นิดหนึ่งนี้อุทิศแด่ชาวนา     ผู้ต่ำต้อยน้อยหน้าเหลือแสน    ลำบากยากจนข้นแค้น   ไป่แม้นชาวฟ้ามหานคร   โดย. อาจารย์ดีพร้อม ไชยวงศ์เกียรติ
30 ตุลาคม 2557


ยินดีต้อนรับ  Guest
ชื่อสมาชิก:
รหัสผ่าน:
     
จำนวนสมาชิก : (6580)
สมัครสมาชิก  ลืมรหัสผ่าน
          Social Network
fan page tawizter youtube
ค้นหา:  
ลิ้งในฐานข้อมูล (16385 )
Skip Navigation Links.

www.dbd.go.th






แลกลิ้ง






ติดต่อแลกลิ้งติดต่อกลับ thaigreenagro@gmail.com


www.thaigreenagro.com




zzz


หมวดหมู่: ข่าวเกษตร หมวดหมู่ย่อย: การเกษตร
12345678910...>>
 
ดึงอัยการไกล่เกลี่ยหนี้เกษตรกร เยียวยาสมาชิกกองทุนฟื้นฟู (อ่าน 26 ครั้ง)
วันที่: 30 ต.ค. 2557, 7:09:56 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

ดึงอัยการไกล่เกลี่ยหนี้เกษตรกร

เยียวยาสมาชิกกองทุนฟื้นฟู - สกัดนายทุนเอาเปรียบ

 

นายวัชระพันธุ์ จันทรขจร เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เปิดเผยว่า ปัญหาหนี้สินของเกษตรกรเป็นปัญหาสำคัญที่รัฐบาลให้นโยบายในการแก้ไข เนื่องจากเกษตรกรยังขาดความรู้ความเข้าใจในข้อกฎหมายและอาจเป็นช่องว่าง ก่อให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบจากเจ้าหนี้ และการเสียประโยชน์ด้านต่างๆ โดยเฉพาะที่ดินทำกิน จากข้อมูลที่เกษตรกรยื่นคำขอขึ้นทะเบียนหนี้มี จำนวน 501,880 ราย มูลหนี้ 79,420,010,086 บาท ได้ตรวจสอบข้อมูลทะเบียนหนี้พบว่า เกษตรกรเป็นหนี้เร่งด่วนตั้งแต่หนี้ผิดนัดชำระ บังคับคดี ขายทอดตลาด รวมทั้งฟ้องล้มละลายถึง 177,753 ราย มูลหนี้ 44,211,090,679.88 บาท ปัจจุบันสำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ ได้ชำระหนี้แทนเกษตรกรไปจำนวน 27,461 ราย มูลหนี้ 5,764,616,283.49 บาท ซึ่งยังมีจำนวนเกษตรกรอีกมากต้องเร่งให้ความช่วยเหลือ

ดังนั้น เพื่อให้การแก้ปัญหาต่างๆ บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม สำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ จึงร่วมกับสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) สำนักงานอัยการสูงสุด ดำเนินโครงการให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายแก่เกษตรกรที่เป็นสมาชิกของกองทุนฯ ทั้งในเรื่องของการให้ความรู้ความเข้าใจในข้อกฎหมาย ระเบียบและการดำเนินงานของกองทุนฯ ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือในด้านคดี การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท การบริหารจัดการหนี้สิน และอรรถคดีต่างๆ รวมถึงส่งเสริมความรู้ความเข้าใจทางด้านกฎหมายให้กับบุคลากรของกองทุนฟื้นฟูฯ อีกด้วย เพื่อจะสามารถลงไปปฏิบัติงานกับเกษตรกรสมาชิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด กล่าวว่า นับเป็นโอกาสอันดีที่ทางสำนักอัยการสูงสุดโดย สคช. จะเข้ามามีบทบาทและมีส่วนร่วมในการช่วยแก้ปัญหาต่างๆ แก่เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ ซึ่งในปัจจุบันปัญหาเกี่ยวกับข้อกฎหมายเป็นปัญหาสำคัญของเกษตรกร เพราะส่วนใหญ่เกษตรกรยังขาดความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริง จนกลายเป็นช่องว่างให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบจากเจ้าหนี้กลายเป็นปัญหาเกี่ยวกับหนี้สินและสูญเสียที่ดินทำกิน สร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรอย่างมาก
โดยในการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ครั้งนี้ สำนักงานอัยการสูงสุดมีภารกิจคือจัดพนักงานอัยการเพื่อให้ความ
ช่วยเหลือทางด้านกฎหมาย อาทิ การให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมายการจัดทำสัญญาต่างๆ การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท รวมทั้งการช่วยเหลืออรรถคดีต่างๆ แก่เกษตรกรที่เป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ ที่อยู่ในขอบเขตอำนาจของทางสำนักอัยการสูงสุดอัยการสูงสุดกล่าว

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับวันที่ 30 ตุลาคม 2557

http://www.naewna.com/local/128366


แนวโน้มราคาข้าวลดลงต่อเนื่อง (อ่าน 34 ครั้ง)
วันที่: 30 ต.ค. 2557, 7:08:27 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

แนวโน้มราคาข้าวลดลงต่อเนื่อง

สศก.แจงสาเหตุทั้งไทย-เวียดนามสต๊อกล้น

 

สศก.เผยสถานการณ์การผลิตและการตลาดสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าวมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากสต๊อกของไทยและเวียดนามยังมีอยู่จำนวนมาก ขณะที่สินค้ากุ้งยังคงได้รับผลกระทบจากปัญหาโรค ตายด่วนอย่างต่อเนื่อง คาดการส่งออกลดเหลือ 2-2.2 แสนตัน

นายสุรศักดิ์ พันธ์นพ รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า คณะทำงานพัฒนาสารสนเทศการเกษตรระดับประเทศ ได้ชี้แจงสถานการณ์ด้านการผลิตและการตลาดของสินค้าการเกษตรที่สำคัญของไทย โดยราคาที่เกษตรกรขายได้ ณ ไร่นาของพืชไร่ที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวโพดหวาน และข้าวโพดฝักอ่อน มีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา

สำหรับราคาข้าวในตลาดโลกมีแนวโน้มลดลง แม้ว่าปริมาณความต้องการยังมีอยู่มาก เนื่องจากประเทศไทยและประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่มีข้าวที่อยู่ในสต๊อกจำนวนมาก ด้านสินค้าประมง ปัญหาโรคตายด่วน (EMS) ยังคงส่งผลกระทบต่อผลผลิตกุ้งของประเทศไทย โดยตัวเลขประมาณการปรับตัวลดลงจากที่คาดการณ์ไว้ที่ 2.5-3 แสนตัน เหลือเพียง 2-2.2 แสนตัน ซึ่งปัญหาดังกล่าว กระทรวงเกษตรฯโดยกรมประมงได้จัดหาพ่อแม่พันธุ์กุ้งจำนวน 1,500 คู่ เพื่อแจกจ่ายให้กับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงในการเพิ่มปริมาณผลผลิตให้เพิ่มมากขึ้นแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอแนะให้มีการปรับแก้กฎข้อบังคับในการนำเข้ากุ้งต้มจากประเทศบราซิลและอินโดนีเซียเพื่อช่วยการผลิตและแปรรูปเพื่อการส่งออกของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสินค้าปศุสัตว์ คณะทำงานฯ จะได้หารือถึงการปรับโครงสร้างทางการผลิตของสินค้าโคนมเพื่อให้เกิดความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันต่อไป

ทั้งนี้ คณะทำงานพัฒนาสารสนเทศการเกษตรระดับประเทศ จะมีการประชุมทุกไตรมาส เพื่อพิจารณาสรุปรายงานสถานการณ์สินค้าทางการเกษตรที่สำคัญรวม 20 สินค้า เพื่อนำเสนอผู้บริหารของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการสินค้าอย่างเป็นระยะต่อไป

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับวันที่ 30 ตุลาคม 2557

http://www.naewna.com/local/128365


ปีติพงศ์ผุดไอเดีย ตลาดนัดเกษตรกร ตัดพ่อค้าคนกลาง (อ่าน 28 ครั้ง)
วันที่: 30 ต.ค. 2557, 7:07:09 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การพัฒนาภาคเกษตรเรื่องหนึ่งที่สำคัญ คือ การเพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่เกษตรกรสามารถจำหน่ายสินค้าการเกษตรที่ปลอดภัย มีคุณภาพถึงมือผู้บริโภคโดยตรง และผ่านพ่อค้าคนกลางให้น้อยที่สุด ดังนั้น กระทรวงเกษตรฯ จึงได้มีนโยบายให้ทุกจังหวัดมีตลาดนัดเกษตรกรโดยอาศัยความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานราชการและภาคเอกชนในพื้นที่รวบรวมสินค้าโดดเด่นในพื้นที่มาจำหน่ายในพื้นที่เขตเมืองที่ประชาชนมีความสะดวกในการเลือกซื้อสินค้า

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้กำหนดพื้นที่นำร่องที่จะเปิดตัวตลาดนัดเกษตรกรในวันที่ 14 พฤศจิกายนนี้ พร้อมกันในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครนายก มุกดาหาร ตรัง ตาก และอุตรดิตถ์ ก่อนขยายผลไปสู่ระยะที่สองอีก 18 จังหวัดภายในเดือนพฤศจิกายน และจะดำเนินการจัดตั้งตลาดนัดเกษตรกรให้ครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศภายในเดือนธันวาคม

อย่างไรก็ตาม หลังจากการเปิดตลาดนัดเกษตรกรครบทุกจังหวัดแล้วกระทรวงเกษตรฯ จะมีการติดตามและประเมินผลโครงการทั้งในด้านสินค้าที่นำมาจำหน่าย จุดที่ตั้งตลาดนัด และวันเวลาที่เหมาะสม เพื่อปรับปรุงและพัฒนาตลาดนัดเกษตรกรให้มีประสิทธิภาพและเป็นช่องทางการตลาดหนึ่งให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ให้มากยิ่งขึ้น

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับวันที่ 30 ตุลาคม 2557

http://www.naewna.com/local/128363


สกย.ขอนแก่นเปิดศูนย์เรียนรู้ ต่อยอดพัฒนาอัจฉริยภาพเยาวชน (อ่าน 23 ครั้ง)
วันที่: 30 ต.ค. 2557, 7:05:58 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

สกย.ขอนแก่น เปิดศูนย์เรียนรู้ฯให้ครูและนักเรียนในพื้นที่เข้าศึกษาดูงานด้านการผลิตยางพารา หวังต่อยอดองค์ความรู้สู่การพัฒนาอัจฉริยภาพด้านวิทย์-คณิต

นายโกศล บุญคง ผู้ช่วย ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง จ.ขอนแก่น เปิดเผยภายหลังต้อนรับคณะครูและนักเรียน จากโครงการส่งเสริมและพัฒนาอัจฉริยภาพด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ในการเดินทางมาเยี่ยมชมและศึกษาดูงานด้านการผลิตยางพารา ณ ศูนย์เรียนรู้ยางพารา จ.ขอนแก่น ว่า มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 25 จ.ขอนแก่น ได้นำคณะครูและนักเรียนจากโครงการส่งเสริมและพัฒนาอัจฉริยภาพด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ที่มีความสนใจเดินทางมาพัฒนาความรู้ ผ่านการศึกษาดูงานในศูนย์เรียนรู้ยางพารา จ.ขอนแก่น ซึ่งศูนย์ถือว่ามีความพร้อมในการให้บริการความรู้ทั้งด้านทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติที่หลากหลาย เช่น การสาธิตวิธีการขยายพันธุ์ยาง สาธิตการกรีดยาง สาธิตการใช้น้ำยางข้นผสมสารเคมีทาถุงมือผ้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานให้สามารถจับสิ่งของที่ร้อนและมีคมได้ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างมากในการศึกษาดูงานของคณะครูและนักเรียนในครั้งนี้

ศูนย์เรียนรู้ยางพารา จ.ขอนแก่น มีความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาอัจฉริยภาพด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ แก่เยาวชน ซึ่งจากการศึกษาดูงานในครั้งนี้ อาจเป็นแรงจูงใจให้นักเรียนได้พัฒนาตนเอง เพื่อก้าวไปสู่การเป็นนักวิทยาศาสตร์ด้านยางพาราที่มีคุณภาพของประเทศไทยได้ในอนาคตนายโกศล กล่าว

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับวันที่ 30 ตุลาคม 2557

http://www.naewna.com/local/128362


ปัญหาเกษตร : การจัดการดิน เพื่อปลูกผักและไม้ผลอินทรีย์ (อ่าน 25 ครั้ง)
วันที่: 30 ต.ค. 2557, 7:04:49 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

คำถาม ผมต้องการปลูกผักและไม้ผลอินทรีย์ในพื้นที่ไร่ของผม ต้องทำอย่างไร และมีวิธีทำปุ๋ยคอกไว้ใช้เองอย่างไรครับ

คำตอบ การปลูกผักและไม้ผลอินทรีย์ คือการปลูกผักและไม้ผลที่มีระบบการผลิต ที่คำนึงถึงสภาพแวดล้อม รักษาสมดุลธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพหลีกเลี่ยงการใช้สารสังเคราะห์ ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมี หรือสารกำจัดศัตรูพืชต่างๆโดยหันกลับมาใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด ไถกลบเศษพืช และปุ๋ยชีวภาพในการปรับปรุงบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ เพื่อให้ผักและไม้ผลมีความแข็งแรง เจริญเติบโตได้ดี และให้ผลผลิตที่ปลอดภัยจากสารพิษ และไม่ทำลายสภาพแวดล้อม

การผลิตปุ๋ยคอก โดยใช้สารเร่งจุลินทรีย์
พด.1 มีส่วนผสมในการผลิต คือ 1) มูลไก่ 300 กิโลกรัม 2) รำข้าวละเอียด 30 กิโลกรัม
3) สารเร่งจุลินทรีย์ พด.1 1 ซอง (100 กรัม) และ
4) ฟางข้าว เพื่อใช้สำหรับคลุมกองปุ๋ยหมัก

วิธีทำปุ๋ยคอก ผสมมูลไก่ รำละเอียด และสารเร่งจุลินทรีย์ พด.1 ให้เข้ากัน รดน้ำปรับความชื้น ประมาณ 60% ทำการตั้งกองปุ๋ยคอกให้สูง ประมาณ 30 เซนติเมตร แล้วนำฟางข้าวมาคลุมกองปุ๋ยคอกไว้ เพื่อรักษาความชื้นและธาตุอาหารในกองปุ๋ยหมัก ในระหว่างการหมักไม่ต้องกลับกองปุ๋ยคอก ปล่อยให้เกิดการย่อยสลายเป็นเวลา 7 วัน จึงนำไปใช้ในการปลูกพืชได้

วิธีใช้ปุ๋ยคอก ให้เตรียมแปลงเพาะกล้า โดยใช้ปุ๋ยหมัก อัตรา 1 ตัน/ไร่ และช่วงการเจริญเติบโตของพืช ให้ใช้ปุ๋ยหมัก อัตรา 1 ตัน/ไร่

การผลิตน้ำหมักชีวภาพ จากไข่ไก่ โดยใช้สารเร่ง พด.2 มีส่วนผสมในการผลิต คือ 1) ไข่ไก่ (รวมเปลือก) ซึ่งปั่นให้ละเอียด 50 ฟอง 2) ตับ 3 กิโลกรัม 3) กากน้ำตาล 3 กิโลกรัม 4) สารเร่งจุลินทรีย์ พด.2 1 ซอง (25 กรัม) และ 5) น้ำ 20 ลิตร

วิธีทำน้ำหมักชีวภาพ นำไข่ไก่ที่ปั่นละเอียด ตับ และกากน้ำตาลลงในถังหมักผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน ทำการละลายสารเร่งจุลินทรีย์ พด.2 จำนวน 1 ซอง ผสมในน้ำ คนให้เข้ากันนาน 5 นาที จากนั้นเทลงในส่วนผสมของไข่ไก่และตับ แล้วคนให้เข้ากันอีกครั้ง พร้อมกับเติมน้ำให้ครบ 20 ลิตร จากนั้นปิดฝาไม่ต้องสนิท และตั้งทิ้งไว้ในที่ร่ม 20 วัน (จนไม่ปรากฏฟอง)

วิธีใช้น้ำหมักชีวภาพ

1.ก่อนระยะการเก็บเกี่ยวพืชผักและไม้ผล ควรฉีดพ่นน้ำหมักชีวภาพ ทุก 7 วัน หรือรดลงในดินบริเวณโคนต้นไม้ผล เช่น มะละกอ และชมพู่

2.ในการปลูกถั่วฝักยาว จะใช้น้ำหมักชีวภาพ ที่ประกอบด้วยไข่ไก่และปลาหมัก ที่เจือจาง 1:1,000 ฉีดพ่นทุก 7-10 วัน ซึ่งน้ำหมักชีวภาพจากไข่ จะช่วยเร่งการออกดอกผลได้ดี เนื่องจากมีฮอร์โมนจิบเบอเรลลินสูง

การจัดการวัชพืช ต้องปล่อยให้วัชพืชสูงจนออกดอก แต่ยังไม่มีเมล็ด ถ้าปลูกปอเทืองด้วย ให้ไถกลบเมื่อปอเทืองออกดอก ทำการตัดต้นวัชพืชตรงบริเวณโคนต้นพร้อมกับต้นปอเทือง ด้วยเครื่องตัดหญ้า จากนั้นใช้รถไถทำการไถกลบลงดิน ตามด้วยใส่ปุ๋ยหมักอัตรา 1 ตันต่อไร่ แล้วจึงไถพรวนอีกครั้ง ฉีดน้ำหมักชีวภาพ เจือจาง 1:200 พ่นให้ทั่วแปลง หมักทิ้งไว้ ถ้าให้น้ำ 2-3 วัน จะสามารถทำการปลูกพืชได้ ทำการใส่ปุ๋ยหมัก 1 ตันต่อไร่ ในช่วงก่อนปลูกพืช และช่วงระหว่างการเจริญเติบโตของพืช

ที่กล่าวมาแล้ว นักวิชาการของกรมพัฒนาที่ดิน ได้แนะนำวิธีทำเกษตรอินทรีย์ ให้กับเกษตรกร และแจกจ่ายสารเร่งจุลินทรีย์ พด.1 และ พด.2 ทั่วประเทศ ไปรับได้ที่สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต หรือสถานีพัฒนาที่ดิน ที่ตั้งในจังหวัดใกล้บ้านของท่าน นะครับ...

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับวันที่ 30 ตุลาคม 2557

http://www.naewna.com/local/128361


วิกฤติขยะโฟม..ปัญหาที่ต้องแก้ไข (อ่าน 52 ครั้ง)
วันที่: 30 ต.ค. 2557, 7:03:30 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

โฟมเป็นพลาสติกที่ฟูหรือทำให้ขยายตัวขณะขึ้นรูปโดยใช้ก๊าช และโฟมที่มีการใช้งานแพร่หลายทุกวันนี้ คือ  พีเอสโฟม (Polystyrene Fome) จนเป็นภาระในกองขยะ ถูกฝังกลบอยู่ในดิน ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 1,000 ปี กว่าที่จะย่อยสลายได้

นายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวถึงสถานการณ์ขยะประเภทโฟมในปัจจุบันว่า จากการสำรวจปริมาณขยะประเภทโฟมในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา คือตั้งแต่ปี 2552-2556 พบว่ามีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 34 ล้านใบ/วัน เป็น 61 ล้านใบ/วัน หรือโดยเฉลี่ยแล้วคนไทยสร้างขยะประเภทโฟมเพิ่มขึ้นประมาณ 1 ใบ/คน/วัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า วิถีชีวิต สังคม และพฤติกรรมของคนไทยในปัจจุบันตระหนักถึงความสะดวกสบาย และความรวดเร็ว มากกว่าผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะสังคมในเมือง หรือสถานที่ที่มีการรวมตัวกันของประชาชนเป็นจำนวนมาก จะพบว่ามีขยะประเภทโฟมมากกว่าปกติ

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ยังกล่าวต่ออีกว่า โฟมถูกทิ้งเป็นขยะด้วยปริมาณและสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นขยะที่มีความคงทนและสามารถทนต่อแรงอัดได้สูง และใช้เวลาในการย่อยสลายนานกว่า 100 ปี อาจก่อให้เกิดปัญหาทางด้านมลพิษ สิ้นเปลืองงบประมาณ และพื้นที่ฝังกลบได้ กระบวนการกำจัดขยะโฟมจึงต้องมีความระมัดระวัง และปลอดภัยมากที่สุด คือจะต้องมีการเผาโฟมในอุณหภูมิให้อยู่ภายใต้การควบคุมที่ถูกต้อง เพื่อเลี่ยงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อประชาชน นอกจากนี้ เมื่อถูกนำไปใช้บรรจุอาหารที่ร้อนจัดจะเกิดปฏิกิริยาที่ทำให้สารอันตรายแตกตัวออกมาจากภาชนะโฟมได้อีกด้วย เช่น สารสไตรีน (styrene) และ เบนซิน (Benzene) ที่มีส่วนในการทำลายไขกระดูก ทำลายตับ และไต มีผลต่อประสาทส่วนกลางและส่วนปลายที่ทำให้การเคลื่อนไหวและการทรงตัวไม่ดี รวมทั้งอาจเป็นสารก่อมะเร็ง ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้จำนวนเม็ดเลือดลดลงและทำลายระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายได้

 

ทางกรมควบคุมมลพิษจึงสนับสนุนและส่งเสริมผลิตภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น กล่องที่ทำจากพลาสติกที่สลายตัวได้ทางชีวภาพ (Compostable plastics) ชานอ้อย เยื่อไผ่ มันสำปะหลัง เป็นต้น เพื่อส่งเสริมให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการผลิตและการบริโภคสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หันมาหาผลิตภัณฑ์และบริโภคสินค้าที่ปลอดภัยและย่อยสลายได้ง่าย ไม่ตกค้างต่อสิ่งแวดล้อม โดยให้ภาครัฐเป็นหน่วยงานนำร่อง ในการบริโภคสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นตัวอย่างและขยายผลไปสู่ภาคประชาชน อีกทั้งยังเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบจากการใช้โฟม ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาการย่อยสลาย หรืออันตรายของโฟมที่มีผลต่อสุขภาพนายวิเชียร กล่าว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การสร้างวินัยของคนในชาติ รณรงค์ ให้ความรู้ ปลูกจิตสำนึก หันมาใช้วัสดุอื่นแทนสร้างความตระหนักให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการขยะมูลฝอย ตั้งแต่การลด คัดแยกที่ต้นทาง ตามแผนงาน Roadmap การจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย พร้อมฝากไปถึงประชาชนและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอีกว่า ไม่อยากให้ปัญหาขยะโฟมเป็นเรื่องไกลตัวหรือคิดว่าเป็นสิ่งที่แก้ไขยาก หากทุกคนร่วมมือกันอย่างเต็มที่ก็มีส่วนทำให้ปัญหาต่างๆ หมดไปได้

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับวันที่ 30 ตุลาคม 2557

http://www.naewna.com/local/128367


ปลูกพืชในที่ดินลูกรัง - ดินดำน้ำดี (อ่าน 30 ครั้ง)
วันที่: 30 ต.ค. 2557, 6:57:26 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร
?ปลูกพืชในที่ดินลูกรัง - ดินดำน้ำดี?

ดินลูกรังเป็นดินที่มีปัญหาชนิดหนึ่งของประเทศไทย เนื่องจากมีองค์ประกอบทางกายภาพและทางเคมีไม่เหมาะสมสำหรับเกษตรกรรม เพราะเป็นดินตื้น มีกรวดลูกรังหรือเศษหินปะปนในระดับความลึกของบริเวณการเจริญเติบโตของรากพืชทั่วไปทำให้จำกัดการชอนไชของรากพืช

ประเทศไทยมีพื้นที่การเกษตรที่เป็นดินลูกรังประมาณ 52 ล้านไร่ พบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากการศึกษาของหน่วยงานด้านการพัฒนาปรับปรุงดินของศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.สกลนคร พบว่า เมื่อจะใช้พื้นที่มาปลูกพืชไร่ หากเป็นดินลูกรังที่มีหน้าดินหนาประมาณ 20 ซม. จะมีการระบายน้ำดีปานกลาง ไม่มีน้ำท่วมขังในฤดูฝน ก็สามารถปลูกพืชไร่ได้หลายชนิด เช่น ข้าวฟ่าง ถั่วลิสง ถั่วเขียว ถั่วเหลือง และพืชรากตื้นอื่น ๆ แต่ควรมีการบำรุงรักษาความอุดมสมบรูณ์ของดินโดยการใส่ปุ๋ยคอกและรักษาความชื้นของดินโดยใช้วัสดุคลุมดิน

ขั้นต้นต้องทำแนวชะลอการไหลของน้ำ เช่น แนวถนนคันคู ปลูกพืชเป็นแถว ปลูกหญ้าแฝกขวางความลาดชัน หรือการไถพรวนขวางความลาดชัน เป็นต้น ควรปลูกพืชคลุมดิน เช่นพืชปุ๋ยสดเพื่อปรับปรุงบำรุง ใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก และปุ๋ยชีวภาพเพิ่มความอุดมสมบรูณ์ของดินและสมบัติทางกายภาพของดินเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน ปรับปรุงโครงสร้างดิน ทำให้การอุ้มน้ำของดินดีขึ้น

การใส่ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยคอกนั้นควรใช้อัตรา 2-4 ตัน/ไร่ คลุกเคล้ากับดินในแปลงปลูกพืช หรือในบริเวณหลุมปลูกไม้ผลในอัตราเฉลี่ย 25-50 กิโลกรัมต่อหลุม โดยขุดหลุมปลูกขนาด 1x1x1 เมตร ขุดแยกดินบนและดินล่าง ตากดินไว้ประมาณ 15 วัน แล้วนำดินบนผสมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ในอัตราส่วน ดิน 2-3 ส่วน ต่อปุ๋ย 1 ส่วน รองก้นหลุมด้วยใบหญ้า นำดินผสมลงในหลุมโดยให้สูงกว่าพื้นดิน 10-20 ซม.

ที่สำคัญงดใช้สารเคมีในการกำจัดวัชพืชและบำรุงต้นพืชโดยเด็ดขาด เพราะปุ๋ยเคมีจะทำให้ดินเสื่อมคุณภาพ กำจัดวัชพืชโดยวิธีการตัดให้เศษวัชพืชกระจายในพื้นที่ ไม่ควรเผาทิ้งเพื่อสร้างพื้นดินให้ไส้เดือนสามารถอยู่ได้ ปลูกพืชตระกูลถั่วคลุมดินในที่ว่างระหว่างต้นพืชเพื่อรักษาความชื้น ขั้นต้นปลูกกล้วยเป็นร่มเงา เมื่อกล้วยโตก็ปลูกไม้ยืนต้นและไม้ผลตามที่ตั้งใจไว้ต่อไป

เทคนิคการปลูกไม้ผลในดินลูกรัง คือ ต้องขุดหลุมให้กว้างกว่าปกติแล้วรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก จากนั้นให้คลุมโคนต้นด้วยเศษหญ้า เพื่อรักษาความชื้น ปลูกพืชแบบผสมผสานเพื่อให้ต้นไม้พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ไม่ปล่อยให้วัชพืชสูงมากเกินไปโดยใช้วิธีการ ทับให้ต้นหญ้าล้ม เพื่อให้หญ้าและวัชพืช

ต่าง ๆ ยังคงรักษาความชื้นในดินได้ และเศษหญ้ายังจะย่อยสลายกลายเป็นหน้าดินต่อไป เมื่อต้นไม้เริ่มโตขึ้นงดให้น้ำเป็นบางช่วง เพื่อให้ต้น ไม้มีการปรับตัว ใส่ปุ๋ยคอกปีละประมาณ 2-3 ครั้ง

ต้องการข้อมูลหรือศึกษาดูงานเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.สกลนคร โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น.

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ฉบับวันที่ 30 ตุลาคม 2557

http://www.dailynews.co.th/Content/agriculture/277337/%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%97%

E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%87++%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%

99%E0%B8%94%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%94%E0%B8%B5


ราคาสินค้าเกษตรเดือนกันยายนลดลงส่งผลต่อเนื่องเดือนตุลาคม (อ่าน 24 ครั้ง)
วันที่: 30 ต.ค. 2557, 6:55:48 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร
?ราคาสินค้าเกษตรเดือนกันยายนลดลงส่งผลต่อเนื่องเดือนตุลาคม?

นายเลอศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงภาพรวมราคาสินค้าเกษตร ซึ่งวัดจากดัชนีราคาสินค้าเกษตร ประจำเดือนกันยายน 2557 ว่า เมื่อเทียบกับเดือนกันยายนปี 2556 ภาพรวมลดลงร้อยละ 9.61 โดยสินค้าเกษตรที่มีราคาปรับตัวลดลง ได้แก่มันสำปะหลัง ยางพารา ไก่เนื้อ และไข่ไก่

โดยมันสำปะหลัง ราคาลดลงเนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดมาก เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ยางพารา ราคาลดลงเนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังคงชะลอตัว ไก่เนื้อ และไข่ไก่ ราคาลดลงเนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดมากกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สำหรับสินค้าที่มีราคาปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน และสุกร โดยปาล์มน้ำหมัน ราคาสูงขึ้นเนื่องจากความต้องการผลผลิตในการผลิตไบโอดีเซลเพิ่มขึ้นและสุกรราคาสูงขึ้นเนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยลงจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา.

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ฉบับวันที่ 30 ตุลาคม 2557

http://www.dailynews.co.th/Content/agriculture/277333/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%

80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%

A2%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%

99%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1


สหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรีย สนใจโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (อ่าน 24 ครั้ง)
วันที่: 30 ต.ค. 2557, 6:54:08 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร
?สหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรีย สนใจโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ?

เอกอัครราชทูตจากสหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรียประจำประเทศไทยได้นำผู้ว่าการรัฐอะนัมบรา (Anambra) ผู้แทนด้านการค้า และพาณิชย์ ผู้แทนด้านการเกษตรและเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้าศึกษาดูงานสำนักงาน กปร. โดยมีนางกมลินี สุขศรีวงศ์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิเทศสัมพันธ์ ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปเกี่ยวกับการทรงงานเพื่อการพัฒนาประเทศของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ทั้งนี้ คณะฯ ได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับความต่อเนื่องของการดำเนินงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล ตลอดถึงการรบริหารจัดการด้านงบประมาณสำหรับการดำเนินงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการการใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ ตลอดถึงประวัติด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และผลที่พึงได้รับจากที่ประเทศ ไทยไม่เคยตกเป็นอาณานิคมต่อการพัฒนาประเทศ และการดำเนินการในโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ของประเทศไทย รวมถึงภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยที่มีผลต่อการพัฒนาประเทศ เป็นต้น

สำหรับประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรีย กำลังให้ความสำคัญกับการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะปาล์มน้ำมัน และเป็นประเทศที่สามารถปลูกผลไม้ได้หลากหลายชนิด ได้แก่ ส้ม แตงเมลอน เกรพฟรุท มะนาวมะม่วง กล้วย และสับปะรด โดยพื้นที่ภาคเหนือประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิมนิยมบริโภคข้าวฟ่าง ข้าวกล้องและดื่มชา ทางภาคตะวันออกส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าอิกโบ/อิโบ นิยมทานการีหรือเกี๊ยวที่ทำจากแป้งมันสำปะหลังฟักทองและแยม ส่วนชาวโยรุบาซึ่งมีถิ่นฐานอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้และทางภาคกลางของประเทศนิยมกินการีกระเจี๊ยบเขียวสตูหรือซุปผักโขม นอกจากนั้นยังนิยมทานแยมบดและมันสำปะหลังบดอีกด้วย

ส่วนปลานั้นนับเป็นอาหารสำคัญของชาวไนจีเรียเนื่องจากเป็นแหล่งโปรตีนราคาถูกที่หาง่าย อาหารปลาจานเด็ดคือปลาหมักทอด โดยหมักเนื้อปลาด้วยขิง มะเขือเทศและพริกไทยก่อนแล้วนำไปทอดในน้ำมัน
ถั่วลิสง.

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ฉบับวันที่ 30 ตุลาคม 2557

http://www.dailynews.co.th/Content/agriculture/277332/%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%

98%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B9%84%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%

A2+%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%

99%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%

B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%94%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%B4


นิทรรศการเรื่องเล่าจากป่า (อ่าน 27 ครั้ง)
วันที่: 30 ต.ค. 2557, 6:52:37 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร
?นิทรรศการเรื่องเล่าจากป่า?

นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการฝ่ายกิจการสังคมและสิ่งแวดล้อม และนายธาตรี ริ้วเจริญ ผู้ช่วยผู้ว่าการกิจการสังคมและสิ่งแวดล้อม กฟผ. ร่วมประชุมและให้ข้อเสนอแนะ พร้อมมอบนโยบายและแนวทาง เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดนิทรรศการเรื่องเล่าจากป่า ภายใต้โครงการ 20 ปี โครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติฯ กฟผ. แก่เจ้าหน้าที่และส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ณ ที่ทำการสำนักงานใหญ่ กฟผ. บางกรวย นนทบุรี เมื่อวันก่อน

พร้อมสรุปผลการดำเนินงานการปลูกป่าของ กฟผ. ที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 20 ปี ตลอดถึงการจัดกิจกรรมค่ายเยาวชนที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างจิตสำนึกให้เยาวชนร่วมอนุรักษ์ป่าไม้อย่างยั่งยืน

โดยนิทรรศการเรื่องเล่าจากป่าจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 7-8 พฤศจิกายน 2557 ณ สกายฮอลล์ ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร โดยภายในงานจะมีการจัดแสดงผลการดำเนินงานและผลสำเร็จในโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งครบรอบ 20 ปี ที่ชุมชนสังคมและประเทศชาติพึงได้รับ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการตระหนักถึงการอนุรักษ์ป่าและสิ่งแวดล้อม.

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ฉบับวันที่ 30 ตุลาคม 2557

http://www.dailynews.co.th/Content/agriculture/277330/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%

A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2


12345678910...>>
 

logoVDO.gif

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ



ฐานข้อมูลชีวิตและผลงาน ท่านพุทธทาสภิกขุ โหลดเพลง นิยาย คลิปวีดีโอ การ์ตูน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมพัฒนาที่ดิน ตลาดไทย สี่มุมเมือง ฟาร์มเกษตร ดอทคอม ปุ๋ย ปุ๋ยเม็ด ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ เครื่องทำปุ๋ย เครื่องผสมปุ๋ย เครื่องอัดเม็ดปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยชีวภาพ เครื่องปั้น ผลิตอาหารสัตว์ เครื่องบดปุ๋ย ปุ๋ยอินทรีย์ เครื่องผลิตปุ๋ย ทำปุ๋ยขายphorphieng.com สั่งพิมพ์,เสื้อยืด,แก้วมัค,เซรามิค::  สุปรีดาพาราดอทคอม : จำหน่ายกล้ายางพาราคุณภาพ กรมวิชาการรับรอง All About Agriculture unseentourthailand.com ไร่ภูพานรีสอร์ท รีสอร์ทมีระดับ สำหรับครอบครัว   ร้านเกษตรวิรุฬ Chokdee Farm