นิดหนึ่งนี้อุทิศแด่ชาวนา     ผู้ต่ำต้อยน้อยหน้าเหลือแสน    ลำบากยากจนข้นแค้น   ไป่แม้นชาวฟ้ามหานคร   โดย. อาจารย์ดีพร้อม ไชยวงศ์เกียรติ
29 กรกฎาคม 2559


ยินดีต้อนรับ  Guest
ชื่อสมาชิก:
รหัสผ่าน:
     
จำนวนสมาชิก : (7733)
สมัครสมาชิก  ลืมรหัสผ่าน
          Social Network
fan page tawizter youtube
ค้นหา:  
ลิ้งในฐานข้อมูล (20514 )
Skip Navigation Links.

www.dbd.go.th



แลกลิ้ง






ติดต่อแลกลิ้งติดต่อกลับ thaigreenagro@gmail.com


www.thaigreenagro.com




zzz


หมวดหมู่: ข่าวเกษตร หมวดหมู่ย่อย: การเกษตร
12345678910...>>
 
ราษฎรป่าซาง จ.เชียงราย ปลื้ม อ่างเก็บน้ำห้วยดีหมีฯ แล้วเสร็จเก็บกักน้ำได้.. (อ่าน 5 ครั้ง)
วันที่: 29 ก.ค. 2559, 7:54:22 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

 นายพลากร  สุวรรณรัฐ องคมนตรีพร้อมด้วย นายดนุชา สินธวานนท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน  กปร.) ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางไปติดตามการดำเนินงานและเยี่ยมราษฎรในโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยดีหมีพร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราช ดำริ ณ บ้านประชาร่วมใจ หมู่ที่ 10 ต.ป่า ซาง อำเภอเวียงเชียงรุ้ง เมื่อวันก่อนโอกาสนี้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี และคณะได้รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานและความสำเร็จจากการบริหารจัดการน้ำจากโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยดีหมีพร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ส่งผลให้ราษฎรจำนวน 140 หมู่บ้าน มีน้ำใช้ในปัจจุบัน จำนวน 153,000  ลูกบาศก์เมตร สำหรับการอุปโภคบริโภคได้อย่างเพียงพอ พร้อมกับได้มีการจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำ    ในรูปของกลุ่มประชาธิปไตยเพื่อเตรียมการสำหรับบริหารจัดการน้ำต่อไป เมื่ออ่างเก็บน้ำแห่งนี้สามารถเก็บน้ำได้เต็มศักยภาพตามความจุอ่างเก็บน้ำสูงสุด 319,000 ลูกบาศก์เมตร ในปี 2559  นี้  ซึ่งจะทำให้มีราษฎรสามารถใช้น้ำเพื่อการเกษตรและการประมงได้เพิ่มขึ้นอันจะส่งผลให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วยการนี้  องคมนตรีและคณะได้ร่วมกับราษฎรปลูกหญ้าแฝกจำนวน 200,000 กล้า เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์และป้องกันการกัดเซาะ การชะล้างพังทลายของหน้าดิน รวมถึงได้ปลูกต้นพะยอม และปล่อยปลาตะเพียน จำนวน 10,000 ตัว บริเวณอ่างเก็บน้ำด้วย อ่างเก็บน้ำห้วยดีหมีพร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เกิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัว ทรงรับโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยดีหมีพร้อมระบบส่งน้ำไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กรมชลประทานได้สนองพระราชดำริโดยก่อสร้างทำนบดิน ขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 150 เมตร สูง 21 เมตร พร้อมระบบรางเทขนาดเส้นทางระบาย กว้าง 8 เมตร รางเทกว้าง 5 เมตร ท่อส่งน้ำฝั่งขวายาว 145 เมตร พร้อมคลองส่งน้ำ 2 แห่ง และระบบส่งน้ำ ความยาวรวม 2,025 เมตร ถังพักน้ำ ขนาดความจุ 150 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 10 แห่ง บ่อแยก จำนวน 6 แห่ง และบ่อวาล์วส่งน้ำ จำนวน 10 แห่ง  เพื่อให้ความช่วยเหลือราษฎร ซึ่งขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค และทำการเกษตรโดยจะสามารถสนับสนุนน้ำสำหรับพื้นที่การเกษตรในฤดูฝนและฤดูแล้งให้แก่ราษฎรจำนวน 2 หมู่บ้าน ครอบคลุมพื้นที่ในฤดูฝน 900 ไร่ ฤดูแล้ง 100 ไร่ และสามารถส่งน้ำ    เพื่อการอุปโภคบริโภคให้กับราษฎรในพื้นที่ จำนวน 243 ครัวเรือน รวมประชาชนที่ได้รับประโยชน์  1,162 คน ให้มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น   สภาพพื้นที่โดยทั่วไปของตำบลเป็นที่ราบลุ่มภูเขา มีลำห้วยและแม่น้ำไหลผ่าน จึงเหมาะสมต่อการสร้างเก็บน้ำเพื่อเก็บกักน้ำไว้สำหรับการบริหารจัดการเพื่อประโยชน์อย่างยั่งยืนของชาวชุมชน ราษฎรส่วนใหญ่มีอาชีพทำนาทำสวนทำไร่ และหัตถกรรมผ้าทอพื้นเมืองเป็นอาชีพเสริม....

ที่มาหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ฉบับวันที่29/7/2559

เวปที่มาhttp://www.dailynews.co.th/agriculture/512080


เรื่องน่ารู้ :  กระดูกไก่ดำ... (อ่าน 4 ครั้ง)
วันที่: 29 ก.ค. 2559, 7:51:27 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

            ต้นกระดูกไก่ดำ เป็นไม้ล้มลุก ลำต้นสีแดงเข้มถึงสีดำหรือ  สีม่วง กิ่งเป็นปล้องข้อ ดูคล้ายกับกระดูกไก่  เป็นไม้กลางแจ้ง ขยายพันธุ์ด้วยวิธีปักชำและเพาะเมล็ด ขึ้นได้ดีในดินที่ร่วนซุย มักขึ้นเองตามริมลำธารในป่าดงดิบ ประชาชนในชนบทของประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซียจะนำใบมาต้มกับน้ำกินเป็นยาบำรุงโลหิต ส่วนคนไทยเมื่อก่อนนิยมนำใบสดมาตำคั้นเอาน้ำมาดื่มเป็นยาแก้อาการปวดศีรษะ บางพื้นที่ก็ใช้ใบสดตำผสมกับเหล้าขาวคั้นเอาน้ำดื่มเป็นยาแก้ไข้ ลดความร้อน ช่วยขับเลือดข้นในร่างกายให้กระจาย เป็นต้น....

ที่มาหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ฉบับวันที่29/7/2559

เวปที่มา http://www.dailynews.co.th/agriculture/512076


ฉลอง100ปี‘สหกรณ์’ เปิดเวทีเอเชียแปซิฟิก ระดมสมองนานาชาติ เรียนรู้แนวทางพัฒนา (อ่าน 5 ครั้ง)
วันที่: 29 ก.ค. 2559, 7:48:59 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี สหกรณ์ไทย และวันสหกรณ์สากล ประจำปี 2559 กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้จัดงานสัมมนาระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ภายใต้หัวข้อ สหกรณ์ สร้างโลกที่ดีกว่าเพื่อเผยแพร่บทบาทของสหกรณ์กับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมโลก และประกาศเจตนารมณ์ขององค์การสัมพันธภาพสหกรณ์ระหว่างประเทศ (ICA) ในเรื่อง พลังสหกรณ์ สร้างชุมชนเข้มแข็งและยั่งยืนซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของสหประชาชาติ ในการรวมตัวกันของขบวนการสหกรณ์อย่างมีประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจและสันติภาพโลกนายธีรภัทร กล่าวอีกว่า ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีการประชาสัมพันธ์แผนการทำงานด้านพัฒนาสหกรณ์ไทย ซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญของนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งขณะนี้มีสหกรณ์กว่า 1,200 แห่ง ที่มีการพัฒนาและยกระดับสูงขึ้น พร้อมกันนี้ได้ตั้งโรงเรียนผู้ตรวจการสหกรณ์ขึ้น และจัดอบรมให้แก่กรรมการสหกรณ์เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในการบริหารนายเสนอ ชูจันทร์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์จะนำความรู้ของแต่ละประเทศ มาเปรียบเทียบศึกษาให้รู้เขารู้เราว่า มีการส่งเสริมพัฒนาสหกรณ์อย่างไร ส่วนการดำเนินงานสหกรณ์ของไทย รัฐบาลนำแนวทางประชารัฐมาดำเนินการ โดยประสานกับหอการค้าจังหวัดทุกจังหวัดให้มาทำงานร่วมกับสหกรณ์ โดยนำเอาความรู้ เช่น การตลาด การผลิต มาหนุนเสริม โดยตั้งเป้า 1 สหกรณ์ 1 หอการค้า นำร่อง ในแต่ละจังหวัดเพื่อที่จะนำไปสู่การปฏิรูปภาคการเกษตรในระยะยาวต่อไป

ที่มาหนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับวันที่29/7/2559

เวปที่มา http://www.naewna.com/local/227831


แจงสี่เบี้ย : สหกรณ์การเกษตรและผู้เลี้ยงและค้าสัตว์ฯอ่างทอง ต้นแบบเครือข่ายศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ (อ่าน 5 ครั้ง)
วันที่: 29 ก.ค. 2559, 7:46:30 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

สหกรณ์การเกษตรผู้เลี้ยงและค้าสัตว์อ่างทอง จำกัด ก่อตั้งภายใต้วัตถุประสงค์ต้องการส่งเสริมการเลี้ยงสุกรพันธุ์ต่างๆ มีการอบรมการเลี้ยงสุกร ทำการออกอาชญาบัตรในการฆ่าสุกรชำแหละให้กับพ่อค้าสุกรชำแหละทุกอำเภอใน จ.อ่างทอง ตามนโยบายของรัฐบาลให้อาชญาบัตรต้องผ่านสหกรณ์ทั้งนี้ การเลี้ยงสุกรจะมีวัฏจักรทำให้ราคาขึ้น-ลงพอดี แต่ด้วยจำนวนสมาชิกที่เลี้ยงสุกรมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้ราคาตก และต่อมามีการเลี้ยงเป็นฟาร์มใหญ่ ผู้ค้าชำแหละจึงรับซื้อสุกรที่ฟาร์มมาส่ง ทำให้ผู้เลี้ยงรายย่อยเลิกเลี้ยงสุกรไปในที่สุด ประกอบกับรัฐบาลประกาศการค้าสุกรเป็นการค้าโดยเสรี อาชญาบัตรไม่ต้องผ่านสหกรณ์ทำให้พ่อค้าสุกรชำแหละออกอาชญาบัตรเองได้ สมาชิกผู้เลี้ยงสุกรจึงไม่รู้จะไปขายสุกรให้กับใคร จึงขาดทุนและเลิกเลี้ยงสุกรหันมาทำการเกษตร โดยเฉพาะปลูกข้าวเป็นหลักส่งผลให้เกิดการปรับบทบาทของ สหกรณ์การเกษตรผู้เลี้ยงและค้าสัตว์อ่างทอง จำกัด ไปสู่การเป็นเครือข่ายกระจายสินค้าสหกรณ์ ซึ่งมีความโดดเด่นเนื่องจากเป็นรูปแบบของศูนย์กระจายสินค้าอย่างแท้จริง โดยมีศูนย์กระจาย 2 จุด คือ จุดที่ 1 ต.เอกราช อ.ป่าโมก จุดที่ 2 ต.หลักแก้ว อ.วิเศษชัยชาญ นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นอีกประการ คือ สหกรณ์มีการเชื่อมโยงเครือข่ายสหกรณ์ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด เนื่องจากสินค้าของสหกรณ์มีราคาที่ต่ำกว่าที่อื่นด้านการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ หากดูจากความเป็นอยู่ของสมาชิกที่ค่อนข้างมีคุณภาพที่ดี เป็นผลมาจากธุรกิจที่โดดเด่นของสหกรณ์ คือ 3 ธุรกิจหลักได้แก่ ธุรกิจรับฝากเงิน ธุรกิจสินเชื่อ และธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย โดยธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย ซึ่งถือเป็นจำนวน 84% ของธุรกิจทั้งหมด อีกทั้งสหกรณ์ยังมีกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้าต่างๆ อยู่เสมอ เช่น โครงการส่งเสริมและสนับสนุนการประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของขบวนการสหกรณ์ กิจกรรมการจำหน่ายสินค้าสหกรณ์ สหกรณ์มั่งคง สมาชิกมั่นคั่ง ประเทศยั่งยืนและกิจกรรมอื่นๆ ที่ส่งผลให้การกระจายสินค้าสหกรณ์ในพื้นที่ดำเนินไปได้ด้วยดีเสมอมา

ที่มาหนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับวันที่29/7/2559

เวปที่มา http://www.naewna.com/local/227832


รายงานพิเศษ : กรมวิชาการเกษตรเดินหน้าวิจัย ‘มังคุดนอกฤดู’ที่นครศรีธรรมราช (อ่าน 7 ครั้ง)
วันที่: 29 ก.ค. 2559, 7:43:22 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

ภาคใต้จัดเป็นแหล่งปลูกมังคุดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและสามารถผลิตมังคุดที่มีคุณภาพดี มีรสชาติเยี่ยมเมื่อเทียบกับมังคุดในภูมิภาคอื่นของประเทศ เนื่องจากมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม จากความมีเอกลักษณ์ในรูปร่างของผลที่สวย และมีรสชาติที่หวานอมเปรี้ยว ถูกปากทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศจนได้รับฉายาว่าราชินีแห่งผลไม้ “Queen of Fruits”นายวิรัติ ธรรมบำรุง ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 7 กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ในปัจจุบันมังคุดจัดเป็นผลไม้ที่มีศักยภาพสูงในการส่งออก ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกเป็นอันดับ 1 ของโลก จากสถิติข้อมูลการส่งออกของประเทศไทยเมื่อปี 2553 สามารถส่งออกผลผลิตมังคุดได้ จำนวน 120,000 ตัน โดยส่งออกไปจำหน่ายทั้งในรูปผลสดและผลแช่แข็ง ซึ่งส่งออกในรูปของผลสด จำนวน 80,000 ตัน และส่งออกในรูปของผลแช่แข็ง จำนวน 40,000 ตัน คิดเป็นมูลค่าปีละมากกว่า 1,500 ล้านบาท และมีการส่งออกเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าในอนาคตมีแนวโน้มว่ามังคุดจะมีความสำคัญมากขึ้นไปอีก เนื่องจากประเทศไทยได้ขยายตลาดการส่งออกมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศจีนซึ่งมีประชากรจำนวนมากและให้ความสนใจกับไม้ผลชนิดนี้กรมวิชาการเกษตรโดยสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 7 ได้ให้ความสำคัญและทำการศึกษาวิจัยพัฒนาการผลิตมังคุดนอกฤดู เพื่อเพิ่มผลผลิตและพัฒนาคุณภาพให้สูงขึ้น รวมทั้งศึกษาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศต่อการผลิตมังคุดในภาคใต้ เนื่องด้วยสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตไม้ผลเศรษฐกิจชนิดนี้ จึงต้องหาแนวทางรองรับเพื่อลดความเสี่ยงให้กับเกษตรกรนางอาพร คงอิสโร นักวิชาการเกษตรชำนาญการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครศรีธรรมราช กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดนครศรีธรรมราช มีพื้นที่ปลูกมังคุดมากที่สุดในภาคใต้ มีพื้นที่ 90,835 ไร่ เป็นพื้นที่ให้ผลผลิตแล้ว 79,359 ไร่ โดยในปี 2558 มีผลผลิตรวม 31,124 ตัน โดยฤดูปกติมังคุดจะออกดอกในเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม และเก็บเกี่ยวในเดือนกรกฎาคม-กันยายน การออกดอกของมังคุดได้มังคุดจะต้องผ่านช่วงแล้งก่อนประมาณ 25-30 วัน จึงจะทำให้มังคุดออกดอกได้ ซึ่งสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีข้อได้เปรียบทางธรรมชาติที่สามารถทำให้มังคุดออกนอกฤดู คือ พื้นที่ฝั่งตะวันออกของเทือกเขานครศรีธรรมราชจะเป็นเขตเงาฝน โดยในช่วงลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม ทำให้มีฝนตกน้อย ต่างจากทางฝั่งตะวันตกของเทือกเขา ส่งผลให้สวนมังคุดในบริเวณพื้นที่อำเภอลานสกา อำเภอชะอวด อำเภอพรหมคีรี อำเภอเมือง อำเภอท่าศาลาและอำเภอสิชล เกิดความแห้งแล้งในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคมอีกครั้ง มังคุดจึงออกดอกเป็นครั้งที่ 2 ในเดือนสิงหาคม และเก็บเกี่ยวปลายเดือนธันวาคม-มีนาคมจากการศึกษาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต่อการผลิตมังคุดในจังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ อุณหภูมิ ปริมาณน้ำฝน ความชื้น ล้วนมีผลต่อการออกดอกติดผลของมังคุดทั้งสิ้น จากการเก็บข้อมูลเปรียบเทียบปริมาณน้ำฝน 20 ปีย้อนหลัง พบว่าปัจจุบันฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล และมีปริมาณลดลง ประกอบกับอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น เพียง 1-2 องศา ก็สามารถส่งผลกระทบต่อการออกดอกผิดฤดูกาล อย่างปกติมังคุดจะออกดอกปีละ 1 ครั้ง อาจจะเพิ่มเป็น 2-3 ครั้ง หรือหากช่วงใกล้ออกดอกเจอฝนตกก็จะทำให้ไม่ออกดอก ฤดูกาลนั้นก็จะมีผลผลิตลดลงหรือไม่มีผลผลิตเลย นอกจากนี้ สภาพภูมิอากาศยังมีผลต่อโรคและแมลงเพิ่มขึ้นด้วย อย่างกรณีอากาศร้อนจัดจะพบเพลี้ยไฟเข้าทำลายผลผลิต ทำให้มังคุดผิวลายไม่มีคุณภาพ ส่งผลกระทบต่อราคาฉะนั้น ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครศรีธรรมราช จึงได้มีการขยายผลงานวิจัยสู่การปฏิบัติ โดยแนะนำส่งเสริมให้เกษตรกรมีการจัดการแปลงโดยใช้เทคโนโลยีควบคู่กับธรรมชาติ ในกรณีที่ต้องการให้มีผลผลิตออกนอกฤดู ต้องมีการจัดการแปลง โดยเฉพาะช่วงใกล้ออกดอกที่ไม้ผลต้องการอากาศแห้งเพื่อให้มังคุดมีการสะสมอาหารมากขึ้น แต่ถ้าช่วงนั้นมีฝนตกมากเกษตรกรควรทำร่องน้ำในแปลงเพื่อระบายน้ำออก ร่วมกันกวาดใบมังคุดใต้โคนออกเพื่อให้โคนแห้งไม่มีน้ำขัง เพื่อให้ต้นได้สะสมคาร์โบไฮเดรตกระตุ้นการออกดอกติดผล นอกจากนี้ หากพบปัญหาเพลี้ยไฟ ต้องพ่นสารเคมีป้องกันกำจัดสัปดาห์ละครั้ง ควบคู่กับการให้น้ำและปุ๋ยตามคำแนะนำ พร้อมกันนี้ต้องเก็บเกี่ยวอย่างถูกวิธี โดยเฉพาะไม่ให้ผลร่วงหล่นลงพื้น เพราะจะทำให้มังคุดเป็นเนื้อแก้วยางไหล ที่สำคัญเกษตรกรควรคัดแยกเกรดส่งจำหน่ายเพื่อให้ได้ราคาที่ดีขึ้นตามคุณภาพของผลผลิตปัจจุบันเกษตรกรให้การยอมรับในคำแนะนำหรือเทคโนโลยีการผลิตมังคุดนอกฤดู ตลอดจนมีการปฏิบัติตามขั้นตอนการผลิตมังคุดที่ดีและเหมาะสมของกรมวิชาการเกษตร โดยมีการสมัครเข้ารับการรับรองแปลง GAP มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะเห็นถึงความแตกต่างขายได้ราคาสูงกว่าผลผลิตในฤดู จากผลผลิตที่มีคุณภาพดี ผลใหญ่มากประมาณ 6-8 ผลต่อกิโลกรัม ผิวมันสวยเป็นสีชมพู เป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ ดังนั้น จึงมีพ่อค้าคนกลางและบริษัทผู้ส่งออกมารับซื้อและให้ราคาสูงถึงจุดรับซื้อในหมู่บ้าน ราคารับซื้อจะสูงถึงกิโลกรัมละ 200-300 บาท สูงกว่าราคาผลผลิตในฤดูกาลประมาณ 4 ถึง 5 เท่า และยังเป็นสินค้าที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการอีกด้วยดังนั้น จึงถือว่าเป็นโอกาสดีของเกษตรกรชาวสวนมังคุดจังหวัดนครศรีธรรมราช ในการสร้างรายได้และอาชีพที่มั่นคง

ที่มาหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ฉบับวันที่29/7/2559

เวปที่มาhttp://www.naewna.com/local/227835


จัดงานเฉลิมพระเกียรติ "ฉลองราชย์ ๗๐ ปี เคียงคู่ทรงงาน ๘๔ พรรษา ราชินีศรีแผ่นดิน".. (อ่าน 9 ครั้ง)
วันที่: 28 ก.ค. 2559, 8:05:24 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

 เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี 9 มิถุนายน 2559 และในโอกาสอันเป็นมงคลที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนม พรรษา 84 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม 2559 สำนักงาน กปร. ในฐานะหน่วยงานกลางในการประสานการดำเนินงานเพื่อสนองพระราชดำริ  ให้บังเกิดผลสำเร็จสูงสุด ได้ร่วมกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทั้ง 6 แห่งทั่วประเทศ จัดโครงการเฉลิมพระเกียรติ ฉลองราชย์ ๗๐ ปี เคียงคู่ทรงงาน ๘๔ พรรษา ราชินีศรีแผ่นดินขึ้น   เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจ แนวพระราชดำริและผลสำเร็จจากการพัฒนาในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ได้เอื้ออำนวยประโยชน์แก่ประชาชนให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมทั้งให้เยาวชน ประชาชน สถาบันการศึกษา  และสาธารณชน ได้มีโอกาสรับทราบและน้อมนำองค์ความรู้ไปเผยแพร่ขยายผลให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนสืบต่อไปโดยจะมีการจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ ในพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ทั้ง 6 แห่งทั่วประเทศ พร้อมการประกวดจัดแสดงนิทรรศการ เฉลิมพระเกียรติในหัวข้อ แผ่นดินของเราของสถาบันการศึกษาระดับมัธยมศึกษา เพื่อนำมาแสดงภายในงาน ชิงรางวัลถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทุนการศึกษาจากแต่ละศูนย์ฯ    จะมีการจัดกิจกรรมปลูกป่าในใจคน อันเป็นการสร้างป่าเพิ่มน้ำ จากพระราชดำรัสความว่า  พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า  ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำในพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทั้ง 6 แห่ง มีพันธุ์ไม้จำนวน 9 ชนิด ได้แก่ ยางนา นนทรีย์ พะยูง จัน กันเกรา หว้า  ทองกวาว กาสะลอง  และสารภี  ซึ่งเป็นไม้ประจำจังหวัด ไม้มีค่าและไม้หายาก เพื่อแสดงให้เห็นถึงกระบวนการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงด้วยตนเองตามหลักการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้สนใจสามารถสมัครเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมปลูกป่าในใจคนได้ในพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริทุกแห่ง  นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสร้างงาน สร้างอาชีพจากงานของในหลวง โดยศูนย์ฯ จะคัดเลือกหลักสูตรที่พิสูจน์แล้วว่า หากเกษตรกรได้รับองค์ความรู้ที่ถูกต้องและมีความขยันอดทนจะนำไปสู่ผลสำเร็จต่อไป อาทิ การปลูกมะนาวนอกฤดูในวงบ่อซีเมนต์ การเพาะเห็ดเศรษฐกิจ การซ่อมบำรุงรักษาเครื่องยนต์เล็ก การทำไม้กวาดทางมะพร้าวและเก้าอี้จากไม้รัง การปลูกผัก การเลี้ยงชันโรง การเลี้ยงปลาแบบผสมผสาน  การเลี้ยงกบนาโดยวิธีธรรมชาติ การปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษเพิ่มรายได้ โดยจะเปิดรับสมัครผู้สนใจเข้ารับการอบรมภายในงาน โดยครั้งที่ 1 จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 1517 สิงหาคม 2559 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ จังหวัดฉะเชิงเทรา ครั้งที่ 2 จัดขึ้นระหว่างวันที่  2224  สิงหาคม  2559 ณ  ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ จ.เพชรบุรี  ครั้งที่ 3 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2531 สิงหาคม 2559 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ จังหวัดนราธิวาส ครั้งที่ 4 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2426 พฤศจิกายน 2559 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ จังหวัดจันทบุรี ครั้งที่ 5 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน1 ธันวาคม 2559  ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ จังหวัดสกลนคร ครั้งที่ 6 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1117 ธันวาคม 2559 ณ  ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ จังหวัดเชียงใหม่ทั้งนี้เพื่อเป็นการขยายผลให้องค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้รับการบูรณาการ เผยแพร่ไปสู่ประชาชน และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงองค์ความรู้ที่สำเร็จรูปในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของประชาชนโดยทั่วไป  ที่จะสามารถนำไปประยุกต์ปฏิบัติใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและสังคมโดยส่วนรวมตลอดไป.

ที่มาหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ฉบับวันที่28/7/2559

เวปที่มา http://www.dailynews.co.th/agriculture/511840

 


เรื่องน่ารู้ : ลูกโพธิ์... (อ่าน 7 ครั้ง)
วันที่: 28 ก.ค. 2559, 8:01:22 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

ต้นโพธิ์ มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ผลัดใบ  โคนต้นเป็นพูพอนขนาดใหญ่ ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด กิ่งชำ หรือกระโดงจากราก  เจริญเติบโตได้ในดินทุกชนิด ต้องการน้ำปานกลาง พบขึ้นทั่วไปทั้งในทวีปเอเชีย ปากีสถาน จีนตอนใต้ และภูมิภาคอินโดจีน ในไทยพบในธรรมชาติน้อยผลโพธิ์เป็นผลรวม รูปทรงกลมขนาดเล็ก ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีชมพูม่วง สีแดงคล้ำ หรือม่วงดำและร่วงหล่นลงมา  ในทางสมุนไพรไทยผลมีสรรพคุณเป็นยาแก้โรคหัวใจ  ช่วยขับพิษ  เมล็ดใช้เป็นยาลดไข้ เป็นต้น

ที่มาหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ฉบับวันที่28/7/2559

เวปที่มา http://www.dailynews.co.th/agriculture/511838


เร่งพัฒนาอาชีพสมาชิกนิคมสหกรณ์ (อ่าน 7 ครั้ง)
วันที่: 28 ก.ค. 2559, 7:57:46 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการใช้ประโยชน์ในที่ดินนิคมสหกรณ์ และการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนใน จ.นครศรีธรรมราช ตามนโยบายคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ที่นิคมสหกรณ์ปากพญาต.ปากนคร อ.เมือง เพื่อพูดคุยกับผู้บริหารระดับจังหวัด ได้แก่ สหกรณ์จังหวัดผู้อำนวยการนิคมสหกรณ์ ในการทบทวน และอัพเดทข้อมูลต่างๆ ในนิคมสหกรณ์ ทั้งเรื่องผู้ถือครองที่ดิน สภาพพื้นที่ เป็นฐานข้อมูลที่สำคัญ เพื่อนำมาใช้ควบคู่กับเครื่องมือต่างๆ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เช่น แผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map) การบริหารจัดการการผลิตสินค้าเกษตรตามแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม (Zoning) รวมทั้งการบูรณาการร่วมกันกับส่วนราชการต่างๆ มาใช้ในการส่งเสริมให้เกษตรกรสมาชิกในพื้นที่นิคมสหกรณ์นอกจากนี้ ยังได้หารือกับผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับขอบเขตพื้นที่ การถือครอง และได้สั่งการให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าไปดำเนินการให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งคิดว่านิคมสหกรณ์ จะเป็นเครื่องมือในการช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรได้ในอนาคต โดยเฉพาะในเรื่องการประกอบอาชีพ ที่จะเร่งดำเนินการสำรวจว่า การประกอบอาชีพของเกษตรกรในเขตนิคมสหกรณ์ สามารถสร้างความเข้มแข็งได้จริง และมีความยั่งยืนหรือไม่ โดยนำนโยบาย Agri-Map มาใช้ เพื่อส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสมกับพื้นที่ ให้เกษตรกรมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

ทีมาหนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับวันที่28/7/2559

เวปที่มา http://www.naewna.com/local/227680


เกษตรแปลงใหญ่คืบ ชาวบ้านพอใจกว่า84% กษ.เดินหน้าขยายผล สู่ผู้จัดการแปลงใน3ปี (อ่าน 7 ครั้ง)
วันที่: 28 ก.ค. 2559, 7:54:34 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

นายสุรพงษ์ เจียสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากการติดตามผลการดำเนินงานโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระยะ 9 เดือนที่ผ่านมา พบว่า ได้ดำเนินการในพื้นที่เป้าหมาย 76 จังหวัด พื้นที่ 1.34 ล้านไร่เกษตรกรเข้าร่วม 85,000 ราย ซึ่งในขณะนี้มีการบูรณาการร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชนเป็นแปลงใหญ่ประชารัฐ 512 แปลง จำนวน 31 ชนิดสินค้าด้าน นางสาวจริยา สุทธิไชยา รองเลขาธิการ สศก. กล่าวเสริมว่า จากการสัมภาษณ์เกษตรกรจำนวน 729 รายในพื้นที่ 15 จังหวัด พบว่า เกษตรกรกว่า90% มีการรวมกลุ่มและได้รับการถ่ายทอดความรู้ด้านการพัฒนาการเกษตรและเห็นว่าหลังจากการนำความรู้ดังกล่าวไปปฏิบัติตามแล้วต้นทุนการผลิตลดลงในขณะที่ผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น ทำให้มีรายได้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้นส่งผลให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ 84%มีความพึงพอใจต่อโครงการในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เพราะช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และได้รับการถ่ายทอดความรู้โครงการสำหรับการดำเนินงานระยะต่อไป กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีเป้าหมายจะดำเนินการในปี 2559 ให้ครบ 650 แปลง พร้อมสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ระยะเวลา 3 ปี ให้เกษตรกรนำไปพัฒนาในพื้นที่ตนเอง เช่น แหล่งน้ำ เงินลงทุนในการเกษตร และอีก 3 ปีข้างหน้า จะพัฒนาเกษตรกรให้สามารถเป็นผู้จัดการแปลงแทนเจ้าหน้าที่รัฐ ส่งผลให้เกษตรกรสามารถสร้างรายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน

ที่มาหนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับวันที่28/7/2559

เวปที่มา http://www.naewna.com/local/227681

 

 


เปิดศูนย์เรียนรู้ผลิตพืชทฤษฎีใหม่ สวพ.8ยึดแนวพระราชดำริ-สร้างต้นแบบภาคใต้ (อ่าน 7 ครั้ง)
วันที่: 28 ก.ค. 2559, 7:46:50 น.
หมวดหมู่: ข่าวเกษตร  หมวดหมู่ย่อย:  การเกษตร

นายอนันต์ อักษรศรี ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 (สวพ.8) สงขลา เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้การผลิตพืชตามแนวพระราชดำริทฤษฎีใหม่ 17 แห่งทั่วประเทศ โดยในภาคใต้ตอนล่างมีอยู่ 2 แห่ง ที่จ.พัทลุง และจ.ปัตตานี ซึ่งจะเป็นแปลงต้นแบบการผลิตพืชในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างที่ เกษตรกรมักปลูกพืชผสมผสานกับการเลี้ยงสัตว์ และการทำการประมง เป็นต้น ศูนย์แห่งนี้จะถ่ายทอดเทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามศักยภาพของของพื้นที่นั้นๆ อย่างเป็นรูปธรรมและเกิดประสิทธิผลนายธนวัฒน์ เสนเผือก ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพัทลุง กล่าวเสริมว่า ศูนย์เรียนรู้ฯ พัทลุง มีพื้นที่ดำเนินการ 35 ไร่ เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งบริการข้อมูลทางวิชาการด้านพืช โดยการนำเอาเทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร ทั้งด้านพันธุ์พืช เทคโนโลยีการผลิตพืชผสมผสานการผลิตไม้ผล และพืชสมุนไพร เครื่องจักรกลการเกษตรจัดดำเนินการในรูปแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ มีการปลูกข้าวเฉี้ยงพัทลุง พื้นที่ 10 ไร่ พืชไร่และพืชสวน พื้นที่ 16 ไร่ โดยปลูกพืชแบบผสมผสานตามแนวคิด 9 พืชผสมผสาน ปลูกพืชผักหมุนเวียน แหล่งน้ำพื้นที่ 9 ไร่ มีการปลูกบัวฉัตร บัวสาย กระจูดและกระจับ พื้นที่บนคันบ่อปลูกตะไคร้ กล้วย พืชผักผสมผสาน ในแหล่งน้ำเลี้ยงปลาดุก และปลาตะเพียน ซึ่งเหมาะสำหรับการทำเกษตรกรรมในพื้นที่นาเป็นพืชหลักด้าน นายฉัตรชัย กิตติไพศาลผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรปัตตานี กล่าวว่า ศูนย์เรียนรู้การผลิตพืชตามแนวพระราชดำริ ทฤษฎีใหม่ปัตตานี เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งบริการข้อมูลทางวิชาการด้านพืช โดยการนำเอาเทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร ทั้งด้านพันธุ์พืช เทคโนโลยีการผลิตพืชผสมผสาน การผลิตไม้ผล และพืชสมุนไพร เครื่องจักรกลการเกษตรจัดดำเนินการในรูปแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งเหมาะสมกับเขตภาคใต้ตอนล่าง ศูนย์เรียนรู้ฯ ปัตตานี พื้นที่ดำเนินการ13 ไร่ มีการปลูกข้าวเหนียวแดง พื้นที่ 2 ไร่ พืชไร่และพืชสวน พื้นที่ 9 ไร่ ได้แก่ อ้อย ข้าวโพดหวาน ถั่วหรั่ง มันขี้หนู มะนาวในวงบ่อซีเมนต์ มะพร้าว กล้วย และพืชผัก แหล่งน้ำพื้นที่ 1 ไร่ มีการปลูกผักบุ้ง และผักกระเฉด พื้นที่บนคันบ่อปลูกกล้วย มะพร้าวน้ำหอม พืชผักผสมผสานในแหล่งน้ำเลี้ยงปลาดุก และ ปลาสวาย มีที่พักอาศัยพื้นที่ 1 ไร่ รอบบริเวณบ้านพักปลูกพืชผักผสมผสานและมีโรงเรือนเพาะเห็ด จำนวน 1 โรง

ที่มาหนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับวันที่28/7/2559

เวปที่มา http://www.naewna.com/local/227682

 

 


12345678910...>>
 

logoVDO.gif

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ



ฐานข้อมูลชีวิตและผลงาน ท่านพุทธทาสภิกขุ โหลดเพลง นิยาย คลิปวีดีโอ การ์ตูน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมพัฒนาที่ดิน ตลาดไทย สี่มุมเมือง ฟาร์มเกษตร ดอทคอม ปุ๋ย ปุ๋ยเม็ด ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ  ร้านเกษตรวิรุฬ