ข่าวเกษตร, จุลินทรีย์, หินแร่ภูเขาไฟ, ดิน ปุ๋ย น้ำ อากาศและแสงแดด, น้ำ, อรรถประโยชน์หินแร่ภูเขาไฟ, ประมง-สัตว์น้ำ, สัตว์น้ำชนิดอื่นๆ, กุ้ง, ปลา

เลี้ยงกุ้งเลี้ยงปลาต้นทุนต่ำ ปลอดภัยไร้สารตกค้าง

ถือเป็นเรื่องดีสำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำที่หันมาใส่ใจการเลี้ยงแบบปลอดสารพิษอย่างถูกวิธี เพื่อให้ได้กุ้งได้ปลาที่สะอาด ปลอดภัย ไม่มีสารพิษตกค้าง สร้างจุดด่างพร้อยต่อวงการสัตว์น้ำไทย เริ่มแรกผู้เลี้ยงต้องมีสติ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ปัญหาเดิมๆที่พบปัจจุบันนี้คือ กุ้งเป็นโรค ลอยหัว น้ำหนืด น้ำเขียวเข้มเกินไปเนื่องจากไนโตรเจนสูง น้ำเน่าเสียจากแอมโมเนีย ไนไตรท์ ไนเตรท ไฮโดรเย่นซัลไฟด์ มีเธน รวมถึงของเสียที่ตกค้างในบ่อ ทั้งนี้อาจจะเกิดมาจากการเตรียมบ่อที่ไม่ความประณีต ทำให้มีขี้เลน ขี้กุ้ง ขี้ปลา เศษอาหารบนพื้นบ่อแล้วเกิดการหมักหมมตลอดฤดูการเลี้ยง ส่วนใหญ่อ้างไม่มีเวลาดูแลจัดการนั่นเอง ปล่อยให้มีการสะสมบนพื้นบ่อตั้งแต่เริ่มเลี้ยงจนจับขาย ไม่เคยดูดล้างขี้เลนออกให้สะอาด ทำให้เศษอาหาร ขี้เลน หลงเหลือจำนวนมาก บ้างก็ตากบ่อทิ้งไว้ให้แสงแดดฆ่าเชื้อให้ ซึ่งวิธีนี้จะฆ่าเชื้อโรคได้เฉพาะผิวหน้าดินเท่านั้น แต่ดินเลนชั้นล่างยังเหมือนเดิม เมื่อปล่อยน้ำเข้าเศษอาหารที่ตกค้างอยู่ ก็กลับมาเน่าเสีย ทำให้ปัญหาเดิมๆ วนไปเวียนมาไม่รู้จักจบสิ้น

 

  

 

การเลี้ยงกุ้งหรือปลาให้ได้ผลผลิตสูง ต้นทุนต่ำ ปลอดภัยจากสารพิษตกค้างนั้น จำเป็นต้องให้ความสำคัญตั้งแต่การเตรียมบ่อที่ดีว่าควรทำอย่างไร หลังจากจับกุ้งหรือปลาเรียบร้อยแล้วให้ทำการดูดขี้เลนออกจากบ่อให้สะอาดมากเท่าที่ทำได้ ตากบ่อทิ้งไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อฆ่าเชื้อโรคบางส่วน ตรวจวัดสภาพความเป็นกรด-ด่างของดินก่อนปรับปรุงให้เหมาะสม ถ้าเป็นกรด (ดินเปรี้ยว)ให้ปรับปรุงโดยการเติมปูนโดโลไมท์ หรือหินฟอสเฟตลงไป เพื่อให้พื้นบ่อมีสภาพที่ดีเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำ แต่ถ้าพื้นบ่อเป็นด่างให้ใช้ภูไมท์ซัลเฟตถุงสีแดงเนื่องจากมีความเป็นกรดประมาณ 4.5-5 อีกทั้งมีธาตุอาหารที่แพลงก์ตอนอาหารกุ้ง-ปลา ต้องการ หว่านให้ทั่วทั้งพื้นบ่อ 40-60 กก.ต่อไร่

หากพื้นบ่อมีความเหมาะสมอยู่แล้ว ควรเลี่ยงการใช้ปูนโดโลไมท์ หรือหินฟอสเฟต เพราะอาจจะสร้างปัญหาในอนาคตให้กุ้งหรือปลาเกิดความเครียดจากค่าน้ำที่ไม่เหมาะสม ทำให้ต้องซื้อยา วิตามินมาบำรุงก็เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้แล้วการนำหินแร่ภูเขาไฟอย่างสเม็คโตไทต์ หรือไคลน็อพติโลไลท์ มาหว่านจับแอมโมเนีย ไนไตรท์ ไนเตรท หรือสารพิษที่ตกค้างจากอาหารบนพื้นบ่อ 1-2 กระสอบต่อไร่ ทุกๆ15 วัน ร่วมกับบาซิลลัส MT 1 กิโลกรัมต่อไร่ บวกสลับกับตีน้ำเพิ่มออกซิเจน เพื่อสร้างอาหารแพลงก์ตอนหน้าดิน ย่อยสลายเศษอาหาร ขี้เลนบนพื้นบ่อ ลดปัญหาน้ำเน่าเสีย อีกดทั้งช่วยลดอัตราการตายเนื่องจากขาดออกซิเจนก่อนปล่อยพันธุ์กุ้ง พันธุ์ปลา ควรวัดค่าพีเอชของน้ำอีกครั้งว่าเหมาะสมหรือไม่ ยกตัวอย่าง ถ้าเป็นกุ้งกุลาดำ ต้องปรับสภาพพีเอชของน้ำให้อยู่ประมาณ 7.5-8.5 แต่ถ้าเป็นกุ้งขาว กุ้งก้ามกราม ปลา ค่าของน้ำควรอยู่ประมาณ 7.0 จึงจะถือได้ว่าเหมาะสมที่สุด เมื่อได้ค่าที่เหมาะสมแล้วจึงค่อยทำการปล่อยพันธุ์กุ้ง พันธุ์ปลา ที่ต้องการเลี้ยงลงไป หากผู้เลี้ยงกุ้งเลี้ยงปลาท่านใดสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดได้ที่ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ (02-9861680-2) หรือนักวิชาการชมรมฯ (081-3983128) หรือ @thaigreenagro

 

      

 

เขียนและรายงานโดย : คุณเอกรินทร์ ช่วยชู (นักวิชาการชมรมฯ)

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com

เสนอแนะติชม email : thaigreenagro@gmail.com

Leave a Reply

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *