ข่าวเกษตร, การเกษตร

“ปลูกพืชตามกระแส” จุดจบของเกษตรกรไทย

ถ้ายังจำกันได้เมื่อช่วงเวลานี้ของปีที่แล้ว มีข่าวเกี่ยวกับการเกษตรอยู่ 1 ปีที่ดังมาก นั้นก็คือข่าวผลผลิตมะนาวล้นตลาด ล้นจนเรียกได้ว่า ไม่มีใครซื้อมะนาวกินเลย เพราะต่างก็มีมะนาวกันทุกบ้าน บ้านละต้นสองต้น ปลูกไว้ตามรั้วบ้านมีผลผลิตให้เก็บไว้ทำอาหารกันเพียงพอ ไม่ต้องไปซื้อหากันที่ตลาด เกษตรกรที่ปลูกเชิงพาณิชย์ที่ทามเยอะหน่อย ก็ขายไม่ได้เพราะแม่ค่าหรือพ่อค้าคนกลางไม่รับซื้อเพราะซื้อไปก็ขายไม่ได้ลูกค้ารายย่อยไม่ซื้อเพราะมีที่ปลูกไว้เก็บมาใช้ได้ ทำให้กลไกลตลาดมะนาวปั่นป่วนไปหมดทั้งประเทศ เกิดเป็นวาระแห่งชาติขึ้น มีข่าวตามมาอีกว่าชาวสวนบางรายนำผลผลิตมะนาวที่ขายไม่ได้ ไปเทปิดถนนประท้วงบ้าง บ้างก็นำไปเทไว้ที่วัดเพื่อแจกจ่าย ญาติโยมที่มาทำบุญ คนที่เก็บไปถ้ากินไม่ทันก็เอามะนาวนั้นไว้ล้างมือก็มี

ที่นำเรื่องเก่ามาเล่านี้ไม่ได้มีเจตนาจะมาตอกย้ำซ้ำเติมผู้ที่ปลูกมะนาวแต่อย่างใด เพียงแต่อยากให้ข้อมูลที่เป็นจริงให้เกษตรกรบ้านเราได้รับทราบข้อมูลไว้พิจารณาในการตัดสินใจลงทุนลงแรงทำอะไรซักอย่างลงไป ไม่โหนกระแสที่อาจมีผู้ที่ประสงค์ไม่หวังดีปั่นขึ้นมา เพื่อผลประโยชน์ ถ้ายังจำกันได้การโหนทำตามกระแสในเรื่องการเกษตรนั้นเกิดขึ้นมาช้านานแล้วในประเทศไทย ไม่ใช่แค่เรื่องมะนาวอย่างเดียว ถ้าใครยังจำสบู่ดำ พืชพลังงานที่สามารถนำมาสกัดน้ำมันได้ ส่งเสริมให้ปลูกกัน สุดท้ายก็หายเงียบไป ตามมาด้วยยางพาราในตอนนั้นราคาต้นกล้ายางที่เคยซื้อกันต้นละ 4-5 บาท ราคาถีบตัวสูงถึงต้นละ 40-50 บาท ด้วยกระแสที่ราคายางขายกันกิโลกรัมละ 150 บาทหลังจากนั้นราคายางตกเกษตรกรก็เงียบหายกันไป บางก็ไถทิ้งปลูกมันปลูกอ้อยปลูกสับปะรด บ้างก็ปล่อยทิ้ง ต่อมาก็เป็นถั่วดาวอินคา ที่มีสรรพคุณทางยาไม่แพ้เห็ดหลินจือ เมล็ดนำมาสกัดเอาน้ำมัน ขายกันกิโลกรัมละหลายพันบาท ส่งเสริมให้ปลูกแล้วก็รับซื้อ สุดท้ายก็เงียบหายไป ตามมาด้วยมะนาวที่ได้กระแสราคาในช่วงหน้าแล้งที่สูงถึงลูกละเกือบ 10 บาทในปีนั้น ทำให้คนหันมาปลูกกันเต็มไปหมด และต้องปลูกในวงบ่อ(ในเวลานั้นเรียกว่าบ่อส้วม) ถึงจะทำนอกฤดูได้ คนที่ไม่ปลูกในวงบ่อจะไม่สามารถทำมะนาวนอกฤดูได้ ทำให้วงบ่อส้วมในเวลานั้นขายดีมาก ผลิตไม่ทันจนขาดตลาด จากวงบ่อส้วมกลายมาเป็นเรียกกันติดปากว่าวงบ่อมะนาวในปัจจุบัน ในช่วงเวลานั้นมีสายพันธุ์มะนาวเกิดขึ้นมาใหม่มากมาย ให้เกษตรกรซื้อหาไปปลูกกัน 1 ในสายพันธุ์ที่ดังมากเป็นที่รู้จักกัน คือพันธุ์แป้นพิจิตร ที่มีสรรพคุณในเรื่องการต้านทานโรคแคงเกอร์ ดูแลง่าย โตไว ให้ผลผลิตดี ทั่วทุกบ้านนิยมปลูกกัน ปลูกกันจนเกิดปัญหามะนาวล้นตลาดอย่างที่เป็นมา โดยที่ไม่รู้เลยว่าในตลาดค้าส่ง(อ้างอิงข้อมูลจาดตลาดไทกับตลาดสี่มุมเมือง) ในตลาดขายส่งผักผลไม้ 2 แห่งนี้ ไม่มีแผงรับซื้อมะนาวใดๆเลยนอกจากมะนาวแป้นรำไพกับแป้นป้านแพ้ว ไม่มีแผงรับซื้อมะนาวแป้นพิจิตร มะนาวแป้นดกพิเศษ มะนาวฯลฯ

 

     

 

ในช่วงที่มะนาวล้นตลาดอยู่ แต่มะนาว 2 สายพันธุ์ที่กล่าวยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดมีออเดอร์รับซื้อไม่อั้น ข้อมูลนี้ผู้ปลูกมะนาวรายใหม่ๆไม่ทราบข้อมูลแน่นอน เพราะผู้ที่ขายพันธุ์ไม่ได้บอกไว้ ก็เฮโลไปปลูกแป้นพิจิตรกัน แล้วจึงเกิดปัญหาตามข่าว

เรื่องที่เล่ามาทั้งหมดสะท้อนถึงปัญหาของการปลูกพืชตามกระแสครับ การปลูกพืชใช่ว่าปลูกวันนี้แล้วพรุ่งนี้จะได้ผลผลิตไปขายเลย พืชบางอย่างใช้เวลา 7 ปี บางอย่างใช้เวลา 2 ปี แล้วระยะเวลากว่าจะถึงช่วงที่เราเก็บผลผลิต ราคามันจะอยู่ที่เท่าไหร่ เลยอยากฝากเกษตรกรไทยในปัจจุบันว่า อย่าไปโหนกระแสมาก เพราะปัจจุบันสื่อต่างๆกระจายไปไวมาก ตามโซเซียลมีเดียต่างๆ ว่าปลูกโน่นนี่นั้นแล้วดีอย่างโน้นดีอย่างนี้ ปลูก 1 ไร่ได้เงินเดือนละแสนเดือนละล้าน ควรจะคิดวิเคราะห์โอกาสและความเป็นไปได้ให้ดี ว่าทำได้จริงมั้ย ผมว่าที่ในหลวง ร.๙ ท่านตรัสไว้ว่า ปลูกในสิ่งที่กิน กินในสิ่งที่ปลูก นั้นจริงที่สุดแล้วครับ…ฝากเกษตรกรไทยทุกๆท่านไว้ด้วยนะครับ

 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นายจตุโชค จันทรภูมี โทร.0859205846 / LINE ID : tga001

หรือสอบถามไปที่ฝ่ายวิชาการชมรมเกษตรปลอดสารพิษ โทร.02-9861680-2

เขียนและรายงานโดย : นายจตุโชค จันทรภูมี(นักวิชาการ) ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com

แนะนำติชม thaigreenagro@gmail.com

Leave a Reply

ที่อยู่อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *