ประมง-สัตว์น้ำ, กุ้ง

ห้องเย็นลุ้นข่าวดีสหรัฐตรวจรง. ผ่านครึ่งทางไม่พบใช้แรงงานเด็ก

ผ่านครึ่งทาง 12 วันอันตราย สหรัฐฯส่งเจ้าหน้าที่ตรวจโรงงานแปรรูป-ล้งกุ้ง จับผิดไทยใช้แรงงานเด็ก ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ ลุ้นระทึกพ้นข้อกล่าวหา ดันราคากุ้งในประเทศขยับ ขณะที่เกษตรกรเดือดร้อนหนัก เตรียมระดมพลครั้งใหญ่กดดันรัฐเปิดโครงการรับจำนำ ด้าน”ยรรยง”ยัน รับจำนำแน่ อย่างต่ำ 1 หมื่นตัน

fiogf49gjkf0d

 


กรณีองค์กรภาคเอกชนของสหรัฐอเมริกากล่าวหาโรงงานแปรรูปกุ้ง(ห้องเย็น)แห่งหนึ่งของไทยมีการใช้แรงงานเด็ก และแรงงานต่างด้าวเยี่ยงทาส โดยอ้างเป็นตัวอย่างของการละเมิดสิทธิแรงงานในอุตสาหกรรมกุ้งของไทยอย่างเป็นระบบ ทำให้หลายฝ่ายวิตกว่าสหรัฐฯอาจใช้เป็นประเด็นในการห้ามนำเข้าสินค้ากุ้งจากไทย ล่าสุดทางสหรัฐฯได้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งการเข้ามาตรวจสอบครั้งนี้มีผลให้โรงงานชะลอรับซื้อกุ้ง เพื่อรอดูสถานการณ์ส่งผลต่อราคากุ้งในประเทศตกต่ำลง และกระทบกับเกษตรกรผู้เลี้ยงในวงกว้าง


 


 


แหล่งข่าวจากสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่าจากการที่สหรัฐฯได้ส่งเจ้าหน้าที่จากสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กรมศุลกากร และองค์กรพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ)ของสหรัฐฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐและเอกชนของไทยประกอบด้วย ตัวแทนจากกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน กรมการค้าต่างประเทศ กรมประมง และสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย ระหว่างวันที่ 2-13 มิถุนายนศกนี้ โดยมีเป้าหมายตรวจสอบห้องเย็น และล้ง(โรงงานรับจ้างแกะเปลือกกุ้ง)จำนวนประมาณ 20 โรงงานในพื้นที่ 11 จังหวัด เช่น สมุทรสาคร สมุทรปราการ ระยอง ชลบุรี เป็นต้น ความคืบหน้าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือผ่านครึ่งทางของการตรวจสอบยังไม่พบว่ามีโรงงานของไทยได้กระทำการตามข้อกล่าวหาของสหรัฐฯแต่อย่างใด


 


 


ขณะที่แหล่งข่าวจากคณะผู้ร่วมตรวจสอบฝ่ายไทยรายหนึ่งเปิดเผยว่า การตรวจสอบได้ดำเนินไปอย่างเข้มข้นโดยช่วงสัปดาห์ผ่านมาสามารถตรวจสอบได้แล้วประมาณ 10 โรง ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเขต อ.มหาชัยของ จ.สมุทรสาคร ทั้งนี้ในการตรวจสอบส่วนใหญ่จะตรวจสอบในเรื่องการผลิต ตรวจสอบเอกสารการจ่ายเงินแก่แรงงานว่าสอดคล้องกับกฎหมายแรงงานของไทยหรือไม่


 


 


ในการตรวจสอบของสหรัฐฯเขาจะไม่บอกล่วงหน้าว่าจะไปโรงงานไหนบ้าง โดยเขาจะมีลิสต์รายชื่อโรงงานของเขาเอง และรายชื่อโรงงานที่สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทยส่งข้อมูลให้ แต่เขาจะตัดสินใจเองว่าจะไปที่ไหน ซึ่งก่อนไปเขาเพียงแค่บอกว่าพรุ่งนี้เจอกันกี่โมง พอรุ่งเช้าให้เจอกันที่สถานทูตแล้วก็ออกเดินทางไปตรวจสอบทันทีโดยไม่แจ้งให้โรงงานรู้ตัวล่วงหน้า อย่างไรก็ดีในการตรวจสอบหลายโรงงานยังไม่พบสิ่งผิดปกติตามที่เขากล่าวหา”


 


 


นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า แม้จะยังไม่มีสิ่งผิดปกติในการตรวจสอบครั้งนี้แต่ก็ไม่ควรวางใจจนกว่าทางเจ้าหน้าที่สหรัฐฯจะได้สรุปผลให้ฝ่ายไทยรับทราบในช่วงบ่ายของวันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน 2551 หากมีข่าวดีโรงงานก็จะรับซื้อกุ้งตามปกติ ซึ่งจะทำให้ราคากุ้งขยับตัวดีขึ้น แต่หากไม่ผ่านก็จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมกุ้งไทยอย่างมาก


 


 


ด้านนายบรรจง นิสภวาณิชย์ นายกสมาคมกุ้งตะวันออกไทย กล่าวว่า สมาคมอาหารแช่เยือกไทยได้แจ้งมาทางสมาคมและผู้เลี้ยงกุ้งทั่วประเทศว่า จะชะลอรับซื้อกุ้งเข้าโรงงานระหว่างวันที่ 2-12 มิถุนายนเพื่อรอผลสรุปจากทางสหรัฐฯ เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ราคากุ้งตกต่ำลงอย่างมาก ทำให้ในวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา 11 สมาคมผู้เลี้ยงกุ้งได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีให้เปิดโครงการรับจำนำกุ้งเพื่อพยุงราคาไม่ให้ตกต่ำไปมากกว่านี้ ซึ่งล่าสุดนายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน(คน.)แจ้งว่า จะประชุมร่วมกับนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เพื่อพิจารณาในเรื่องนี้ เวลา 14.00 น.ของวันที่ 6 มิถุนายน 2551(ระหว่างรายงานข่าวยังไม่ทราบผล)


 


 


หากรัฐบาลเปิดรับจำนำกุ้ง และในวันที่ 13 มิถุนายน หากสหรัฐฯสรุปผลไทยผ่านการประเมิน จะเป็นสองแรงบวกที่ทำให้ราคากุ้งปรับตัวสูงขึ้นอย่างแน่นอน แต่หากรัฐบาลไม่เปิดรับจำนำเราจะมีการชุมนุมใหญ่เพื่อกดดันต่อไป”


 


 


ด้านนายยรรยง พวงราช เปิดเผยก่อนการประชุมว่า คาดกระทรวงพาณิชย์จะเปิดรับจำนำกุ้งอย่างแน่นอน โดยปริมาณน่าจะอยู่ที่ 10,000 ตัน ส่วนราคารับจำนำกุ้งแต่ละขนาดจะเป็นเท่าใดนั้นยังไม่สามารถตอบได้ แต่จะเป็นราคาที่สอดคล้องกับต้นทุนการผลิต และเกษตรกรสามารถอยู่ได้


 


 


ที่มา  :   หนังสือพิมพ์  ฐานเศรษฐกิจ  ฉบับวันที่  8-11  มิถุนายน  2551


http://www.thannews.th.com/detialnews.php?id=T0623291&issue=2329


 


 


 

Leave a Reply

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *