ข่าวเกษตร, ข่าวสารทั่วไป

พัฒนาดินตามพระราชดำริ ประสบความสำเร็จ

fiogf49gjkf0d

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยต่อปัญหาการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ดินเพื่อการเพาะปลูก
ได้พระราชทานพระราชดำริถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด
โดยพระราชทานพระราชดำริเมื่อปี 2522
ให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดฉะเชิงเทรา
ขึ้นเพื่อทำการศึกษา ค้นคว้า เกี่ยวกับการสร้างระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ และเพื่อให้พื้นที่ที่มีปัญหาเรื่องดินทั้งหลาย
สามารถใช้ประโยชน์ทางการเกษตรได้อีกครั้งหนึ่ง
ได้พระราชทานพระราชดำริวิธีการแก้ดินเปรี้ยว โดยให้มีการทดลองทำดินให้เปรี้ยวจัด
โดยการระบายน้ำให้แห้งและศึกษาวิธีแก้ดินเปรี้ยว
เพื่อนำผลไปแก้ปัญหาดินเปรี้ยวให้แก่ราษฎรที่มีปัญหาในเรื่องนี้ในเขตพื้นที่จังหวัดนราธิวาส
โดยให้ทำโครงการศึกษาทดลองในกำหนด 2 ปี และใช้ข้าวเป็นพืชเพื่อการทดลองในโครงการนี้
ดำเนินการโดยศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นราธิวาส

fiogf49gjkf0d

จากการศึกษา
ค้นคว้าเกี่ยวกับการสร้างระบบอนุรักษ์ดินและน้ำของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ทั้ง 2 แห่ง
ตลอดจนการทำแปลงสาธิตการพัฒนาที่ดินให้แก่เกษตรกรในบางพื้นที่ที่มีปัญหาในการพัฒนาปรับปรุงดินเสื่อมโทรมด้วยสาเหตุต่าง
ๆ เช่น ดินเปรี้ยว ดินเค็ม ดินทราย ดินดาน ฯลฯ
ซึ่งศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้ง 2
แห่งได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลากว่า 30 ปี
ได้ประสบความสำเร็จจนสามารถขยายผลสู่การปฏิบัติใช้ของราษฎรในพื้นที่ขยายผล
และจังหวัดใกล้เคียงได้เป็นอย่างดี

ดังจะเห็นได้จาก
มีการนำเอาผลสำเร็จจากการดำเนินงานในโครงการแกล้งดิน
จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯมาปฏิบัติใช้ในพื้นที่โครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยคัดเลือกดำเนินการ ในหมู่ที่ 10 บ้านควนโถ๊ะ ตำบลแหลม
อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ในพื้นที่ 4,000 ไร่
เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นดินเปรี้ยวจัด
เช่นเดียวกับที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ปลูกพืชไม่เจริญงอกงาม ผลผลิตที่ได้ต่ำ
เกษตรกรจึงปล่อยพื้นที่รกร้าง
และหันไปทำการเลี้ยงสัตว์หรือออกไปรับจ้างต่างถิ่นแทน

การดำเนินการได้ทำการปรับรูปแปลงนา
สร้างแนวคันนาใหม่ตามแนวถือครองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในนาข้าว
จากนั้นปรับปรุงดินเปรี้ยวจัดในนาข้าวด้วยหินปูนฝุ่นอัตรา 1-5 ตันต่อไร่
ซึ่งในช่วงนี้หินปูนฝุ่นจะค่อย ๆ
ทำปฏิกิริยากับดินเปรี้ยวความเป็นกรดจะลดลงจนกระทั่งอยู่ในระดับที่ต้นข้าวสามารถเจริญเติบโตได้
นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้มีการทำปุ๋ยพืชสด
เพื่อปรับปรุงบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ พร้อมก่อสร้างอาคารกักเก็บและระบายน้ำ
เพื่อกระจายน้ำไปยังแปลงนาของเกษตรกรได้อย่างทั่วถึง

ผลการดำเนินงานครั้งนี้ พบว่า
เกษตรกรที่เคยละทิ้งที่นาก็กลับมาใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อทำนาอีกครั้ง
ซึ่งปัจจุบันเกษตรกรในพื้นที่หมู่ 10 บ้านควนโถ๊ะ สามารถปลูกข้าวได้ปีละ 2 ครั้ง
จากเดิมที่ได้ผลผลิตข้าวเฉลี่ยไม่ถึง 20 ถังต่อไร่
และปลูกได้เพียงปีละครั้งเท่านั้น
ส่งผลให้พื้นที่ร้างลดลงและเกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

เช่นเดียวกับที่ หมู่ที่ 1 บ้านหนองคันจาม ตำบลบ้านพริก อำเภอบ้านนา
จังหวัดนครนายก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระราชทานพระราชดำริให้ศึกษาทดลองการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยว
ในที่ดินของมูลนิธิชัยพัฒนา โดยให้ศึกษาทดลองแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยว
โดยใช้วิธีทางธรรมชาติ และการใช้ระบบน้ำ และใช้ปูนแก้ปัญหาดินเปรี้ยว
พร้อมทั้งพัฒนาปรับปรุงดินและส่งเสริมอาชีพ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่
ตลอดถึงศึกษาทดลอง และสาธิตการปลูกพันธุ์ไม้ป่าบึงน้ำจืดในที่ดินเปรี้ยว
ซึ่งผลการดำเนินงานพบว่าประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง
สามารถนำมาขยายผลเพื่อการพัฒนาปรับปรุงดินสำหรับการเพาะปลูกของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครนายก
และจังหวัดใกล้เคียงที่มีปัญหาเรื่องดินเปรี้ยวได้เป็นอย่างดี

โครงการแกล้งดิน เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำริ
ให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส
ดำเนินการศึกษา ทดลอง เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของดิน
โดยทำดินให้เปรี้ยวจัดถึงที่สุด
แล้วหาวิธีการปรับปรุงดินเปรี้ยวจัดให้สามารถใช้ประโยชน์ได้
ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานแนวพระราชดำริ ตลอดจนการศึกษาทดลอง
และทรงเรียกโครงการนี้ว่า “แกล้งดิน”

และเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2550
ที่ผ่านมา
ทางสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
(สำนักงาน กปร.) ได้ยื่นขอจดสิทธิบัตรโครงการแกล้งดิน
ไปยังกรมทรัพย์สินทางปัญญาสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ในพระปรมาภิไธย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ออกให้ ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2550 เรื่อง
“กระบวนการปรับปรุง สภาพดินเปรี้ยว เพื่อให้เหมาะแก่การเพาะปลูก” (โครงการแกล้งดิน)
ในสาขาวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงดิน นับเป็นที่ประจักษ์โดยทั่วกันว่า
ทรงเป็นกษัตริย์เกษตร โดยแท้จริง

ทีมา: หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 18 สิงหาคม 2554
http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=340&contentID=157725

Leave a Reply

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *