ประมง-สัตว์น้ำ, สัตว์น้ำชนิดอื่นๆ

อนุรักษ์ กบพื้นเมือง สนองพระดำริ มีกำไรแน่นอน


สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนิน ตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาตามพระราชดำริ จังหวัดแม่ฮ่องสอน… ทรงทราบจากราษฎร ในพื้นที่ว่า กบพื้นเมือง เช่น กบนา กบโป้ง กบหูดำ กบเขียวภูเขา ฯลฯ มีจำนวนประชากรลดน้อยลงและบางชนิดหมิ่นเหม่ต่อการสูญพันธุ์


 


จึง…รับสั่งให้กรมประมง โดย ดร.จรัลธาดา กรรณสูต ปลัดกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ (อธิบดีกรมประมงในขณะนั้น) ให้ ดำเนินการเพาะพันธุ์กบพื้นเมือง…

fiogf49gjkf0d

และได้รับการสนอง พระราชดำริทันที เพื่อนำกบนาปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ในแนวทางอนุรักษ์มิให้ สูญพันธุ์


 


นายเอกพจน์ เจริญศิริวงศ์ธนา นักวิชาการจาก สถานีประมงน้ำจืดแม่ฮ่องสอน ได้รวบรวมพ่อแม่พันธุ์กบมาจากธรรมชาติ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2544 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2545 ได้กบพื้นเมืองหรือกบนามา 96 ตัว เป็นตัวผู้ 47 ตัว และตัวเมียอีก 49 ตัว


 


ซึ่ง…กบนาตัวผู้มีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย ลำตัวมีสีน้ำตาลอมเขียวมะกอก ระหว่างตา มีสีดำพาด ขอบปากล่างมีจุดน้ำตาล ขามีลายพาดสีเข้ม คางและท้องมีสีเหลือง…


 


กบนา สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก (Amphibian) หายใจด้วยปอด ซึ่งอยู่ในครอบครัวเดียวกับ กบโป้ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Rana tigerina เป็นสัตว์เลือดเย็นกินเนื้อสัตว์เป็นอาหาร… พบได้ตามท้องนา ริมห้วย ลำธาร ที่มีก้อนหินระเกะระกะ เพื่อหลบศัตรู


 


จากนั้นได้ศึกษาวิธีเพาะขยายพันธุ์ โดยวิธี ฉีดฮอร์โมนกระตุ้นการวางไข่ เปรียบเทียบกับ การเพาะพันธุ์โดยเลียนแบบวิธีธรรมชาติ ซึ่งสรุปได้ว่าวิธีการฉีดฮอร์โมน สังเคราะห์กระตุ้นการวางไข่กับวิธีการเพาะ พันธุ์เลียนแบบธรรมชาติ ไม่มีความแตกต่างกัน…


 


และได้บันทึกข้อมูลในการเปรียบเทียบว่า….แม่กบที่ฉีดฮอร์โมนสังเคราะห์กระตุ้น ให้ไข่ได้ถึง 100% มีจำนวนไข่ประมาณ 766 ฟอง อัตราการผสม 88% จำนวนลูกอ๊อด ประมาณ 549% รอดชีวิตเป็นลูกกบประมาณ 478 ตัว…


 


ส่วน แม่กบที่เพาะ เลี้ยงเลียนแบบธรรมชาติ จำนวนวางไข่ 1,018 ฟอง อัตราการผสม 82.73% อัตราการฟักตัว 74% จำนวนลูกอ๊อด 628 ตัว และรอดตายเป็นลูกกบ 87% หรือประมาณ 551 ตัว ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไป ใช้ในการเพาะพันธุ์กบพื้นเมือ งชนิดอื่นๆ


 


และ เพื่อเป็นการลดปริมาณในการจับกบมาจากธรรมชาติ กรมประมง ได้สนับสนุนให้เกษตรกรที่ต้องการเลี้ยงกบเชิงพาณิชย์เป็นอาชีพด้วย…


 


นายพัลลภ กิตติปัญจพงษ์ อายุ 48 ปี เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกบพื้นเมืองบริเวณ หมู่ที่ 5 ต.อาสา อ.บ้านนา จ.นครนายก บอกว่า ส่วนตัวเป็นคนชอบกินกบมาตั้งแต่เด็กๆ ปัจจุบันพบว่ากบในธรรมชาติลดน้อยลง จึงไปปรึกษากับเจ้าหน้าที่ของกรมประมง กระทั่งได้รับการสนับสนุนลูกพันธุ์กบพื้นเมืองมาเลี้ยงไว้ในบ่ออนุบาล ทดลองเลี้ยงประมาณ 2 ปี ผลผลิตที่ได้ออกมาดี


 


จากนั้นจึงทดลองศึกษาระบบการเลี้ยงกับ บริษัท ซีพีเอฟ จำกัด (มหาชน) ได้ พัฒนาการเลี้ยงขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง โดยเริ่มจากการอนุบาลลูกกบในบ่อปูนขนาด 3×4 เมตร โดยให้อาหารสูตรสำเร็จรูปชนิดเม็ดลอยน้ำ ตราไฮเกรด และ ดีฟล็อคซ์ ซึ่งมีโปรตีนสูง 40% วันละ 4 ครั้ง


 


กระทั่งเมื่อกบอายุเกิน 1 เดือน จึงนำลงใส่กระชังขนาด 3×4 เมตร แขวนลอยอยู่ในบ่อน้ำ ใส่ลูกกบลงไปจำนวน 1,000 ตัวต่อกระชัง วางแผ่นไม้ลอยน้ำให้กบได้ขึ้นไปตากแดด และพักผ่อน ให้อาหารลดลงเหลือ วันละ 3 ครั้ง


 


ทั้งนี้ ผู้เลี้ยงต้องคอยหมั่นตรวจกระชังไม่ให้ สัตว์เลื้อยคลานจำพวก งู ตะกวด และ เหี้ย มากินลูกกบ อีกทั้งยังมีสัตว์ปีกจำพวกนกปากห่าง วิธีการป้องกันต้องใช้ตาข่ายขึงด้านบนด้วย ควรระวังช่วงเวลาที่ฝนตก อาจจะส่งผลให้ กบช็อกตายได้ เนื่องจากน้ำฝน มีความเป็นกรดหรือด่างมากกว่าน้ำในบ่อ


 


หากเลี้ยงให้กบมีชีวิตรอดถึงประมาณ 3 เดือนครึ่ง ก็จำหน่ายได้ในราคาตั้งแต่กิโลกรัมละ 40-70 บาท (เฉลี่ย 4-5 ตัวต่อกิโลกรัม) โดยส่งให้กับตลาดไทและอีกหลายแห่งรับซื้อ


 


นอกจากนี้…..นายพัลลภ ยังเป็นตัวแทนในการจัดสอนอบรมการเลี้ยงให้กับผู้อยากจะเลี้ยง โดยมีการ บริการลูกพันธุ์ ซึ่งช่วงเวลานี้อยู่ที่ตัวละ 1 บาท พร้อมกับอาหารอีก 1,000 บาท ครบตามสูตรของคาบเวลาตั้งแต่ เป็นลูกกบกระทั่งโตเต็ม ที่พร้อมขาย… หากมีอัตรารอดเพียง 60% เท่านี้ก็เห็นกำไรแน่นอน…


 


สนใจ…กริ๊งกร๊างมาได้ที่ 08-9202-1900 หรือ 08-4348-9724. ไชยรัตน์ ส้มฉุน


 


เพ็ญพิชญา เตียว


 


ที่มา:หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ 22 เม.ย. 51


http://www.thairath.co.th/news.php?section=agriculture&content=86961

Leave a Reply

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *