้อด้วยระบบท่อ ปี 2550 ดำเนินการเชื่อมโยงระหว่างอ่างฯคลองใหญ่ อ่างฯหนองปลาไหล และอ่างฯดอกกราย ต่อมามีการผันน้ำจากอ่างฯประแสร์ มายังอ่างฯคลองใหญ่ ซึ่งหลักการในการผันน้ำระหว่างอ่างเก็บน้ำนั้นจะไม่ให้กระทบต่อเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทานและผู้ใช้น้ำในแต่ละอ่างฯ เนื่องจากเป็นการผันน้ำส่วนเกินความต้องการ นอกจากนั้นยังมีโครงการผันน้ำพระองค์-บางพระ โครงการผันน้ำคลองวังโตนดจากจันทบุรีมาประแสร์ โครงการเสริมศักยภาพความจุอ่างเก็บน้ำประแสร์และดอกกราย เป็นต้น สำหรับการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในภาคตะวันออกของกรมชลประทาน มี 3 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย 1. ยุทธศาสตร์การสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต (เกษตรและอุตสาหกรรม) เป้าหมายในการจัดหาแหล่งน้ำให้กับพื้นที่เกษตรน้ำฝนให้เพียงพอต่อการทำการเกษตรอย่างน้อย 1 ฤดูกาล ฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติให้เก็บกักเพิ่มขึ้น 1,200 ล้าน ลบ.ม. เป็นต้น 2. ยุทธศาสตร์การจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มอัตราการไหลของน้ำในแม่น้ำสายหลักและสาขาการพัฒนาพื้นที่รับน้ำนองเพื่อชะลอน้ำหลาก และ 3. ยุทธศาสตร์การเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ.

ที่มา:หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ฉบับวันที่ 03 กรกฎาคม 2558  http://www.dailynews.co.th/agriculture/332132

 

 


ต้นมะม่วงหิมพานต์ - เรื่องน่ารู้ (อ่าน 7 ครั้ง)
วันที่: 03 ก.ค. 2558, 7:35:46 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

?ต้นมะม่วงหิมพานต์ เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง เมื่อโตเต็มที่จะมีความสูงประมาณ  6 เมตร บางพื้นที่อาจจะสูงได้ถึง 12 เมตร ลำต้นเนื้อไม้แข็ง มีกิ่งแขนงแตกออกเป็นพุ่มแน่นทรงกลมถึงกระจาย เปลือกหนาผิวเรียบมีสีน้ำตาลเทา  ไม้จากลำต้นเป็นไม้เนื้ออ่อนและมีขนาดเล็ก นิยมนำมาทำลังไม้ หรือหีบใส่ของ ทำเฟอร์นิเจอร์ ใช้ต่อเรือ ใช้ทำเรือเอก แอกเทียมวัวเทียมควายเทียมคุมล้อเกวียน  บ้านที่สร้างด้วยไม้ของภาคใต้นิยมนำยางจากลำต้นมะม่วงหิมพานต์ มาทาเพื่อกันปลวก เปลือกต้นหรือเปลือกเมล็ด สามารถนำไปทำเป็นผ้าเบรก และแผ่นคลัตช์สำหรับรถยนต์ได้  ซึ่งจะมีคุณสมบัติทนความร้อนที่เกิดจากแรงเสียดทานได้สูง หรือนำมาใช้ทำฉนวนป้องกันไฟฟ้า ใช้เป็นส่วนผสมทำน้ำประสานในการบัดกรีโลหะ ใช้ผสมทำน้ำหมึก ทำหมึกประทับตราผ้า ทำเป็นลูกกลิ้งยางเครื่องพิมพ์ดีด และทำกาว สำหรับใช้ย้อมอวน เป็นต้น.

ที่มา:หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ฉบับวันที่ 03 กรกฎาคม 2558  http://www.dailynews.co.th/agriculture/332133

 

 


น้ำคือชีวิตสร้างได้ด้วยมือเรา (อ่าน 9 ครั้ง)
วันที่: 03 ก.ค. 2558, 7:34:36 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

?นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการค่ายเยาวชนรู้งานสืบสานพระราชดำริ รุ่นที่ 5 ครั้งที่ 1 และปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ คลองหลวงในเมืองหลวงณ ห้องประชุม 101 อาคารสำนักงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร เมื่อวันก่อน ทั้งนี้ การจัดโครงการค่ายเยาวชนรู้งานสืบสานพระราชดำริ ในครั้งนี้อยู่ภายใต้หัวข้อ น้ำคือชีวิตสร้างได้ด้วยมือเราเปิดโอกาสให้เยาวชนได้รับทราบพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทุ่มเทพระวรกาย และพระราชทานแนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำให้ประชาชนมาอย่างต่อเนื่องดังจะเห็นได้จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ ที่ปัจจุบันมีจำนวนมากถึง 3,102 โครงการทั่วประเทศ โดยเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการฯ จะได้เรียนรู้ในภาคทฤษฎีจากการบรรยายพิเศษเกี่ยวเนื่องกับการทรงงาน พระราชดำริด้านการพัฒนา และการบรรยายพิเศษโดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ สำนักงาน กปร.กับการสนองพระราช ดำริโดยหม่อมหลวงจิรพันธุ์ ทวีวงศ์ เลขาธิการ กปร. ระเบิดจากข้างใน หัวใจบริหารจัดการน้ำโดยนายชัชชัย ภูวิชยสัมฤทธิ์ ที่ปรึกษาด้านการประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สำนักงาน กปร. ระบบการบริหารจัดการและควบคุมน้ำทางไกลโดย ดร. สุรเจตส์ บุญญาอรุณเนตร หัวหน้ากลุ่มงานแบบจำลอง สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์กับการบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริโดยนายชูพงศ์ อิศรัตน์ หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน ความรู้เรื่องน้ำบาดาล การใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์โดย ดร.ทัศนีย์ เนตรทัศน์ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานด้านน้ำบาดาลเพื่อสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ การทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริโดยนางสาวศรีนิตย์ บุญทอง ที่ปรึกษาสำนักงาน กปร. และนายอำนาจ ขำมาลัย เจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร อ่างเก็บน้ำห้วยหินขาวกับการบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริโดยนายมาโนช วัฒนะโชติ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสระบุรี และประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำอ่างเก็บน้ำห้วยหินขาวฝั่งซ้าย การสร้างเขื่อนขนาดใหญ่เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาทรัพยากรน้ำอย่างบูรณาการโดยนายสุรชัย จิวะสุรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 7 กรมชล ประทาน ป่าหาย น้ำแห้ง ดินเลว พัฒนาได้โดยนายอนุวัชร โพธินาม ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำโดยวิทยากรจากทีมส่วนพัฒนาสิ่งแวดล้อมฝ่ายกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นต้น นอกจากนี้ เยาวชนยังได้ศึกษาดูงานจากแนวพระราชดำริด้านน้ำที่สำคัญ อาทิ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี เขื่อนดินกักเก็บน้ำที่ยาวที่สุดในประเทศไทย เรียนรู้ทฤษฎีอ่างใหญ่เติมอ่างเล็ก อ่างเล็กเติมสระน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยและการขาดแคลนน้ำพื้นที่ภาคกลาง โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณวัดมงคลชัยพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสระบุรี จุดกำเนิดของเกษตรทฤษฎีใหม่ของประเทศไทย และรู้จักเกษตรกรกลุ่มแรกที่ได้น้อมนำแนวคิดนี้ไปประยุกต์ใช้ เรียนรู้แนวพระราชดำริที่พลิกฟื้นวิถีเกษตรไทย ยังโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยหินขาวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เรียนรู้การสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันสามารถทำได้ยาก ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริ ว่าควรให้เยาวชนได้มาเรียนรู้การสร้างเขื่อนด้วย นั่นคือ โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยโสมงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดปราจีนบุรี และที่สำคัญ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นศูนย์ศึกษาการพัฒนาแห่งแรกของประเทศไทยเป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต ตามแนวพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานพระราชดำริ ให้ทำการศึกษา ทดลอง วิจัย จนเกิดเป็นองค์ความรู้ที่สมบูรณ์ สามารถนำไปต่อยอดและขยายผลได้อย่างชัดเจนและเหมาะสมยิ่งขึ้น ซึ่งเยาวชนเหล่านี้ก็จะได้เข้าศึกษาเรียนรู้อย่างเต็มที่กับโครงการค่ายเยาวชน น้ำคือชีวิตสร้างได้ด้วยมือเรา ในครั้งนี้.

ที่มา:หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ฉบับวันที่ 03 กรกฎาคม 2558  http://www.dailynews.co.th/agriculture/332134

 

 


พอใจควบคุมปริมาณยางสำเร็จ มั่นใจใน 7 ปีผลผลิตลด 1 ล้านตัน ผลิตลด 1 ล้านตัน“ (อ่าน 8 ครั้ง)
วันที่: 03 ก.ค. 2558, 7:33:20 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

?นายประสิทธิ์ หมีดเส็น รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) เปิดเผยว่า สกย.ประสบผลสำเร็จในการควบคุมปริมาณการผลิตยางพาราตามนโยบายของรัฐบาล มีเกษตรกรขอเข้าร่วมโครงการเพื่อโค่นยางเก่าที่ให้ผลผลิตต่ำแล้วกว่า 457,000 ไร่ คาดสิ้นเดือนกันยายน 2558 จะมีเกษตรกรเข้าร่วมมากกว่า 500,000 ไร่ จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ประมาณปีละ 400,000 ไร่ หรือประมาณ 2.8 ล้านไร่ตลอดระยะเวลาของโครงการคือ 7 ปี ตั้งแต่ปี 2558–2564 “เมื่อนำไปรวมกับสวนยางพาราที่บุกรุกพื้นที่ป่าที่รัฐบาลได้กำหนดเป้าหมายจะตามทวงคืนจากนายทุนอีกประมาณ 1.2 ล้านไร่ โดยในปีแรกประมาณ 500,000 ไร่ หลังสิ้นปี 2558 จะมีสวนยางที่เปิดกรีดได้ลดลงไปมากกว่า 1 ล้านไร่ จากปัจจุบันมีสวนยางทั้งที่ปลูกในพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิและที่บุกรุกป่าประมาณ 22 ล้านไร่ และคาดว่าจะทำให้ปริมาณยางในปี 2558 หายไปจากตลาดไม่น้อยกว่า 270,000 ตัน ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นราคายางในปี 2559 ให้สูงขึ้นนายประสิทธิ์ กล่าว สำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ และยื่นขอรับทุนสงเคราะห์การปลูกทดแทนแล้วนั้น หากประสงค์จะปลูกยางพาราเหมือนเดิมหรือปลูกไม้ยืนต้นและไม้ผล อื่น ๆ จะได้รับเงินสงเคราะห์ไร่ละ 16,000 บาท แต่ถ้าปรับเปลี่ยนไปปลูกปาล์มน้ำมันจะได้รับเงินสงเคราะห์ไร่ละ 26,000 บาท ซึ่ง สกย.ตั้งเป้าว่าจะมีเกษตรกรโค่นยางเก่าแล้วปลูกยางเหมือนเดิม แต่เป็นยางใหม่พันธุ์ดีปีละประมาณ 300,000 ไร่ ส่วนที่เหลือจะปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชยืนต้น ไม้ผล และปาล์มน้ำมันทดแทน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเกษตรกรที่ได้รับทุนสงเคราะห์เพื่อปลูกยางใหม่ทุกคน สกย.จะอบรมให้ความรู้ในการทำสวนยางพาราแบบผสมผสานตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่จะไม่ปลูกยางพาราเชิงเดี่ยว แต่จะให้ทำสวนยางควบคู่ไปกับการเกษตรด้านอื่น ๆ เช่น พืชผักสวนครัว เลี้ยงสัตว์ ไม้ผล เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้และความเป็นอยู่ที่มั่นคงอย่างยั่งยืนต่อไป.

ที่มา:หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ฉบับวันที่ 03 กรกฏาคม 2558  http://www.dailynews.co.th/agriculture/332135

 

 


สร้างเมฆแต่เช้า ในหลวงรับสั่งแนวทางพิเศษ ขึ้นบินทำฝนหลวงสู้แล้ง (อ่าน 9 ครั้ง)
วันที่: 02 ก.ค. 2558, 8:13:18 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่สนามบินนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายดิสธร วัชโรทัย รองเลขาธิการพระราชวัง นายวราวุธ ขันติยานันท์ อธิบดีกรมฝนหลวงพิเศษ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฝนหลวงพิเศษ ร่วมพิธีเปิดศูนย์ฝนหลวงพิเศษและร่วมประชุมกับผู้บริหาร ทีมงานศูนย์ฝนหลวงพิเศษเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาภัยแล้ง ในช่วงบ่าย เครื่องบินศูนย์ฝนหลวงพิเศษนครสวรรค์ ขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงเป็นปฐมฤกษ์ด้วย

โดยนายชวลิตกล่าวว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดตั้งศูนย์ฝนหลวงพิเศษขึ้นในครั้งนี้ ทุกคนต้องยึดมั่นและศรัทธาในการน้อมนำเทคโนโลยีตามตำราฝนหลวงพระราชทานไปปฏิบัติอย่างถูกต้องและเหมาะสมเพื่อแก้วิกฤตภัยแล้งครั้งนี้ให้สำเร็จสมตามพระราชประสงค์

ด้าน นายดิสธร กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับทราบและห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นในปี 2558 และมีแนวโน้มจะต่อเนื่องยาวนานโดยปัญหาภัยแล้งอยู่ในสายพระเนตรมาตลอด ทรงทอดพระเนตรจากโรงพยาบาลศิริราชเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาลดลงอย่างมาก รวมทั้งทรงติดตามข่าวสาร รับทราบถึงความเดือดร้อนของประชาชนจึงทรงมีพระกระแสรับสั่งให้จัดตั้งศูนย์ฝนหลวงพิเศษ ซึ่งเป็นปฏิบัติการที่ท้าทาย สิ่งสำคัญ คือกรุณานำตำราฝนหลวงพระราชทานของพระองค์มา ยึดถือปฏิบัติ มีความเชื่อมั่นและมีกำลังใจ

การปฏิบัติการพิเศษ มีสิ่งพิเศษซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระราชทานแนวคิดต้องเริ่มทำเช้ามืด ในขณะที่ความชื้นในอากาศสูงก่อนมีแดดออก และคอยตามกลุ่มเมฆตลอดเวลา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานแนวคิดให้สร้างเมฆแต่เช้า ที่สำคัญป่าไม้ต้องสมบูรณ์เพราะความชื้นมาจากป่ารองเลขาธิการพระราชวัง ย้ำขณะที่ นายวราวุธ กล่าวว่าการปฏิบัติการฝนหลวงที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จพอสมควร ทำให้มีฝนตกในหลายพื้นที่ มีฝนตกเฉลี่ย 95% ของวันที่ขึ้นปฏิบัติการ แต่มีปริมาณน้ำฝนไม่เพียงพอที่จะเริ่มต้นการเพาะปลูกพืชนาปี จากสภาวะอากาศระยะนี้ยังอยู่ภายใต้อิทธิพลของเอลนิโญ่ที่ไม่เอื้ออำนวยให้เกิดฝนธรรมชาติตกต้องตามฤดูกาล การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯจัดตั้งศูนย์ฝนหลวงฯครั้งนี้ จึงเป็นอีกความหวังหนึ่งที่จะช่วยให้การปฏิบัติการฝนหลวงมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จากการติดตามสภาพอากาศช่วงนี้ ยังน่าห่วงว่าศูนย์ฝนหลวงพิเศษจะต้องทำงานกันอย่างหนัก เหมือนเมื่อปี 2542 ต้องมีความทุ่มเทเสียสละมานะอดทน ในการต่อสู้กับความผันแปรของสภาพอากาศเพื่อกู้วิกฤตภัยแล้งของประเทศให้สำเร็จ

ด้าน นายปีติพงษ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์กล่าวถึงมาตรากรช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้งว่าได้อนุมัติเงินงบประมาณกว่า160ล้านบาทในส่วนที่ยังเหลือจ่ายจากโครงการปรับปรุงระบบชลประทานและอาคารชลประทาน ที่เหลือจากการช่วยเหลือในฤดูแล้งที่ผ่านมา เพื่อจ้างแรงงานเกษตรกรในช่วงที่ยังไม่สามารถปลูกข้าวได้ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา จำเป็นต้องช่วยให้เกิดรายได้ในระยะสั้นๆ พร้อมยังสั่งการให้กรมส่งเสริมการเกษตร ลงสำรวจความต้องการของเกษตรกร จะปรับเปลี่ยน พืชใช้น้ำน้อยหรือไม่ รวมทั้งอาจปรับการปลูกพชืชชนิดอื่นแทนข้าว

ทาง พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าแนวคิดที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องการโอนโครงการชลประทานที่มอบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กลับมาดูแลทั้ง 3,000 โครงการ เนื่องจากพบว่าไม่ได้พัฒนาระบบส่งน้ำต่อยอด น่าจะเป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุดและดีต่อสถานการณ์ในประเทศ จากข้อมูลเบื้องต้นทราบว่ากระทรวงเกษตรฯได้พูดคุยกับหลาย อปท.มีความเห็นตรงกันว่าอยากให้กระทรวงเกษตรฯรับกลับมาดูแลซึ่งการโอนคืนกลับมาให้ผู้ชำนาญการจริงๆ จึงไม่มีเหตุผลที่รู้สึกเสียหน้า และเชื่อว่าแนวทางนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำของประเทศได้โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกและลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่ยังอยู่ในช่วงเฝ้าระวังวิกฤตน้ำแล้ง

ขณะที่ นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน ยังกล่าวถึงที่มีข่าวนายกรัฐมนตรี หงุดหงิดจนดึงมือออกในการบรรยายแผนการจัดน้ำในพื้นที่จ.เชียงใหม่ โดยยืนยันว่านายกฯไม่ได้อารมณ์เสียหรือหงุดหงิด แต่มีสไตล์ พูดเสียงดัง และทำงานที่รวดเร็วจึงอยากรู้ต้นตอปัญหาน้ำแล้งที่แท้จริงและมีวิธีแก้ไขหรือยัง เพื่อเตรียมรอฝนที่จะตกปลายเดือนกรกฎาคม ต้องขุดขยายคลองรับน้ำจาก ต้นน้ำ ทำแก้มลิง กักเก็บน้ำไว้ให้มากที่สุด เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งอาจยาวไปถึงปลายปี สอดคล้องทำระบบเชื่อมโยงให้ทั่วถึงใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพซึ่ง ครม.ให้เพิ่มพื้นที่ชลประทาน 10ไร่ ในแผนยุทธศาสตร์น้ำปี 2558-2569 เพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนได้อีก 4 พันล้าน ลบ.ม.

อีกทั้ง ครม.ได้ให้กรมชลประทาน ตั้งงบประเมินโครงการแต่ละโครงการตามแผนระยะยาวเริ่มปี2560 พร้อมศึกษาโครงการผันน้ำจาก แม่น้ำโขง เพิ่มน้ำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและผันน้ำจากแม่น้ำสาละวิน เติมน้ำในระบบลุ่มเจ้าพระยาและ ภาคเหนือตอนบนและล่าง โดยไทยต้องสร้างความมั่นคงทางด้านน้ำโดยศักยภาพพื้นที่ใช้น้ำในประเทศ 42 ล้านไร่ ถ้ามีน้ำจากต่างประเทศ มาจะเพิ่มพื้นที่ใช้น้ำได้ 62 ล้านไร่

ที่ จ.บุรีรัมย์ สถานการณ์ภัยแล้งขยายวงกว้างในหลายพื้นที่ทั้งอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำตามธรรมชาติแห้งขอดซึ่งจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด บางพื้นที่ไม่สามารถเพาะปลูกพืชผลการเกษตรได้ ส่งผลให้ราคาพืชผักหลายชนิดทั้งในตลาดสดเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ตลาดสดไนท์บาร์ซ่ามีราคาแพงขึ้นเกือบทุกชนิด เช่น ผักชี ปกติราคากิโลกรัมละ170บาท ปรับขึ้นเป็น200บาท แตงกวา ราคากิโลกรัมละ 10บาท ขึ้นเป็น 30 บาท โดยเฉพาะ พริกขี้หนู ขึ้นราคาแพงมากที่สุด จากปกติราคากิโลกรัมละ 50 บาท ราคาพุ่งสูงกิโลกรัมละ140 บาท ส่งผลกระทบ ทั้งพ่อค้าแม่ค้าและผู้บริโภค คาดว่าผักจะมีราคาแพงไปอีกระยะหนึ่ง

ที่ จ.กาฬสินธุ์ สถานการณ์ปัญหาภัยแล้ง ส่งผลกระทบของโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยจาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ความจุอ่าง 2.5 แสน ลบ.ม ปัจจุบันสภาพอ่างเก็บน้ำแห้ง ขอดจนกลายเป็นปัญหาใหญ่จนชาวบ้านทั้งตำบลบ่อแก้ว 1,250 ครัวเรือน ขาดแคลนน้ำ ต้องซื้อน้ำใช้ถังละ20-30 บาท บางส่วนที่ไม่มีรายได้ ต้องไปเข้าคิวรอน้ำภูเขา ในเขต จ.สกลนคร ซ้ำร้ายยังเกิดปัญหาน้ำไม่ไหล หลายครอบครัวเข้าคิวรอตลอดทั้งวัน ล่าสุด บ่อแก้วแจ้งว่ายังไม่มีหน่วยงานใดเข้าช่วยเหลือ โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แจ้งว่าไม่มีงบประมาณ จึงต้องการให้ รัฐบาล ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าแก้ไขปัญหานี้ด้วย

ที่มา หนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับวันที่ 2 กรกฎาคม 2558

http://www.naewna.com/local/166424


เงินสะพัดตลาดข้างทำเนียบ (อ่าน 8 ครั้ง)
วันที่: 02 ก.ค. 2558, 8:10:21 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า จากการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้ โดยเปิดเป็นตลาดกลาง พร้อมทั้งส่งเสริมให้ระบบสหกรณ์เข้ามามีส่วนช่วยเหลือเกษตรกร โดยให้มีการเปิดตลาดกล้วยไม้คุณภาพข้างทำเนียบรัฐบาล อันเป็นจุดเริ่มต้นของตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ซึ่งต่อมาได้จัดตลาดต่อเนื่องมาอีก 4 ตลาดนั้น เป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จของการดำเนินงานตามแนวคิดของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการพัฒนาต่อยอดแก่เกษตรกรในด้านต่างๆ เช่น โอกาสในการพัฒนาธุรกิจการตลาด การเรียนรู้เชิงธุรกิจ ได้รู้จักผู้ประกอบการที่กว้างขวางมากขึ้น ตลอดจนได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างเกษตรกรและผู้ประกอบการด้วยกัน และที่เห็นชัด คือ รายได้จากการจำหน่ายสินค้าเกินกว่าเป้าหมายที่ประมาณการไว้มาก จึงเป็นโอกาสและความสำเร็จที่เกษตรกรและผู้ประกอบการจะต้องนำไปพัฒนาต่อยอดต่อไป สำหรับการจัดงานครั้งหน้าจะส่งต่อให้กับกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ดำเนินการ และจะขยายตลาดลักษณะนี้ออกไปสู่ชุมชนต่างๆ ในลักษณะตลาดนัดชุมชน 4 มุมเมือง โดยมอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯ เป็นผู้รับผิดชอบ และตลาดนัด 4 ภูมิภาค มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย เป็นเจ้าภาพ

นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากการเปิดตลาดสินค้าคุณภาพทั้ง 4 ครั้ง ปรากฏว่า ได้รับการตอบรับดีมากจากประชาชน มีผู้เข้าร่วมชมงานกว่า 3.5 แสนคน ยอดจำหน่ายสินค้ากล้วยไม้ ข้าว ผักผลไม้และผลิตภัณฑ์ ไม้ดอกไม้ประดับ และปลาสวยงาม มูลค่ารวมกว่า 64.42 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้

งานตลาดนัดกล้วยไม้คุณภาพโดยกรมส่งเสริมการเกษตร ระหว่างวันที่ 19 มกราคม - 1 มีนาคม มีผู้เข้าร่วมชมงาน ประมาณ 60,000 คน ยอดจำหน่าย 10.52 ล้านบาท ปัจจุบันมีการจัดตลาดนัดกล้วยไม้คุณภาพที่ตลาด อ.ต.ก. อย่างต่อเนื่อง ส่วนงาน วิถีข้าว วิถีไทยโดยกรมการข้าว ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 มีนาคม - 5 เมษายน มีประชาชนเข้าร่วมประมาณ 40,000 คน ยอดจำหน่ายสินค้ากว่า 6.50 ล้านบาท และมีการจัดงานต่อเนื่องที่บริเวณกรมการข้าว ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน

ขณะที่งานเทศกาลผักผลไม้ไทยคุณภาพ ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 6-31 พฤษภาคม โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ มี

ผู้เข้าร่วมชมงานสูงถึง 127,052 คน มียอดจำหน่ายผักและผลไม้สดคุณภาพ อาทิ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ทุเรียนหลงหลินลับแล สามารถสร้างรายได้ให้แก่สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร รวมกว่า 25.40 ล้านบาท ซึ่งผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าคุณภาพได้อย่างต่อเนื่องที่ร้านค้าของชุมนุมสหกรณ์การเกษตร ศูนย์พัฒนาธุรกิจสหกรณ์ใกล้ตลาดไท ศูนย์จำหน่ายและแสดงสินค้าสหกรณ์ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ รวมทั้งร้านค้าของสหกรณ์เจ้าของสินค้าทั่วประเทศ สำหรับการจัดงานเทศกาลไม้ดอกไม้ประดับและปลาสวยงาม โดยกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมประมง ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 5-28 มิถุนายนนี้ มี

ผู้เข้าร่วมชมงานแล้วกว่า 100,000 คน ยอดจำหน่ายสินค้า 22 ล้านบาท

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯได้เตรียมแผนเร่งขยายผลการจัดกิจกรรมตลาดนัดชุมชนไปสู่พื้นที่จังหวัดนำร่องทั้ง 4 มุมเมือง

เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าเกษตรคุณภาพ ได้มาตรฐาน และมีความปลอดภัย เพื่อยกระดับรายได้ของเกษตรกร และช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนและท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้น

ที่มา หนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับวันที่ 2 กรกฎาคม 2558

http://www.naewna.com/local/166389


เพิ่มประสิทธิภาพระบายลุ่มเจ้าพระยา (อ่าน 7 ครั้ง)
วันที่: 02 ก.ค. 2558, 8:07:39 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน มีแผนที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออก เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูน้ำหลาก โดยพื้นที่ฝั่งตะวันออก

จะมีการปรับปรุงเขื่อนพระราม 6 จ.พระนครศรีอยุธยา ให้สามารถระบายน้ำได้มากขึ้นจากเดิมที่สามารถระบายได้ประมาณ 400-500 ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) ต่อวินาที

อย่างไรก็ตาม การปรับปรุงเขื่อนพระราม 6 จำเป็นจะต้องดำเนินการไปพร้อมๆ กับการศึกษาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของคลองชลประทาน และคลองธรรมชาติต่างๆ ที่มีอยู่ในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างฝั่งตะวันออก จากเดิมเคยศึกษาไว้ว่า สามารถระบายน้ำได้ประมาณ 300 ลบ.ม.ต่อวินาที โดยจะต้องหาแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำให้ได้ประมาณ 400-500 ลบ.ม.ต่อวินาที เพื่อให้เหมาะสมกับการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของเขื่อนพระราม 6 หลังจากการปรับปรุงแล้ว รวมทั้งรองรับการระบายน้ำของคลองส่งน้ำชัยนาท-ป่าสัก ที่จะปรับปรุงให้ระบายน้ำได้มากกว่า 210 ลบ.ม.ต่อวินาที หรือในอนาคตอาจจะขยายให้เต็มศักยภาพถึง 1,000 ลบ.ม.ต่อวินาที ตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ในช่วงนั้นๆ

หากเราเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของเขื่อนพระราม 6 และคลองชัยนาท-ป่าสัก ก็จะไม่มีประโยชน์อะไร ถ้าไม่เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างฝั่งตะวันออกด้วย เพราะปริมาณน้ำที่สามารถระบายได้เพิ่มขึ้นจากการปรับปรุงเขื่อนพระราม 6 และคลองชัยนาท-ป่าสัก ก็ไม่สามารถระบายออกสู่ทะเลได้ และอาจจะทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมขังอีกด้วยนายเลิศวิโรจน์กล่าว

สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำดังกล่าว จะเน้นการปรับปรุงคลองชลประทาน และคลองธรรมชาติที่มีอยู่เป็นหลัก โดยอาจจะขุดลอกขยายคลองให้เต็มศักยภาพ และจัดระเบียบผู้ที่บุกรุกคลองใหม่ จำเป็นจะต้องขอความร่วมมือให้ย้ายออกทั้งหมด ไม่ให้กีดขวางทางระบายน้ำ ส่วนการที่จะขุดคลองระบายน้ำสายใหม่นั้น จะทำก็ต่อเมื่อเป็นทางออกสุดท้ายแล้ว ซึ่งจะต้องมีการศึกษาผลกระทบต่างๆ มากยิ่งขึ้นด้วย

อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวด้วยว่า ทางด้านลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างฝั่งตะวันตกก็เช่นเดียวกัน คงจะไม่สามารถขุดคลองระบายน้ำสายใหม่ได้ เพราะผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งต่อสิ่งแวดล้อม และชุมชนมีมาก ทำได้เพียงการปรับปรุง ขุดลอก ขยายแม่น้ำ ลำคลองต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันทั้งหมดให้ใช้งานได้เต็มศักยภาพ โดยเฉพาะในแม่น้ำ ท่าจีน รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งหากสามารถทำเช่นนี้ได้ก็น่าจะเพียงพอสำหรับการระบายน้ำช่วงน้ำหลากของฝั่งตะวันตกได้

ที่มา หนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับวันที่ 2 กรกฎาคม 2558

http://www.naewna.com/local/166388

 


12345678910...>>
 

logoVDO.gif

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ



ฐานข้อมูลชีวิตและผลงาน ท่านพุทธทาสภิกขุ โหลดเพลง นิยาย คลิปวีดีโอ การ์ตูน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมพัฒนาที่ดิน ตลาดไทย สี่มุมเมือง ฟาร์มเกษตร ดอทคอม ปุ๋ย ปุ๋ยเม็ด ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ เครื่องทำปุ๋ย เครื่องผสมปุ๋ย เครื่องอัดเม็ดปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยชีวภาพ เครื่องปั้น ผลิตอาหารสัตว์ เครื่องบดปุ๋ย ปุ๋ยอินทรีย์ เครื่องผลิตปุ๋ย ทำปุ๋ยขายphorphieng.com สั่งพิมพ์,เสื้อยืด,แก้วมัค,เซรามิค::  สุปรีดาพาราดอทคอม : จำหน่ายกล้ายางพาราคุณภาพ กรมวิชาการรับรอง All About Agriculture unseentourthailand.com ไร่ภูพานรีสอร์ท รีสอร์ทมีระดับ สำหรับครอบครัว   ร้านเกษตรวิรุฬ Chokdee Farm