หินแร่ภูเขาไฟ

หินแร่ภูเขาไฟและประโยชน์ในการที่จะนำไปใช้ในการเกษตร ตอนที่ 1

หินแร่ภูเขาไฟ หรือ ชื่อในทางภาษาวิชาการเรียกกันว่า ซีโอไลท์ (Zeolite) คือกลุ่มของหินเดือด, หินที่ผ่านความร้อนเป็นล้าน ๆ องศา  หินลาวา  หินที่ผ่านความร้อนจนสุกและพองขยายตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มิใช่หินดิบที่ระเบิดออกมาจากภูเขาแล้วนำมาบดขายกัน ซึ่งหินดังกล่าวนี้ส่วนมากแล้วจะเป็นกลุ่มของหินปูนบดเสียมากกว่า แต่ก็มักจะกล่าวอ้างกันว่าเป็นซีโอไลท์ เช่น ซีโอไลท์เนื้อเบา (Diatomite)บ้าง ซีโอไลท์เนื้อหนัก (Kaolinite) บ้าง เพราะชื่อนี้ทำให้ซื้อง่ายขายคล่องนั่นเอง

fiogf49gjkf0d

ดังนั้นเกษตรกรควรต้องระวังให้ดี มิฉะนั้นก็จะได้หินดิบหรือซีโอไลท์ปลอม ทำให้นำไปใช้ประโยชน์ในการเกษตรไม่ได้ตามวัตถุประสงค์  เพราะกลุ่มของหินปูนบด และหินดิบเหล่านี้ไม่มีความสามารถในการจับหรือแลกเปลี่ยนประจุบวกได้ (C.E.C.) เพราะไม่มีความโปร่งพรุน ทำให้ไม่สามารถที่จะจับตรึงปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกให้เป็นปุ๋ยละลายช้าได้ (Slow release Fertilizer)  และยังมีซิลิก้า, ซิลิคอน, หรือซิลิสิค แอซิด ที่ละลายน้ำได้ในปริมาณที่น้อยมาก ๆ  จึงไม่เพียงพอที่จะนำไปเป็นประโยชน์ต่อพืช

 ดิน หิน ทราย แกลบดิบ เมื่อยังไม่ผ่านความร้อนก็ไม่มีความโปร่งพรุน ขยายและพองตัว ดังนั้นเมื่อพืชเจอกับซีโอไลท์ปลอมหรือหินปูนบด ซึ่งมิใช่หินลาวาหรือหินภูเขาไฟ จึงทำให้พืชไม่สามารถที่จะดูดกินได้ เพราะซิลิก้านั้นเขาเป็นซิลิก้าที่อยู่ในรูปของโครงสร้างเคมี Sio2 เป็นซิลิก้าที่ไม่ละลายน้ำหรือละลายได้ก็น้อยมาก พืชจึงไม่มีความสามารถที่จะดูดกินซิลิก้าขึ้นไปสะสมได้อย่างเพียงพอจนสามารถทำให้เซลล์ของพืชนั้นแข็งแกร่ง ต้านทานโรคและแมลงได้  

ถ้าเป็นหินแร่ภูเขาไฟ หินลาวา ซีโอไลท์ หรือหินเดือด (หินเดือดเราเรียกว่า ซีโอไลท์ ซึ่งเป็นภาษากรีกโบราณ ซีโอ = เดือด, lite มาจากคำว่า lithose  = หิน)   หินในกลุ่มนี้เขาจะผ่านความร้อนเป็นล้าน ๆ องศา อุณหภูมิใต้พื้นผิวโลกที่สูงและร้อนจัดทำให้หินหลอมเหลวเป็นตมเดือดพล่าน เกิดพลังงาน แรงกด แรงอัด แรงบีบ และแรงดันอย่างมหาศาลทำให้มีความสามารถที่จะผลักดันขึ้นสู่พื้นผิวของเปลือกโลกในโซนหรือแอเรียที่บางเบาหรือตะเข็บรอยร้าว จนทะลักหลั่งไหลออกมาแล้วเราเรียกกันว่า ภูเขาไฟ ซึ่งรูปแบบการระเบิดมีทั้งแบบที่เหมือนกับที่ภูเขาไฟเขากระโดงที่จังหวัดบุรีรัมย์, หรือรูปแบบที่เป็นลาวาเหลวไหลออกมา เหมือนกับเทือกเขาฝาละมี, เขาพนมฉัตร ที่จังหวัดลพบุรี (เมื่อ 22 ล้านปีก่อน) หินที่หลอมเหลวหรือแม็กม่าเมื่อโผล่พ้นจากใต้พื้นภิภพมาสู่ชั้นบรรยากาศที่เบาบางกว่าเพียงหนึ่งชั้นบรรยากาศ จึงทำให้เกิดการพองตัวอย่างฉับพลัน ทำให้มีหินเดือด, หินเบาที่มีโครงสร้างภายในเป็นอลูมิโนซิลิเกตที่มีความโป่งพรุนจากการระเหิดหายไปของน้ำและก๊าซต่าง ๆ ขณะที่มีการเปลี่ยนแปลงความดันลงฉับพลันและอุณหภูมิเย็นลงทันที. รูพรุนเหล่านี้ให้กำเนิดพื้นที่ผิวมากมายมหาศาลต่อหน่วยเล็ก ๆ ของหินเดือด  มีความโปร่งพรุนสูงและมีแร่ธาตุที่ละลายน้ำได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซิลิก้าที่มีโครงสร้างเคมีอยู่ในรูปของ H4sio4  จึงเป็นประโยชน์ที่สำคัญอย่างยิ่งกับพืช

พื้นที่แต่ละแห่งบนพื้นผิวโลกที่ได้กำเนิดเกิดขึ้นเป็น ภูเขาไฟ จะมีความแตกต่างทางด้านหินและแร่ธาตุอย่างมากมาย ทำให้มีหินแร่ภูเขาไฟในโลกนี้เท่าที่นักธรณีวิทยาเขาได้ทำการสำรวจและศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลจนเป็นที่ประจักษ์แล้วก็มีอยู่ประมาณ  52  ชนิด ส่วนในประเทศไทยที่นำมาใช้และเผยแพร่จนเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในด้านการเกษตรโดยอาจารย์ดีพร้อม  ไชยวงศ์เกียรติ ก็มีอยู่สามหรือสีชนิด เช่น  ภูไมท์  สเม็คไทต์ ม้อนโมริโลไนท์ และไคลน็อพติโลไลท์  ซึ่งแต่ละชนิดก็มีประโยชน์และคุณสมบัติแตกต่างกันไป

มนตรี    บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ  www.thaigreenagro.com

Email : thaigreeangro@gmail.com  วันพฤหัสบดีที่  6  กุมภาพันธ์ 2551

Leave a Reply

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *