ประมง-สัตว์น้ำ, กุ้ง

เสริมอาหารต้านไวรัสกุ้งด้วยสารจากสาหร่ายเซลล์เดียว

NULL

                การเพาะเลี้ยงกุ้งในบ้านเรา กำลังมุ่งไปสู่ระบบที่สามารถควบคุมได้ นักวิชาการทั้งภาครัฐและเอกชนจึงได้ให้ความสนใจกับงานวิจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกุ้ง ซึ่งในปัจจุบันมีค่อนข้างมาก และมีทุกระดับ ขั้นตอน ตั้งแต่เพาะเลี้ยง อนุบาล การจัดการดูแล วิจัยโรค ฯลฯ… จนถึงวิทยาการหลังการเก็บ


                อย่างไรก็แล้วแต่ ในการเพาะเลี้ยงกุ้งมักจะประสบกับ 2 ปัญหาใหญ่ ๆ คือ การระบาดของไวรัส และการแตกขนาดของกุ้งในบ่อเพาะเลี้ยง

fiogf49gjkf0d

                การระบาดของไวรัสจะมุ่งเน้นถึงการรักษาและป้องกันไม่ให้ลูกกุ้งติดไวรัส ตั้งแต่เริ่มต้นในวัยอ่อน โดยการผลิตลูกกุ้งปลอดเชื้อแต่ก็เป็นเรื่องปลายเหตุ เพราะหากนำลูกกุ้งไปเลี้ยงในบ่อที่มีไวรัสหรืออาจมีไวรัสแพร่ระบาดมาจากน้ำ อากาศ อาหาร หรือถูกนำพามาด้วยสิ่งอื่น ๆ ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ… ส่วนการแตกขนาดยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างชัดเจน…


                ดร. วิเชียร ยงมานิตชัย อาจารย์ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ทำการศึกษาวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาทั้งสองประการ โดยการทดลองนำจุลินทรีย์น้ำเค็ม จากสาหร่ายเซลล์เดียว Schizochytrium แยกมาได้จากป่าชายเลนของประเทศไทยเรานี้เอง


                จากนั้นนำมาส่องกล้องหาจุลินทรีย์น้ำเค็ม ก่อนจะนำเข้าเครื่องเพื่อสกัด กระทั่งพบกับ DHA (docosahexaenoic acid)… ซึ่งเป็นหนึ่งในกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายพันธะ… ในกลุ่ม โอเมก้า 3 และมีอยู่ในสาหร่ายเซลล์เดียว Schizochytrium ชนิดนี้ด้วย


                สำหรับคุณสมบัติของ DHA นั้นเป็น… สารตั้งต้นของการสังเคราะห์สารคล้ายฮอร์โมนที่ชื่อว่า prostaglandins และ leucotriens ที่มีสรรพคุณในการต่อต้านเชื้อโรคบางชนิด พร้อมทั้งฃ่วยในการเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับกุ้ง… โดยมีอัตราการเจริญที่รวดเร็วและได้ปริมาณเซลล์สูง มีปริมาณไขมันสะสมในเซลล์มากขึ้น และมีสัดส่วนของ DHA มากกว่า 30% ของกรดไขมันทั้งหมด


                …จึงทำให้สามารถนำ DHA นี้มาผสมกับอาหารใช้กับการเลี้ยงลูกกุ้ง ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างสมบูรณ์ในระยะแรก เมื่อกุ้งแข็งแรงขึ้น มีความต้านทานต่อเชื้อไวรัส และสามารถเจริญเติบโตได้ตามปกติ แม้จะนำไปเลี้ยงในบ่อดินพร้อมทั้งสร้างขนาดลำตัวกุ้งให้ใหญ่ขึ้นได้…


                ดร. วิเชียร เผยอีกว่า ในต่างประเทศที่ค้นพบแหล่งของ DHA ได้มาจากการผลิตทางการค้า เช่น น้ำมันปลา (marine fish oil) แต่ในช่วงระยะหลังก็เกิดปัญหาทางด้านผลผลิตที่ขาดแคลน เพราะตลาดมีความต้องการเพิ่มสูงขึ้น


                เนื่องจากอุสาหกรรมการเพาะเลี้ยงกุ้งได้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 ทั่วโลกมี โรงเพาะฟักลูกกุ้งเกิดขึ้นถึง 11,500 แห่ง และผลิตลูกกุ้งได้ประมาณ 220,000 ล้านตัวต่อปี…


                รวมทั้งยังมีการนำกรดไขมันไม่อิ่มตัว DHA ในกลุ่มโอเมก้า 3 ไปใช้กันอย่างกว้างขวาง ทั้งเติมลงในอาหารหลายชนิด เช่น ขนมปัง ขนมอบกรอบ มายองเนส เนยแข็ง โยเกิร์ต ธัญพืชอบกรอบ ผลิตภัณฑ์นมปรุงแต่ง ฯลฯ


                การวิจัยทางด้านอาหารและโภชนาการในครั้งนี้ จะกลายเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จของการเพาะเลี้ยงลูกกุ้งและพ่อ-แม่พันธุ์กุ้งที่ดีได้ รวมทั้งทำให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยง ไม่ต้องเสียเงินมากมาย ไปซื้อหายารักษาโรคกุ้งหรือวัตถุดิบมาจากต่างประเทศ


                นอกจากการใช้ทดลองเลี้ยงลูกกุ้งแล้วยังนำไปทดลองใช้ประโยชน์ในการเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดอื่น…หรือตัวอ่อนของปลาทะเลบางชนิด และใช้ในการเพิ่มคุณภาพผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ เช่น สัตว์ปีก โคและสุกรได้อีกด้วย


                ผู้สนใจงานวิจัยชิ้นนี้ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติมที่ ดร. วิเชียร ยงมานิตชัย 0-2562-5444 ต่อ 4024 ในเวลาราชการ


ที่มา : ไชยรัตน์ ส้มฉุน. ไทยรัฐ. ปีที่ 58 ฉบับที่ 18,192 วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2550 หน้า 7.

Leave a Reply

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *